“หากเจ้ายังหายใจอยู่ ก็จงดื่มน้ำแกงชามนี้เสีย ยาพิษที่ข้าประทานให้นี้ อย่างน้อยก็ยังนับว่าเมตตาต่อชื่อเสียงของตระกูลหลินมากกว่าการต้องไปตายเยี่ยงนักโทษในคุกหลวง”
เสียงแหบพร่าประดุจกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นข้างหู หลินอวี้เซียนไม่ได้ยินเสียงนั้นด้วยหู หากแต่สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตสำนึก ความเจ็บปวดราวกับถูกมีดผ่าตัดนับร้อยเล่มกรีดลงบนเส้นประสาทแล่นริ้วไปทั่วร่าง กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรที่มีกลิ่นอายความคาวเลือดเจือปนนั้นคุ้นเคยสำหรับศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างนาง ทว่าความผิดปกติของค่าสารเคมีที่นางสัมผัสได้จากปลายลิ้นและกลิ่นที่โชยมากลับทำให้สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่น
*สารหนู... เข้มข้นขนาดนี้ ร่างกายนี้คงไม่เหลือทางรอดแล้ว*
อวี้เซียนฝืนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวดุจภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกน้ำหยดใส่ สตรีวัยกลางคนในชุดผ้าแพรสีม่วงเข้มปักลายดอกโบตั๋นดูสง่างามทว่าดวงตากลับเย็นชาดั่งงูพิษ นางกำลังถือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาที่ขอบถ้วยมีรอยบิ่นเล็กน้อยยื่นมาตรงหน้า
อวี้เซียนรวบรวมสติที่แตกซ่าน นางรู้ดีว่าหากขยับตัวด้วยความตื่นตระหนกย่อมเป็นรอง กลิ่นอายกดดันในห้องนี้หนักอึ้งดุจขุนเขา นางจึงค่อยๆ เอนกายพิงหัวเตียงไม้แกะสลักอย่างเชื่องช้า ลมหายใจที่หอบถี่ค่อยๆ ปรับจังหวะตามความเคยชินของการคุมสติในห้องผ่าตัด
“ท่านแม่... กำลังกล่าวเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?” สุ้มเสียงของนางแผ่วเบา ทว่ากังวานเย็นเยียบอย่างประหลาด
สตรีตรงหน้าชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่น “หลินอวี้เซียน เจ้าอย่าได้เล่นลิ้น! การที่เจ้าวางยาพิษจวนแม่ทัพจ้าวเหวินหลงจนเรื่องอื้อฉาวถึงในวังหลวง ท่านแม่ทัพมิได้ลงมือสังหารเจ้าด้วยตนเองก็นับว่าบุญโขแล้ว ดื่มมันเสีย... ก่อนที่บ่าวในจวนจะกรูเข้ามาจัดการเจ้าด้วยวิธีที่ต่ำช้ากว่านี้”
อวี้เซียนมองถ้วยยาในมือนางด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาของศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนนั้นคมกริบดุจมีดผ่าตัดที่พร้อมจะชำแหละความลวงลึกลงไปถึงกระดูก “ท่านแม่มั่นใจได้อย่างไรว่า... ยาในถ้วยนี้จะส่งข้าไปพบยมบาลจริงๆ ไม่ใช่เป็นการส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญให้กับศัตรูของจวนเรา”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงในทันที ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากแจกันหยกที่แตกร้าวอยู่มุมห้อง
อวี้เซียนขยับยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา นางรู้ดีว่าตอนนี้ตนอยู่ในร่างของ 'คุณหนูรอง' ผู้อ่อนแอที่เพิ่งแต่งเข้าจวนแม่ทัพได้เพียงเจ็ดวัน แต่ทว่าความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามากลับไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิด ร่างนี้มิได้โง่เขลา แต่นางถูกบีบให้โง่เขลาโดยคนใกล้ตัว!
“เจ้า...” สตรีตรงหน้าหน้าซีดเผือด “เจ้าจำได้หรือ?”
“ข้าจำได้ว่าใครเป็นคนส่งยาให้ข้าดื่มทุกเช้า... และข้าก็จำได้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นสายลับของฝ่ายอัครเสนาบดีในจวนนี้” อวี้เซียนค่อยๆ ยื่นมือไปรับถ้วยยา ทว่าในจังหวะที่นิ้วสัมผัสกับเนื้อกระเบื้อง นางกลับปัดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว!
*เพล้ง!*
ถ้วยน้ำแกงแตกกระจายบนพื้นพรมขนสัตว์หนา เศษกระเบื้องและน้ำยาที่ยังอุ่นอยู่กระเซ็นโดนชายผ้าไหมของสตรีผู้นั้น นางสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ
“เจ้าทำอะไร! นังเด็กชั่ว!”
“ข้าไม่ได้ทำอะไร” อวี้เซียนลุกขึ้นยืนด้วยอาการวิงเวียนเล็กน้อย ทว่าแววตานั้นมั่นคงดั่งหินผา “ข้าเพียงแต่กำลังบอกท่านว่า นับแต่นี้ไป ชีวิตของข้า... ข้าจะเป็นคนลิขิตเอง ไม่ใช่ใครหน้าไหนก็ตามที่ถือถ้วยยาพิษมาเคาะประตูห้องนอนของข้าในยามวิกาล”
ทว่าก่อนที่การโต้เถียงจะบานปลาย ประตูห้องนอนบานใหญ่ที่แกะสลักลวดลายมังกรเหินเวหาก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหักกระเด็น พลังกดดันมหาศาลพุ่งเข้าปะทะห้องทั้งห้องราวกับพายุคลั่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามา แววตาที่จ้องมองมานั้นราวกับจะคว้านเอาวิญญาณของผู้ที่อยู่ภายในห้องให้แหลกสลาย
จ้าวเหวินหลง... แม่ทัพผู้กุมชะตาชีวิตของแผ่นดินเหนือ ผู้ที่ได้รับฉายาว่า ‘ยมทูตไร้ใจ’
เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเศษถ้วยยาพิษ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสตรีวัยกลางคนที่กำลังสั่นสะท้าน ก่อนจะเลื่อนมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของอวี้เซียนที่ไร้ซึ่งรอยหวาดกลัว แม้ริมฝีปากจะยังคงซีดเผือดจากการได้รับพิษอยู่บ้าง
“ภรรยาข้า...” น้ำเสียงของเขาต่ำลึก ทรงอำนาจจนน่าขนลุก “เจ้าดูเหมือนจะมีเรื่องให้ข้าต้องสะสางมากมายทีเดียวในค่ำคืนนี้”
เขาเดินเข้าหาอวี้เซียนช้าๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า กลิ่นไอของสนิมเหล็กและเหงื่อสงครามจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แล้วยกขึ้นให้เห็นรอยเข็มเล็กๆ ที่ข้อพับแขน ซึ่งเป็นหลักฐานของการถูกฉีดยาพิษก่อนที่นางจะฟื้นขึ้นมา
“เจ้าไม่ได้ถูกวางยาในน้ำแกง... แต่ถูกวางยาตั้งแต่อยู่ในเรือนรับรอง” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง “เจ้าเป็นใครกันแน่ หลินอวี้เซียน? เพราะสตรีที่ไร้สมองเช่นเจ้า ไม่มีวันตั้งตัวรับมือกับพิษ 'หยาดน้ำค้างมรณะ' ได้โดยไม่สิ้นใจไปเสียก่อน”
อวี้เซียนเงยหน้าสบตากับบุรุษผู้เป็นสามีในนามอย่างไม่เกรงกลัว นางขยับตัวเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นไอสังหารที่แผ่ออกมา หากแต่นางกลับกระซิบคำที่ทำให้แม่ทัพผู้เกรียงไกรต้องชะงัก
“หากท่านอยากรู้ว่าข้าเป็นใคร... ก็จงวางดาบลงก่อนเถิดท่านแม่ทัพ เพราะหากข้าตายไปในคืนนี้ คนที่จะต้องเสียใจที่สุด ไม่ใช่ท่าน... แต่เป็นรัชทายาทที่กำลังวางแผนลอบสังหารท่านผ่านทางจวนหลังนี้ต่างหาก”
สิ้นคำกล่าว บรรยากาศในห้องก็ดิ่งลึกลงสู่ความเงียบงันอันตราย จ้าวเหวินหลงกระชับมือที่จับข้อมือนางแน่นขึ้น จนอวี้เซียนรู้สึกได้ถึงกระดูกที่เริ่มลั่น แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
เขาก้มลงมากระซิบข้างหูนาง เสียงนั้นแผ่วเบาทว่าเย็นยะเยือกเสียดแทงถึงขั้วหัวใจ
“น่าสนใจ... ข้าจะให้โอกาสเจ้าพิสูจน์คำพูดนั้น แต่ถ้าหากพรุ่งนี้เช้า ข้าไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจพอ... ข้าจะตัดลิ้นเจ้าที่บังอาจล่วงรู้ความลับของวังหลวงทิ้งเสีย”
เขาสะบัดมือปล่อยนาง แล้วหันไปสั่งบ่าวรับใช้ที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูด้วยน้ำเสียงดุจน้ำแข็ง “เอาตัวนางไปขังไว้ที่เรือนลับ ส่วนเจ้า...” เขาหันมามองอวี้เซียนอีกครั้ง “เตรียมตัวให้พร้อม เพราะพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปพบกับ 'ของขวัญ' ที่รัชทายาทเตรียมไว้ให้เราสองคน”
ประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้อวี้เซียนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพัง นางทรุดตัวลงนั่งบนเตียงด้วยความอ่อนแรง ทว่าใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มที่เหนือชั้น รอยร้าวในคฤหาสน์หรูแห่งนี้ ไม่ใช่จุดจบของนาง... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของหมากกระดานใหม่ที่นางจะเป็นผู้กุมอำนาจไว้ในกำมือ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หลินฮวายุคปฏิรูป" ในบทแรกนี้นะคะ
หวนคืนยุคสมัยด้วยมือหมอและกลยุทธ์แห่งเซียน•ตอนที่ 1
รอยร้าวในคฤหาสน์หรู
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนคืนยุคสมัยด้วยมือหมอและกลยุทธ์แห่งเซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
