กลิ่นของคราบสนิมและความชื้นที่หมักหมมมานับทศวรรษ ไม่ใช่สิ่งที่ชวนให้สูดหายใจเข้าลึกนัก ทว่ามันคือกลิ่นอายคุ้นเคยที่สารวัตรปกรณ์เลือกจะซึมซับไว้ แทนที่จะเป็นอากาศบริสุทธิ์นอกหน้าต่างสถานีตำรวจ
แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องผ่านความมืดทึบของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลำแสงสีขาวนวลแหวกฝุ่นผงที่ล่องลอยอยู่ในอากาศราวกับละอองดาว ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างซึ่งถูกแขวนห้อยโตงเตงอยู่กับคานเหล็กด้านบน
ไม่มีเสียงกระซิบกระซาบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไม่มีเสียงชัตเตอร์รัวเร็วจนน่ารำคาญ ทุกคนในรัศมีสิบเมตรต่างเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและระมัดระวัง ราวกับเกรงว่าความไร้ระเบียบใดๆ จะเป็นการลบหลู่พิธีกรรมบางอย่างที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง
"สภาพศพเบื้องต้นครับสารวัตร" หมวดกวิน นายตำรวจหนุ่มไฟแรงลูกน้องคนสนิท เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งผาก มือที่ถือแฟ้มรายงานสั่นเทาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง สภาพร่างกายไม่มีร่องรอยการต่อสู้... แต่สาเหตุการตายไม่ใช่การขาดอากาศหายใจ"
ปกรณ์ยังคงไม่ละสายตาจากร่างเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมกวาดมองทุกรายละเอียดอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาคือผู้ชายที่เชื่อมั่นในตรรกะและกฎหมายยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับท้าทายทุกหลักสูตรสืบสวนที่เขาเคยร่ำเรียนมา
"รอยกรีดที่หน้าอก..." ปกรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของทุกคนรอบข้าง "ไม่ใช่การทรมานเพื่อรีดความลับ แต่มันคือการบรรจงวาด"
"ครับ..." กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แพทย์เวรแจ้งว่ารอยแผลถูกทำขึ้น *หลัง* เสียชีวิตแล้วฆาตกรใช้สารเคมีบางอย่างบล็อกไม่ให้เลือดไหลออกมาเลอะเทอะ มันตั้งใจให้ผิวหนังตรงนั้นกลายเป็น... ผืนผ้าใบ"
ปกรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอีกสองก้าว รองเท้าคอมแบตเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ เสียงก๊อบแก็บของเศษปูนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เขายกไฟฉายขึ้นส่องสำรวจรอยสลักลึกลงบนผิวหนังบริเวณหน้าอกของผู้ตาย รอยแผลนั้นไม่ได้เรียงร้อยเป็นตัวอักษรหรือคำด่าทอ แต่มันคือสัญลักษณ์รูปวงกลมซ้อนทับกันสามชั้น ตรงกลางมีเส้นดิ่งผ่า2ซีก ราวกับเครื่องหมายโบราณจากพิธีกรรมนอกศาสนาที่สูญหาย
มันไม่ใช่คดีฆาตกรรมชิงทรัพย์ หรือฆ่าล้างแค้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
นี่คือ "ข้อความ"
"มีใครพบหลักฐานอื่นในรัศมีห้าสิบเมตรไหม" ปกรณ์ถามโดยไม่หันกลับไปมอง
"เราเจอสิ่งนี้ครับ... อยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ มุมมืดของโกดัง" กวินส่งถุงพลาสติกใสบรรจุวัตถุบางอย่างมาให้
ปกรณ์รับมาพิจารณา มันคือนาฬิกาพกโบราณเรือนสีทองเหลืองอร่าม ฝาหลังสลักลายวิจิตรบรรจง แต่เข็มนาฬิกาภายในไม่ได้เดินหน้า มันถูกหยุดเวลาไว้ที่เลขแปดตรงจุดเดิม และเมื่อเขาพลิกดูด้านหน้า เขาก็พบว่ากระจกหน้าปัดถูกถอดออกไป เหลือไว้เพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่สะท้อนเงาใบหน้าอันเคร่งเครียดของเขาเอง
"ฆาตกรไม่ได้แค่ทิ้งศพไว้ดูเล่น..." เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นดังขึ้นจากความมืดตรงมุมเสาต้นที่สามของโกดัง
ปกรณ์ตวัดสายตาดุดันไปยังต้นเสียงทันที มือขวาแตะลงบนด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ
ร่างสูงโปรดกในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวออกมาจากเงาสลัว รองเท้าหนังขัดมันสะอาดสะอ้านตัดกับความสกปรกมอมแมมของโกดังร้างอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมปลาบหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองศพเบื้องหน้าด้วยความชื่นชม มากกว่าความสยดสยอง
"คุณเข้ามาในพื้นที่ควบคุมได้อย่างไร... ลภัส" ปกรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองทันทีที่พวกเขาเผชิญหน้ากัน
ลภัส นักจิตวิทยาอาชญากรผู้เคยเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้กรมตำรวจ ก่อนจะผันตัวมาเป็นบุคคลที่ตำรวจระดับสูงต้องระแวดระวัง ชายหนุ่มผู้มองเห็นความงามในแรงจูงใจอันบิดเบี้ยวของฆาตกร เขายักไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านต่อปืนที่พร้อมจะชักออกจากซองได้ทุกเมื่อ
"สวัสดีครับสารวัตร... ผมไม่ได้มาในฐานะผู้บุกรุก แต่มาในฐานะผู้ไขปริศนาที่คุณไม่มีวันมองเห็นด้วยตาดำๆ ของตำรวจตระเวนชายแดน" ลภัสก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือจางกลิ่นคาวเลือด "คุณกำลังมองหา 'แรงจูงใจ' แบบเดิมๆ ความแค้น เงิน หรือชู้สาว... แต่นาฬิกาเรือนนั้นกำลังบอกคุณว่า เวลาของใครบางคนกำลังจะหมดลงต่างหาก"
ปกรณ์จ้องมองนัยน์ตาคู่พิมพ์ใจของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ
"ฆาตกรรมนี้มีร่องรอยจงใจทิ้งไว้ท้าทายกฎหมาย... และผมเกลียดพวกอวดฉลาดที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือตารางทัณฑ์ที่สุด"
ลภัสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่น่าขนลุกในคราวเดียวกัน เขายื่นปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่กรอบถุงพลาสติกบรรจุนาฬิกาพกในมือของปกรณ์ โดยที่สารวัตรหนุ่มไม่ทันได้ขยับตัวหลบ
"คุณเกลียดผมเพราะผมพูดความจริง หรือเพราะคุณกลัวว่า... สักวันหนึ่ง คุณเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นคนสลักรอยแผลนั้นเสียเองสารวัตร?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยคำพูดประโยคนั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ปกรณ์กำลังจะอ้าปากโต้กลับ เสียงวิทยุสื่อสารบนบ่าของหมวดกวินก็ดังแทรกขึ้นทำลายความตึงเครียด
*"ศูนย์ควบคุมเรียกสารวัตรปกรณ์... ด่วนครับ! เราเพิ่งรับแจ้งเหตุพบศพที่สอง... ลักษณะการตายและรอยสลักบนร่าง เหมือนกับที่โกดังริมน้ำไม่มีผิดเพี้ยน... แต่ครั้งนี้ ศพถูกวางไว้กลางลานจอดรถของกองบัญชาการตำรวจนครบาลเองครับ!"*
ปกรณ์ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้บางอย่างที่พุ่งชนหน้าผากอย่างแรง
เขาก้มลงมองนาฬิกาพกในมืออีกครั้ง ก่อนจะหันไปสบตากับลภัสที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย
นี่ไม่ใช่แค่การท้าทายธรรมดา... แต่มันคือการประกาศสงคราม
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
เงาคดีตกค้างกับสารวัตรไร้พ่าย•ตอนที่ 1
รอยสลักบนศพแรก
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาคดีตกค้างกับสารวัตรไร้พ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
