หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนดวงตาคู่คมของธันวา ไม่ได้กำลังแสดงบรรทัดโค้ดที่สมบูรณ์แบบอย่างที่เขาควรจะภาคภูมิใจ แต่มันกำลังกระพริบเตือนด้วยแสงสีแดงฉาน—รหัสข้อผิดพลาด 'Error 404: Identity Not Found' ที่ยังคงค้างคาอยู่จากเหตุการณ์เมื่อคืน รหัสประจำตัวของบุคคลที่เขาปักใจเชื่อมาตลอดห้าปีว่าได้สูญสลายไปพร้อมกับเปลวเพลิงในอุบัติเหตุครั้งนั้น มันกลับถูกป้อนเข้ามาผ่านระบบทดสอบภาคสนามของโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร
"ถ้าคุณยังยืนเหม่อมองหน้าจอเดิมซ้ำๆ เป็นรอบที่สิบ ความเสียหายของโปรเจกต์วันนี้คงไม่ได้หยุดแค่ระบบรวนหรอกค่ะ ธันวา"
เสียงใสติดจะห้าวเล็กน้อยดังขึ้นพร้อมกับแรงตบเบาๆ ที่ไหล่ด้านซ้าย รินรดาปรากฏตัวในชุดลุยสนามเต็มรูปแบบ เสื้อแจ็คเก็ตผ้าแคนวาสสีเขียวเข้มทับเสื้อยืดสีพื้น พร้อมกระเป๋าคาดเอวที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์เสริมและแท็บเล็ตส่วนตัว แววตาของเธอไม่มีความกังวลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความตื่นเต้นของนักสร้างสรรค์ผู้กระหายการทดลอง
ธันวากะพริบตาเพื่อดึงสติกลับมายังโลกความเป็นจริง นิ้วเรียวยาวรีบกวาดมือปัดหน้าต่างโค้ดลึกลับนั้นให้พับเก็บลงไปในระบบสำรองอย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับครีเอทีฟโปรดิวเซอร์สาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามวิสัย
"ผมไม่ได้เหม่อ แค่กำลังประเมินความเสี่ยงของอัลกอริทึมที่จะใช้ในการทดสอบภาคสนามวันนี้... ซึ่งบอกตามตรงว่าโอกาสล้มเหลวมีสูงถึงเจ็ด puluh เปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้สถานจำลองสภาพแวดล้อมแบบไดนามิกตัวนั้น" ธันวาตอบเสียงเรียบ พรางจัดข้อมือเสื้อเชิ้ตพับขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดจางๆ และนาฬิกาดิจิทัลรุ่นพิเศษที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลัก
"เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เหรอคะ? ฟังดูเป็นตัวเลขที่ท้าทายดีออก" รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับขณะกวาดมองไปรอบห้องควบคุมภาคสนาม ซึ่งถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่จำลองสถานการณ์เสมือนจริง (Virtual Simulation Ground) ขนาดใหญ่โตมโหฬาร แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบโครงสร้างเหล็กกล้าและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ เป็นจังหวะลมหายใจของเครื่องจักร
นี่คือ "ก้าวแรกของความร่วมมือ" อย่างเป็นทางการ—ไม่ใช่แค่บนกระดาษหรือในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยตัวเลขและทฤษฎี แต่เป็นการเอาชีวิตรอดและการทำงานร่วมกันจริงๆ ท่ามกลางระบบโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อท้าทายขีดจำกัดของหัวใจมนุษย์
"จำไว้นะคะธันวา ความผิดพลาดในทางทฤษฎี อาจกลายเป็นงานศิลปะที่งดงามที่สุดเมื่อมันถูกนำมาปฏิบัติจริง ถ้าคุณมัวแต่กลัวรอยตำหนิ คุณไม่มีวันสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ได้หรอกค่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอแสดงถึงความเชื่อมั่นที่ดื้อรั้นแต่น่าทึ่ง
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในนัยน์ตาของหญิงสาว ชั่วขณะหนึ่ง... โครงสร้างตรรกะและเหตุผลทั้งหมดในหัวของเขาคล้ายจะสั่นคลอน ปมความเชื่อใจในอดีตที่เคยสร้างกำแพงหนาเตอะไว้รอบตัว คล้ายถูกรอยยิ้มจริงใจนี้กัดเซาะทีละน้อย แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บงวดยอมรับมันไว้เพียงในใจ
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ—อ้อ, ให้ฉันเห็นสิครับ" ธันวาเผลอหลุดคำพูดติดปากจากโลกเก่าออกมาก่อนจะแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นรินรดายิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน เขาก็รีบหันไปแตะแผงควบคุมหลัก "เริ่มกระบวนการจำลองสถานการณ์ระยะที่หนึ่งได้"
เสียงระบบตอบรับสังเคราะห์ดังขึ้นกังวานไปทั่วห้อง *'Initializing Field Test: Phase 1. Loading Environment...'*
พื้นห้องเบื้องล่างแยกตัวออกจากกัน เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดยักษ์บด The floor began to shift, revealing a holographic grid of a sprawling, labyrinthine city scape that stretched as far as the eye could see. บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากห้องควบคุมที่เงียบสงบ กลายเป็นมหานครจำลองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าและหมอกควันดิจิทัลที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
"เป้าหมายแรกของการทดสอบวันนี้คือ การซิงโครไนซ์คลื่นสมองระหว่างคุณกับระบบผ่านสถานการณ์จำลองความกดดันสูง" รินรดากล่าว พร้อมกับหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาสไลด์ข้อมูลส่งตรงไปยังอุปกรณ์สวมใส่ของธันวา "คุณต้องเดินเข้าไปในเขาวงกตนั้น และหาทางปิดการทำงานของโหนดพลังงานหลักโดยใช้เพียงสัญชาตญาณ... ห้ามใช้สูตรคำนวณตายตัวเด็ดขาดค่ะ"
ธันวากดรับข้อมูลบนหน้าจอ แววตาฉายแววระแวงเล็กน้อย "ไม่มีสูตรคำนวณ? แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าทางไหนคือทางที่ถูกต้อง"
"ก็ใช้หัวใจของคุณนำทางไงคะ" รินรดาตอบยิ้มๆ ก่อนจะยื่นมือไปกดปุ่มส่งตัวเขาลงสู่สนามทดสอบเบื้องล่าง "โชคดีนะคะ ลีดเดอร์เดเวลอปเปอร์ผู้สมบูรณ์แบบ"
ร่างของธันวาร่วงหล่นลงสู่พื้นที่จำลองท่ามกลางละอองแสงดิจิทัล ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านผิวหนังเมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา ตึกสูงระฟ้าบล็อกเกอร์สีเทาทึบรายล้อมรอบตัวเขา กลิ่นอายของความอ้างว้างและเสียงสะท้อนของลมดิจิทัลดังหวีดหวิวอยู่ในโสตประสาท
เขาก้าวเท้าเดินไปตามตรอกซอกซอยจำลองอย่างระมัดระวัง ดวงตาคอยสอดส่องหาความผิดปกติของระบบ โค้ดที่เขาเขียนขึ้นมาเองกำลังทำหน้าที่จำลองอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงไฟร์วอลล์ที่ขวางกั้น หรือกับดักข้อมูลที่พร้อมจะระเบิดหากคำนวณพลาด
แต่ทว่า... ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งแปลกประหลาดขึ้น หมอกควันดิจิทัลสีฟ้ากลับกลายเป็นสีแดงเข้ม เสียงลมหายใจของใครอีกคนที่ไม่ใช่เขากลับดังสะท้อนก้องอยู่ในหูฟัง
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ไม่ใช่เสียงจากระบบจำลอง! มันคือเสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิต—หรือใครบางคน—ที่กำลังเดินตามเขามาจากมุมมืดของตึกฝั่งตรงข้าม ธันวาหยุดชะงัก มือขวาแตะลงที่ข้อมือเพื่อเตรียมเรียกใช้อินเทอร์เฟซฉุกเฉิน สายตาสอดส่องฝ่าความมืดของเงาตึก
"ใครอยู่ตรงนั้น?" ธันวาเอ่ยถาม เสียงของเขาเย็นเยียบและกังวานไปทั่วตรอกแคบๆ
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเงาสูงโปร่งร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด แสงไฟนีออนกะพริบวับวาบส่องให้เห็นโครงหน้าคุ้นเคย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขาไม่ได้เห็นมานานนับปี รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากของบุคคลปริศนานั้นทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบลงในพริบตา
หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวของธันวาเด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้การควบคุม พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังลั่นทะลุแก้วหู...
*[System Alert: Unauthorized Override detected. Welcome back, Lead Architect... Zero.]*
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - น้ำผึ้งหยดแรก
โปรแกรมรักฉบับแก้ไขหัวใจให้ตรงกัน•ตอนที่ 6
ก้าวแรกของความร่วมมือ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โปรแกรมรักฉบับแก้ไขหัวใจให้ตรงกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!