อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักข้ามเส้น•ตอนที่ 1

สมการที่ไร้คำตอบ

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
เสียงคีย์บอร์ดกลไกสวิตช์สีน้ำเงินกระทบประสานกันเป็นจังหวะรัวเร็วในความเงียบสงัดของห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นสิบสาม แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจออัลตร้าไวด์สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของลินิน เธอไม่ได้กะพริบตามาเป็นเวลาเกือบสี่สิบนาทีแล้ว ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวจรดลงบนแป้นพิมพ์อย่างแม่นยำ ทุกบรรทัดโค้ดที่เธอตรวจสอบผ่านระบบประมวลผลควอนตัมของบริษัท “Aethelgard Dynamics” คือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนโครงการ “Omni-Nexus” ในเช้าวันรุ่งขึ้น สำหรับคนทั่วไป โปรเจกต์นี้คือความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์ คือการเชื่อมโยงโครงข่ายเมืองอัจฉริยะเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง แต่สำหรับลินิน—หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลผู้เคร่งครัดในตรรกะ—มันคือผลงานชิ้นเอกที่เธอต้องแลกมาด้วยการนอนไม่หลับติดต่อกันสามคืน แต่อัลกอริทึมไม่เคยโกหกใคร... หรืออย่างน้อยเธอก็เคยเชื่อเช่นนั้น หน้าจอหลักกะพริบเตือนสีอำพันเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ความผิดปกติระดับพิกเซลที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นข้อมูลดิบ (Raw Data) ขนาดเทราไบต์ปรากฏขึ้นตรงหน้า บรรทัดคำสั่งที่เธอไม่ได้เป็นคนเขียนกำลังรันตัวเองอย่างเงียบเชียบ มันเหมือนกับไวรัสชนิดใหม่ที่ฉลาดเฉลียว มันหลบเลี่ยงระบบไฟร์วอลล์ระดับ SSS ได้อย่างแนบเนียนราวกับมีกุญแจมาไขเปิดประตูต้อนรับจากด้านใน “เป็นไปไม่ได้...” ลินินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยเมื่อความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลางแทรกซึมผ่านเนื้อผ้า ฐานข้อมูลระดับสูงของโครงการนี้ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยระบบคีย์ส่วนตัวสามชั้น มีเพียงเธอกับคณะกรรมการบริหารระดับสูงเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง แล้วกลุ่มคำสั่งแปลกปลอมนี้เล็ดลอดเข้ามาได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างของมันไม่ใช่โค้ดทำลายล้าง แต่มันคือ “ฟังก์ชันสะท้อน” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบิดเบือนผลลัพธ์การประเมินความเสี่ยงของมนุษย์ให้กลายเป็นศูนย์ ถ้าปล่อยให้โปรเจกต์นี้เปิดตัวในสภาพนี้ ชีวิตของประชากรครึ่งค่อนเมืองอาจตกอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบที่ไร้การตรวจสอบ “กำลังทำอะไรอยู่หรือครับ... หรือว่าควรจะพูดว่า กำลังพยายามกู้ซากเรือที่กำลังจะจมดีล่ะ?” เสียงทุ้มต่ำและติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้อง ลินินสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ เธอหันขวับไปมองตามต้นเสียงทันที ร่างสูงโปร่งของคีย์ยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่ตรงนั้น เขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำสนิทที่ดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะครึ่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งถือกระป๋องกาแฟดำเย็นเฉียบ ส่วนอีกมือหนึ่งหมุนแฟลชไดรฟ์โลหะขนาดเล็กเล่นไปมาอย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มมุมปากของเขามันช่างกวนประสาทและชวนให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเสียจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ “คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง คีย์?” ลินินเค้นเสียงถามด้วยความเย็นชา พยายามกดความตื่นตระหนกไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความนิ่งสงบ “พื้นที่ตรงนี้ถูกจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงด้วยระบบสแกนเรตินา แม้แต่รองประธานยังต้องใช้เวลาขออนุมัติสิทธิ์สิบสองชั่วโมง” คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเดินออกจากเงาสืดเข้าสู่แสงสีฟ้าจากหน้าจอ ใบหน้าคมคายได้รูปรับกับดวงตาเรียวรีที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างไร้มารยาท แถมยังถือวิสาสะยื่นมือไปแตะปุ่มรีเฟรชบนหน้าจอเพื่อดูโค้ดปริศนานั้นใกล้ๆ “อย่าแตะต้องนะ!” ลินินเอื้อมมือไปปัดมือเขาออกทันที ปลายนิ้วของเธอเฉียดโดนหลังมือของเขาเล็กน้อย ความอุ่นร้อนจากผิวสัมผัสนั้นตัดกับความเย็นเฉียบของห้องเซิร์ฟเวอร์อย่างสิ้นเชิง คีย์ชูมือทั้งสองข้างขึ้นอย่างยอมจำนน แต่แววตาไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย “ใจเย็นน่า คุณนักวิเคราะห์... ถ้าผมไม่เข้ามา ป่านนี้คุณคงนั่งจ้องหน้าจอจนสมองช็อตตายไปก่อนที่ความจริงจะปรากฏแล้วล่ะมั้ง” “คุณหมายความว่ายังไง” “หมายความว่า...” คีย์โน้มตัวเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นเจือกลิ่นคาเฟอีนจางๆ ปะทะเข้ากับกรอบหน้าของเธอ “ข้อมูลที่คุณกำลังนั่งวิเคราะห์ด้วยความเคร่งเครียดเนี่ย มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบหรอกนะลินิน แต่มันคือ ‘จดหมายรัก’ ที่มีคนจงใจทิ้งไว้ให้คุณต่างหาก” ลินินชะงัก นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงอย่างใช้ความคิด สมองส่วนตรรกะประมวลผลคำพูดของวิศวกรหนุ่มนอกคอกคนนี้อย่างรวดเร็ว “คุณรู้เรื่องนี้มาก่อนเหรอ? หรือว่าคุณเป็นคน...” “ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” คีย์ส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไป กลายเป็นความจริงจังที่น่ากลัวบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “แต่ผมบังเอิญไปเจออะไรบางอย่างที่น่าสนใจเข้า ระหว่างที่ระบบกำลังถ่ายโอนข้อมูลรอบสุดท้ายเมื่อตอนเที่ยงคืน มีร่องรอยการดึงข้อมูลลับสุดยอดออกไปสามชุด... และหนึ่งในนั้นถูกส่งตรงมาที่เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของคุณ” เขาวางแฟลชไดรฟ์โลหะลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกับกระจกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ “ถ้าคุณเปิดไฟล์ในนี้ คุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงบอกว่า... พวกเราไม่มีเวลามานั่งกังวลเรื่องกฎระเบียบอีกต่อไปแล้ว” ลินินมองหน้าคีย์สลับกับแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะ กำแพงในใจที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความผิดพลาดในอดีตกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง ตรรกะและเหตุผลบอกให้เธอแจ้งฝ่ายรักษาความปลอดภัยทันที แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับกรีดร้องว่าทางเลือกนั้นอาจทำให้เธอสูญเสียโอกาสเดียวที่จะรอดพ้นจากเกมอันตรายนี้ เธอยื่นมือออกไปหมายจะคว้าแฟลชไดรฟ์นั้น ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนตัวโลหะ หน้าจอหลักทั้งหมดในห้องเซิร์ฟเวอร์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน ความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หน้าจอทุกตัวจะสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพหลัก—ไม่ใช่ข้อความของระบบบริษัท แต่เป็นประโยคคำสั่งสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดกัก *[ คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการเข้าถึงจากบุคคลที่สาม ]* *[ เป้าหมายปัจจุบัน: ลบตัวตนของ "ลินิน" ออกจากระบบเครือข่ายทั้งหมดภายใน 60 วินาที ]* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมเดินทางในโลกดิจิทัลและหัวใจที่ซับซ้อนใบนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมให้รักข้ามเส้น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%