โอสถโลหิต ลิขิตกระบี่เซียน•ตอนที่ 1

เงากระบี่ท่ามกลางเถ้าธุลี

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเถ้าธุลีของถ่านไม้จันทน์หอมที่มอดไหม้ แผดเผาผืนปฐพีแห่งหุบเขากระบี่นิมิตให้กลายเป็นจุล เปลวเพลิงสีชาดที่เกิดจากเพลิงอัคคีมารยังคงลุกโชนเลียไล้ซากเสาหินหยกขาว ส่องประกายสะท้อนกับหยาดโลหิตที่ไหลรินดั่งสายธาร ไร้ซึ่งเสียงร่ำไห้ ไร้ซึ่งเสียงกู่ร้อง มีเพียงเสียงฝ่าเท้าหนักหน่วงที่เหยียดย่ำลงบนเศษซากกระบี่หักนับหมื่นเล่ม ไป๋จินเฉินยืนหยัดตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น ร่างกายของเขาสะביศสะบองด้วยบาดแผลฉกรรจ์ ชุดคลุมสีขาวบัดนี้ถูกย้อมจนกลายเป็นสีชาดเข้มข้น ดาบกระบี่ในมือขวาของเขาหาใช่กระบี่วิเศษอันเจิดจรัสอีกต่อไป หากแต่เป็นเพียงคมเหล็กที่อาบชะลอด้วยหยาดเลือดของเหล่าศัตรูที่บังอาจเหยียบย่ำดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างสามสายที่สวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาโลหิต ผู้นำกลุ่มคือก, อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักฟ้าประทาน นัยน์ตาของมันหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องบุรุษหนุ่มผู้เหลือรอดเพียงคนเดียวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ไป๋จินเฉิน... เจ้าช่างดื้อรั้นเสียจริง" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของกระดาษทรายดังขึ้น ทลายความเงียบงันยามราตรี "หุบเขากระบี่นิมิตล่มสลายแล้ว ศิษย์ร่วมสำนักของเจ้าต่างกลายเป็นปุ๋ยผงใต้ฝ่าเท้า คัมภีร์โอสถบรรพกาลอยู่ที่ใด? หากเจ้าส่งมอบมันมาแต่โดยดี ข้าจะเมตตาให้เจ้าตายอย่างสบาย..." ไป๋จินเฉินมิได้กล่าวสิ่งใด ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างไร้ลมหายใจของอาจารย์และพี่น้องร่วมสำนักที่นอนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง ความแค้นอันหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานหลอมรวมเข้ากับพลังปราณกระบี่ในตัน티อ (จุดตันหยวน) จนเกิดเสียงคำรามกึกก้องคล้ายเสียงมังกรคำรามในห้วงลึก "พวกเจ้า... เอาชีวิตบรรพบุรุษและพี่น้องของข้าคืนมา" น้ำเสียงของไป๋จินเฉินราบเรียบ ทว่ากลับเย็นเยียบเสียจนอากาศรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีดำ เงาร่างทั้งสามพลันชะงัก พวกมันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างที่สะביศสะบองของเด็กหนุ่มผู้นี้ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นพายุหมุนโลหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกเป็นจุล "ฆ่ามัน!" อาวุโสสำนักฟ้าประทานคำรามลั่นสะท้านฟ้า พริบตานั้น ร่างทั้งสามก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิด ประหนึ่งสายฟ้าสีเลือดแหวกอากาศเข้าจู่โจมจุดตายทั้งสามแห่ง ไป๋จินเฉินไม่หลบหนี ดวงตาของเขาเปล่งประกายแสงสีเงินยวดยิ่ง ปลายกระบี่ในมือตวัดวาดเป็นวงโค้งอย่างไร้ร่องรอย นั่นคือ "วิถีกระบี่สุริยันดับสูญ" เคล็ดวิชาสูงสุดที่แม้แต่ผู้อาวุโสยังต้องตื่นตระหนก ฉับพลัน! ประกายกระบี่สว่างวาบตัดผ่านความมืดมิดราวกับดาราตก ดั่งเส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่ถูกตัดขาดอย่างไร้ความปราณี *ฉับ!* เสียงเนื้อและกระดูกถูกคมกระบี่เฉือนขาดดังขึ้นประสานกับเสียงสายลมกรีดก ร่างของยอดฝีมือสำนักฟ้าประทานผู้หนึ่งแข็งค้างกลางอากาศ ก่อนที่ลำตัวจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ร่วงหล่นลงสู่กองเถ้าธุลีเบื้องล่างอย่างอนาถ เลือดสดๆ พุ่งทะลักย้อมพื้นปฐพีให้กลายเป็นสีแดงฉาน อาวุโสสำนักฟ้าประทานเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่า ในยสภาพใกล้ตายเช่นนี้ ไป๋จินเฉินจะยังสามารถบรรลุเคล็ดวิชาขั้นที่เก้าได้! "เจ้า... สัตว์ประหลาด!" "หนี้เลือด... ต้องชดใช้ด้วยเลือด" ไป๋จินเฉินก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว รอยเท้าแต่ละก้าวทิ้งรอยร้าวลึกบนพื้นหิน ปราณกระบี่รอบตัวแผ่พุ่งออกมาราวกับศาสตราวธนับหมื่นเล่มที่พร้อมจะบัญชาฟ้าดิน การต่อสู้อันดุเดือดผ่านไปชั่วก้านธูป ร่างของศัตรูทั้งสามนอนแน่นิ่งจมกองเลือด มีเพียงไป๋จินเฉินที่ยังคงยืนหยัด หอบหายใจถี่กระชั้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกหลั่งโลหิตไม่หยุด ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวอันแน่วแน่ เขารู้ดีว่าลำพังพลังยุทธ์ในปัจจุบัน ยังห่างไกลจากการล้างแค้นเทียนกงจวินและทำลายสำนักฟ้าประทาน สำนักมารสวรรค์ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้มีรากฐานหยั่งรากลึกเกินกว่าจะจินตนาการ สายตาดุดันเหลือบมองไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "เตาหลอมโอสถเก้าสุริยัน" โบราณวัตถุบรรพกาลที่สูญหายไปนับหมื่นปี ตำนานเล่าขานว่า ผู้ใดครอบครองเตาหลอมนี้ ผู้นั้นจักสามารถปรุงโอสถพลิกฟ้าสวรรค์ หลอมรวมปราณฟ้าดินเพื่อทะลวงขอบเขตขั้นเซียนแท้จริงได้ "ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะโรยด้วยหนามแหลมหรือทะเลเพลิง... ข้า ไป๋จินเฉิน จะต้องตามหาเตาหลอมโอสถนั้นให้พบ" เขาเก็บกระบี่เข้าฝัก เสียงโลหิตหยดกระทบพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน ก่อนที่ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวจะหันหลังให้ซากปรักหักพังแห่งอดีต ก้าวเดินเข้าสู่ความมืดมิดของยามราตรีเพื่อเริ่มต้นเส้นทางแห่งการล้างแค้นและฝืนลิขิตสวรรค์อย่างแท้จริง ทว่า... ในขณะที่เขาก้าวพ้นเขตอาคมที่พังทลายของหุบเขา แสงสว่างสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งก็พลันพุ่งผ่าลงมาจากท้องนภาที่ไร้เมฆหมอก ปะทะเข้ากับพื้นดินเบื้องหน้าเขาห่างไปเพียงสามก้าว แรงกดดันจากปราณเทวะอันไพศาลกดทับจนเข่าเกือบทรุด ควันสีขาวจางหายไป ปรากฏร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดารา ใบหน้างดงามล่มเมืองแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี นางถือคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งไว้ในมือเรียว นัยน์ตาคู่หงส์จ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาสลับซับซ้อน "ไป๋จินเฉิน... เจ้ากำลังเดินไปสู่ความตายที่แท้จริง" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งหิมะโปรยปรายเอ่ยขึ้น "เตาหลอมโอสถที่เจ้าตามหา บัดนี้... อยู่ในมือของ 'นาง' ผู้ทรยศเจ้าแล้ว" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝืนลิขิตฟ้าดินไปกับข้าด้วยกันนะครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอสถโลหิต ลิขิตกระบี่เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%