กลิ่นอายของกาแฟลาเต้ร้อนกรุ่นยังคงลอยวนอยู่เหนือโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท แต่มันไม่อาจกลบกลิ่นอายความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งของคณินที่ยืนกอดอกพิงกระจกใสบานใหญ่ มองลงไปยังมหานครเบื้องล่างที่ถูกย้อมด้วยแสงไฟสีส้มจากตึกระฟ้า
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ลีลาวดี" น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังของวิศวกรหนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและความกังวล เขาหันกลับมามองหญิงสาวคนรักที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเลือดหมู
ลีลาวดีไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันwที ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอยังคงหมุนแก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงราคาแพงเล่นอย่างใจเย็น แสงไฟสลัวตกกระทบใบหน้ารูปไข่ที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึก ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างแผ่วเบา
"ศีลธรรมเหรอคะ คณิน?" เสียงหวานใสแต่บาดลึกเอ่ยขึ้น ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเปราะบางของห้องทำงาน "ธนท์เหยียบย่ำครอบครัวฉันจนจมดิน ทำลายทุกอย่างที่พ่อฉันสร้างมาด้วยความสุจริต ตอนที่มันโกงบริษัทจนแม่ฉันต้องตรอมใจตาย ศีลธรรมอยู่ที่ไหนคะ? ตอนที่คุณธนท์คนดีของสังคมใช้อำนาจเงินซื้อพยาน ปิดปากความจริง ศีลธรรมมันเคยทำงานบ้างไหม?"
คณินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความอึดอัด เขาเดินเข้ามาใกล้โซฟา ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเธอ มือหนาทั้งสองข้างกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบเอาไว้ แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเต็มไปด้วยรอยร้าวและความแตกต่างทางความคิด แต่นัยน์ตาคู่นั้นของเขากลับสะท้อนความห่วงใยที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ผมเข้าใจความแค้นของคุณ ลี... ผมพร้อมจะยืนเคียงข้างคุณเพื่อเปิดโปงความจริง เปิดเผยเอกสารโครงสร้างที่มันโกง หรือแม้แต่เอาหลักฐานทางวิศวกรรมไปพังอาณาจักรของมันให้ราบคาบ" คณินเน้นเสียงหนักแน่น แว่นตาที่สะท้อนแสงไฟทำให้ดวงตาคู่นั้นดูจริงใจยิ่งขึ้น "แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้... มันไม่ใช่การทวงความยุติธรรม มันคือการทำลายตัวเองให้ต่ำลงไปเท่ากับพวกมัน คุณกำลังใช้เงินซื้อความพินาศของคนอื่นโดยไม่สนว่าใครจะเดือดร้อนบ้าง ลูกน้องตาดำๆ ที่ต้องตกงาน ครอบครัวบริสุทธิ์ที่ต้องรับเคราะห์จากการล้างแค้นแบบปูพรมของคุณ..."
ลีลาวดีดึงมือออกจากการกุมของเขาอย่างช้าๆ ความเยือกเย็นในแววตาของเธอทำให้คณินรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ตกหน้าผาน้ำแข็ง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทผ้าไหมสีดำสนิทเข้ารูปขับเน้นทรวดทรงและอำนาจที่สถิตอยู่ในตัวเธออย่างเด่นชัด
"ฉันไม่ใช่แม่พระผู้ใจบุญแบบที่คุณอยากให้เป็นหรอกนะคะ คณิน" ลีลาวดีก้มลงมองหน้าเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้อง แต่มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเงินตรา... และบังเอิญว่าฉันมีทั้งสองอย่างนั้นในปริมาณที่มากพอจะซื้อความสะใจของตัวเอง"
"ลี!" คณินลุกขึ้นยืนตาม น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความโกรธและผิดหวัง "คุณเปลี่ยนไปมาก... ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณกลายเป็นคนไร้หัวใจขนาดนี้?"
"ตั้งแต่หน้าที่การงานและความฝันอันสวยงามของคุณปกป้องแม่ฉันไม่ได้ยังไงล่ะคะ" คำพูดนั้นแทงทะลุหัวใจของวิศวกรหนุ่มเข้าอย่างจัง คณินชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่องรอยความเจ็บปวดฉายชัดผ่านม่านตา ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด
ลีลาวดีหันหลังให้เขา เธอก้าวเดินไปหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้—สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดที่แม้แต่ธนาคารระดับโลกยังต้องให้ความเคารพ—ขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วเรียวลูบไล้ไปบนผิวสัมผัสเรียบเนียนของมันอย่างเชื่องช้า
"การเจรจาระหว่างฉันกับธนท์จะเริ่มขึ้นในอีกสิบนาทีข้างหน้า และต่อให้คุณจะพยายามเทศนาฉันด้วยหลักศีลธรรมอีกสักกี่ร้อยชั่วโมง ผลลัพธ์ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง" เธอกล่าวโดยไม่หันกลับมามอง "เพราะในเกมนี้ คนที่จะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต... ไม่ใช่ฉัน"
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะสั่นครืดคราดขึ้นทำลายความเงียบ ลีลาวดีเหลือบมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเลขานุการส่วนตัวของธนท์ มุมปากของเธอหยักยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งผู้ล่าที่สมบูรณ์แบบ
เธอกดรับสายโดยไม่ต้องรอช้า เสียงสั่นเครือและกระวนกระวายของธนท์ลอดออกมาจากลำโพงทันที
*“คุณลีลาวดี... เรื่องหุ้นในโครงการเดอะแกรนด์รีสอร์ท... ทำไมจู่ๆ ธนาคารถึงระงับวงเงินกู้ทั้งหมดของผมล่ะครับ? แล้วบรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่ทำไมถึงเทขายหุ้นทิ้งพร้อมกันในเวลาเดียวแบบนี้! คุณ... คุณทำอะไรกับบริษัทผม!”*
ลีลาวดีหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเย็นเยียบราวกับลมหนาวพัดผ่านกระดูก
"ก็แค่จัดระเบียบโครงสร้างทางธุรกิจใหม่นิดหน่อยค่ะ คุณธนท์..." เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหยิบเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์พกพาขึ้นมา วางมันลงบนโต๊ะหินอ่อนตรงหน้า แล้วกดทำรายการโอนเงินก้อนโตเพื่อซื้อหุ้นล็อตสุดท้ายที่เหลืออยู่ของบริษัทคู่ปรับอย่างไร้ความปรานี "และตอนนี้... ฉันก็กำลังจะรูดซื้อซากปรักหักพังทั้งหมดของคุณด้วยวงเงินที่ไม่จำกัด... เพื่อดูว่าคุณจะยังมีศักดิ์ศรีเหลือไว้กราบตีนฉันไหม"
*ติ๊ด!* เสียงอนุมัติธุรกรรมดังขึ้นอย่างกังวานในความเงียบ พร้อมกับหน้าจอแสดงผลสีเขียวสว่างวาบที่ยืนยันว่า อาณาจักรธุรกิจของธนท์ได้ตกเป็นของเธออย่างสมบูรณ์แบบแล้วในวินาทีนี้
คณินยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก เขารู้ดีว่าไม่มีคำพูดใดๆ ของเขาที่จะหยุดยั้งพายุคลั่งแห่งการแก้แค้นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว และก่อนที่ความเงียบงันจะถูกทำลายด้วยเสียงสะอื้นจากปลายสายของธนท์ ประตูห้องทำงานส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารซองสีน้ำตาลในมือ ใบหน้าของเขานิ่งเรียบแต่แฝงด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ทำให้ลีลาวดีต้องหันขวับไปมอง
"ขออภัยที่มารบกวนเวลาอันมีค่าของคุณลีลาวดีครับ..." ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้อารมณ์ "แต่ทนายความส่วนตัวของ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่อีกคน' ฝากเอกสารชิ้นนี้มาให้คุณตรวจสอบ... ก่อนที่คุณจะคิดว่าคุณเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในเกมนี้"
ต้นไม้ริมระเบียงขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งการล้างแค้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง•ตอนที่ 12
ความจริงที่ต้องแลก
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!