แฟ้มข้อมูลโครงการ ‘Nova Genesis’ หนาสามนิ้วถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กสีเข้มด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กาแฟลาเต้ร้อนๆ ในแก้วเซรามิกกระฉलकกระเฉอก รินรดาแทบไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ เธอก็รู้ดีว่าเจ้าของมือหนาที่ไร้ซึ่งมารยาทคู่นั้นคือใคร—*ธันวา* ซีอีโอคนใหม่ผู้บินตรงจากนิวยอร์กมารับตำแหน่งเพื่อกวาดล้างโครงสร้างเก่าของบริษัทตามข่าวลือที่แพร่สะพัดมาตลอดสัปดาห์
"โปรเจกต์นี้ใช้เวลาสามเดือนเต็มในการทำวิจัยตลาด วิเคราะห์ตัวเลขความเป็นไปได้ และกลั่นกรองทุกกลยุทธ์ร่วมกับทีมยี่สิบชีวิต... คุณเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่ามันไร้ค่าโดยที่ยังไม่ทันได้เปิดอ่านหน้าแรกด้วยซ้ำคะ?"
น้ำเสียงของรินรดานิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มผู้ยืนค้ำหัวโต๊ะทำงานของเธอด้วยแววตาที่ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเป็นผู้ชายประเภทที่ผู้หญิงครึ่งค่อนประเทศพร้อมจะยอมสยบให้เพียงแค่ปลายหางตาตวัดมอง แต่สำหรับรินรดาแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจาก “ภัยพิบัติทางการบริหาร” ที่จงใจเข้ามาทำลายความเหนื่อยยากของคนอื่นเล่นสนุกๆ
"สามเดือนเหรอครับ?" ธันวาเอ่ยทวนคำ เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันนิดๆ เขาหยิบเอกสารแผ่นบนสุดขึ้นมาเปิดผ่านๆ ด้วยท่าทางราวกับกำลังดูเศษขยะ "น่าเสียดายนะที่คุณผู้จัดการรินรดาใช้เวลาตั้งสามเดือนไปกับตัวเลขเพ้อฝันที่ไม่มีทางทำกำไรได้จริงในโลกธุรกิจยุคนี้ ผมไม่ได้จ้างให้พวกคุณมาทำโปรเจกต์การกุศลเพื่อสนองนี้ดความภูมิใจส่วนตัวของใคร แต่มอบหมายให้ทำเงิน... และโครงการเด็กเล่นนี่ มันกำลังจะทำให้บริษัทเจ๊งภายในสองไตรมาส"
คำพูดนั้นทำเอาพนักงานคนอื่นๆ ในออฟฟิศถึงกับกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทุกสายตาจับจ้องมาที่คู่กรณีทั้งสองคน รินรดากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอทำงานแทบไม่ได้หลับได้นอนเพื่อผลักดันโปรเจกต์นี้ให้ผ่านบอร์ดบริหาร แต่ผู้ชายปากจัดคนนี้กลับกล้าเหยียบย่ำมันด้วยความมั่นใจที่ไร้เหตุผลสิ้นดี
"ถ้าคุณมีสมองมากพอที่จะอ่านภาษาอังกฤษออกและทำความเข้าใจกราฟวิเคราะห์ความเสี่ยงในภาคผนวกหน้าสิบสอง คุณจะรู้ว่าโปรเจกต์นี้คือโอกาสเดียวที่จะทำให้เราตีตลาดเอเชียใต้ได้ก่อนที่กลุ่มทุนของกวินทร์จะแย่งส่วนแบ่งไปทั้งหมด!" รินรดาตอกกลับเสียงดังฟังชัด เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดันเขากลับบ้าง "หรือว่า... คุณแค่อิจฉาที่ผู้บริหารชุดเก่าทิ้งมรดกทางความคิดที่ดีกว่าสมองอันว่างเปล่าของคุณไว้กันแน่คะ?"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที พนักงานหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาแบบนี้กับธันวามาก่อน ซีอีโอหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองหญิงสาวตรงหน้า ประกายความสนใจวูบผ่านนัยน์ตาคู่คมชั่วพริบตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดังเดิม
ธันวาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเธอจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่นั่นยิ่งทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"ปากกล้าดีนี่..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหีบปากของเธอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอันตราย "แต่ความมั่นใจโง่ๆ แบบนี้ มันช่วยกู้หน้าบริษัทไม่ได้หรอกนะ รินรดา... ถ้าคุณมั่นใจในโปรเจกต์ขยะนี่นัก งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะ?"
"เดิมพันอะไรคะ?" เธอถามสวนกลับทันทีโดยไม่ลังเล
ธันวายืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขายกมุมปากยิ้มร้ายกาจที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ ควักกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาพร้อมกดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะยื่นมันมาตรงหน้าเธอ
"ภายในเจ็ดวัน... ถ้าคุณสามารถหาเงินลงทุนเพิ่มอีกสิบล้านดอลลาร์เข้ามาโปะโปรเจกต์นี้ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ใช้เส้นสายของบริษัท ผมจะยอมคุกเข่าขอโทษคุณกลางห้องประชุมใหญ่ และปล่อยให้คุณทำโปรเจกต์นี้ต่อไปตามใจชอบ..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย "...แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าคุณต้องเซ็นใบลาออกแล้วไสหัวออกไปจากตึกนี้ซะ"
รินรดามองหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงข้อความท้าทายพร้อมพยานนับสิบชีวิตในออฟฟิศ หัวใจของเต้นระรัวด้วยความเดือดดาล แต่นั่นไม่ใช่ความกลัว... มันคือความท้าทายขั้นสุดยอด เธอยกยิ้มมุมปากบ้าง รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ
หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบเอกสารที่ถูกโยนทิ้งขึ้นมาจัดเรียงใหม่อย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาซีอีโอหนุ่มตรงๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"รับคำท้าค่ะ, ท่านซีอีโอปากจัด..." รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ "เตรียมตัวหาซื้อสนับเข่ารอไว้ได้เลยนะคะ เพราะอีกเจ็ดวันข้างหน้า คนที่จะต้องคุกเข่าร้องขอชีวิต... คือคุณค่ะ"
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากธนาคารบนสมาร์ทโฟนของธันวาก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอหลักที่แสดงยอดเงินในบัญชีดำระดับอัลตร้าไวโอเลตที่ถูกโอนเข้าสู่ระบบกลางของบริษัทแบบเรียลไทม์ ตัวเลขสิบล้านดอลลาร์ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบโดยฝีมือใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดของห้องประชุม...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ ไอศกรีมมินต์ช็อกสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและความสะใจให้รี้ดเดอร์ทุกคนแบบจุกๆ ในตอนหน้าแน่นอนค่ะ!
เศรษฐีปากจัดกับเวิร์กกิ้งวูแมนจอมดีเดือด•ตอนที่ 1
บอสคนใหม่คือศัตรูหมายเลขหนึ่ง
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีปากจัดกับเวิร์กกิ้งวูแมนจอมดีเดือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
