โลหิต… หยดลงบนพื้นหญ้าแห้งแล้งจนเกิดเสียงดังชัดเจนในความเงียบสงัด
ความมืดมิดของผืนป่าทึบยามรัตติกาลหาได้เป็นมิตรต่อผู้ใดไม่ มันโอบล้อมด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน ทว่าท่ามกลางความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้วิญญาณของจอมยุทธ์ทั่วไปให้แหลกสลายได้นั้น ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทของ 'เฟยหลง' กลับยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งขุนเขา ไหล่ทั้งสองข้างแบกรับความแค้นของตระกูลที่ถูกล้างบางอย่างอยุติธรรม มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่เก่าคร่ำคร่าไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ ลึกซึ้ง และสอดคล้องกับเคล็ดวิชาโคจรปราณที่ฝึกฝนมานับแรมปี ทั่วร่างปรากฏไอสีขาวบางเบาลอยวนเวียนคล้ายมังกรตัวน้อยที่กำลังคำรามอยู่ในห้วงนิมิต
"เฟยหลง... เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว ยอมจำนนแต่โดยดี แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้ร่างเจ้ายังคงอยู่ครบสามสิบสองส่วน!"
เสียงหัวاะเยือกเย็นดังมาจากความมืดเบื้องหน้า น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เข้มข้นจนใบไม้รอบกายสั่นระริก ทันใดนั้น เงาร่างนับสิบสายก็พุ่งทะยานออกมาจากยอดไม้ราวกับฝูงพญาอินทรีที่กำลังโฉbเหยื่อ ทุกผู้คนต่างสวมชุดดำปกปิดใบหน้า และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของพวกมัน
พวกมันคือมือสังหารเดนตายจากสำนักมารโลหิต ผู้รับบัญชาจากเบื้องบนเพื่อตัดรากถอนโคนทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเฟยให้สิ้นซาก
เฟยหลงไม่ได้หวาดหวั่น ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์หนุ่มผู้หิวกระหายกวาดตามองรอบกายอย่างเยือกเย็น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงความแค้นสุมอกที่คอยหล่อเลี้ยงให้เลือดในกายเดือดพล่าน
"ไว้ชีวิตข้า? ฮ่า... ฮ่า... น่าขันสิ้นดี พวกสุนัขรับใช้ตระกูลอู่เช่นพวกเจ้า มีปัญญาแม้แต่จะมารับคมกระบี่ของข้าสักกระบวนท่าแล้วหรือยัง?"
คำพูดของเขาดั่งสายฟ้าฟาดกลางใจเหล่ามือสังหาร ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านขึ้นทันที ผู้นำกลุ่มมือสังหารสวมหน้ากากยักษ์ก้าวออกมาจากเงาไม้ มันตวัดกระบี่ในมือจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม
"ปากกล้าดีนัก! ลงมือ! บดขยี้มันให้เป็นจุล!"
สิ้นเสียงคำราม ประกายคมกระบี่นับสิบสายก็พุ่งเข้าใส่เฟยหลงจากทุกทิศทุกทางราวกับตาข่ายมรณะ ไม่มีช่องว่างให้หลบหนี ไม่มีทางให้ถอยหลัง บรรยากาศรอบตัวถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันจากลมปราณของยอดฝีมือสิบคนหลอมรวมกันเป็นคลื่นกระแทกที่พร้อมจะฉีกกระชากเป้าหมายออกเป็นชิ้นๆ
ทว่า... ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เวลาในสายตาของเฟยหลงกลับหมุนช้าลง
เขากลับหลับตาลงชั่วพริบตา ปล่อยให้จิตสำนึกเชื่อมต่อกับสรรพสิ่งรอบตัว ลมที่พัดผ่าน ใบไม้ที่ร่วงหล่น และแม้แต่จังหวะการเต้นของหัวใจของศัตรู ทุกอย่างล้วนชัดเจนแจ่มแจ้งในห้วงความคิด นี่คือแก่นแท้แห่ง "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" กระบี่ที่ไม่มีรูปแบบ กระบี่ที่เกิดจากจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์และทระนงตนเหนือฟ้าดิน
*แคว่ก!*
เสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของเฟยหลงถูกคมกระบี่เฉือนจนขาดวิ่น โลหิตสีแดงฉานไหลรินอาบผิวเนื้อ ทว่าเขากลับไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ นัยน์ตาที่ปิดอยู่ลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากม่านตา คมกระบี่ในฝักเริ่มสั่นระริก เสียงคำรามคล้ายพยัคฆ์ร้ายดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วผืนป่า
"วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์... กระบวนท่าที่หนึ่ง : เมฆาตัดสุริยัน!"
พรึบ!
ร่างของเฟยหลงหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ไร้ร่องรอย แสงกระบี่สีเงินยวดยิ่งราวกับสายฟ้าแลบตัดผ่านความมืดมิด มันสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วเสี้ยวลมหายใจ ทว่าทรงพลังอำนาจจนฟ้าดินต้องสั่นสะเทือน
*ฉั้วะ! ฉั้วะ! ฉั้วะ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังประสานกันเป็นเสียงเดียว เงาร่างมือสังหารสามคนที่พุ่งเข้ามาใกล้ที่สุดพลันหยุดชะงัก ร่างของพวกมันแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่ลำคอจะปรากฏรอยเส้นสีแดงบางๆ และศีรษะก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินตามด้วยสายเลือดพุ่งทะลักราวกับน้ำพุ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มือสังหารที่เหลือต่างชะงักฝีเท้า ใบหน้าภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก พวกมันไม่คาดคิดเลยว่า เหยื่อที่ควรจะบาดเจ็บปางตายและไร้หนทางสู้ผู้นี้ จะสามารถซ่อนเร้นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ไว้ได้
"ปีศาจ... มันเป็นปีศาจ!" มือสังหารคนหนึ่งกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
เฟยหลงยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก ลมปราณในร่างปั่นป่วนจากการฝืนใช้เคล็ดวิชาขั้นสูงในยามที่ร่างกายยังบอบช้ำ ทว่าแววตาของเขากลับยิ่งคมกلا้าและดุดันมากกว่าเดิม เขากำลังจะก้าวเท้าพุ่งเข้าสังหารพวกมันให้สิ้นซากเพื่อเปิดทางหนี
ทว่า... ทันใดนั้นเอง ท้องน้ายามรัตติกาลที่เคยเงียบสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ายี่สิบเท่าโถมทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกดทับลงบนบ่าของทุกคนในที่นั้น
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว ต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงระเนนระนาดอย่างไร้แรงต้านทาน
เฟยหลงหน้าถอดสีทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยความตกตะลึง ปราณกระบี่ในร่างสั่นสะท้อนด้วยความหวาดกลัวโดยสัญชาตญาณ
ไม่ใช่ฝีมือของมือสังหารกลุ่มนี้... แล้วมันคือผู้ใดกัน?
ในความมืดที่กดดันและบีบคั้นถึงขีดสุดนั้น เงาร่างหนึ่งในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบเหนือยอดไม้ นางยืนอยู่บนปลายกิ่งไม้ที่ไหวเอนเพียงน้อยนิดโดยไร้ซ้ำซึ่งน้ำหนัก ใบหน้างดงามล่มเมืองราวนางเซียนผู้สูงส่งไร้กิเลส ทว่าแววตากลับเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี
นางกวาดตามองสถานการณ์เบื้องด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับเปล่งวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงกังวานใสแต่เยือกเย็นเสียดกระดูก
"รังแกคนผู้เดียวด้วยคนจำนวนมาก... รสนิยมของสำนักมารโลหิตนี่ต่ำช้าไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ"
หัวใจของเฟยหลงกระตุกวูบ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและห่างหายไปนาน... ไป่หลิง นางเซียนผู้นั้น เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้?
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับยอดเซียนผู้ทระนง•ตอนที่ 1
รัตติกาลแห่งคมกระบี่
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์กับยอดเซียนผู้ทระนง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
