ทฤษฎีเวทบทที่ศูนย์ กับอาจารย์สาวที่ผมไม่อยากรู้จัก•ตอนที่ 1

สมการเวทมนตร์ที่ไร้คำตอบ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
ปลายนิ้วเรียวของคิรินหยุดชะงักลงห่างจากผิวแผ่นศิลาสีนิลเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นอายของมานาที่หนាแน่นจนเกือบกลายเป็นของเหลวรอบตัวเขากำลังสั่นพ้องกับชีพจรในข้อมือซ้าย รอยประทับวงแหวนเวทมนตร์รูปสมการคณิตศาสตร์ซับซ้อนส่องแสงสีฟ้าจางๆ ใต้เนื้อผ้าสีเข้ม มันไม่ใช่ความงดงามตามตำนานปรัมปราที่ผู้คนมักวาดฝันถึง หากแต่เป็นระเบียบวินัยอันโหดร้ายของตัวเลขและเรขาคณิตที่ถูกบังคับให้บิดงอจนกลายเป็นปาฏิหาริย์ "ถ้าคุณยังลังเลที่จะแตะมัน เกรงว่าสิทธิ์ในการเข้าเรียนปีหนึ่งของสถาบันอาร์เคเดียอาจจะจบลงก่อนที่ระฆังคาบแรกจะทันได้เคารพธงชาติเสียด้วยซ้ำนะครับ คุณคิริน" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นจากด้านหลัง คิรินไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร—เอลิน่า อาจารย์ประจำวิชาเวทมนตร์โบราณผู้มีข่าวลือหนาหูว่าเธอคือนักโทษทัณฑ์บนจากสภาเวทมนตร์สูงสุง มากกว่าจะเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เด็กใหม่ คิรินถอนหายใจยาว ชักมือกลับอย่างช้าๆ แล้วหมุนตัวเผชิญหน้ากับอาจารย์สาว ดวงตาสีนิลของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับมาอย่างดี แววตาคู่นั้นสะท้อนความเย็นชาและตรรกะอันเคร่งครัดที่ไม่อาจถูกหลอกลวงได้ง่ายๆ "ผมไม่ได้ลังเลครับ อาจารย์เอลิน่า" คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท "ผมแค่กำลังประเมินว่า ความสูญเปล่าของมานาในศิลาแผ่นนี้ คุ้มค่าพอที่จะถูกบรรจุเป็น 'กฎพื้นฐาน' ให้พวกเราต้องท่องจำไปตลอดสามปีหรือเปล่า" รอยยิ้มมุมปากของเอลิน่าชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสีอำพันของเธอกะพริบช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายความสนใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เธอก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอเล็ตผสมกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือน้อยกว่าหนึ่งช่วงแขน "โอ้? เด็กปีหนึ่งจากเขตสามผู้สอบเข้าด้วยคะแนนภาคทฤษฎีเต็มทุกหมวด กล้าวิจารณ์รากฐานสถาปัตยกรรมเวทมนตร์ที่มีอายุเก่าแก่กว่าสถาบันแห่งนี้ตั้งแต่ก้าวแรกเลยอย่างนั้นหรือครับ?" เอลิน่าเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ว่ามาสิ สมการที่เธอกล่าวถึง มันมีข้อบกพร่องตรงไหนในสายตาของอัจฉริยะผู้เย็นชาคนนี้" ห้องโถงทดสอบเวทมนตร์ปฐมฤกษ์เงียบสงัด เสียงลมหายใจของทั้งสองคนกลายเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ คิรินกวาดสายตามองไปรอบห้อง ผนังหินแกรนิตแกะสลักอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่เชื่อมต่อกันเป็นวงจรปิด มันคือโครงสร้างที่เรียกว่า "ทฤษฎีเวทบทที่ศูนย์" รากฐานที่สถาบันอาร์เคเดียใช้หล่อหลอมจอมเวทนับรุ่นต่อรุ่น "มันเป็นสมการที่พยายามฝืนธรรมชาติครับ" คิรินเริ่มต้นอธิบายด้วยน้ำเสียงมั่นคง นิ้วมือเรียวยาวชี้ไปยังจุดตัดของอักขระบนแผ่นศิลา "วงแหวนเวทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงพลังงานจากแกนกลางมานาใต้ดินมาใช้ขับเคลื่อนอาคมป้องกันสถาบัน แต่ผู้สร้างในอดีตจงใจละเลยตัวแปรค่าความต้านทานของจิตใจมนุษย์ พวกเขาใช้สูตรสำเร็จตายตัวบังคับให้ทุกคนต้องประสานคลื่นสมองเข้ากับความถี่เดียวกัน ผลลัพธ์คืออะไรล่ะครับ? คือการที่นักเรียนสิบเปอร์เซ็นต์ทุกรุ่นต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการมานาตีกลับ สมองส่วนรับความรู้สึกถูกทำลายทีละน้อย จนกลายเป็นคนพิการทางเวทมนตร์ไปตลอดชีวิต... นี่หรือคือสิ่งที่สถาบันอันทรงเกียรติเรียกว่าการศึกษา?" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักอึ้งเสียจนบรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงดันมหาศาล เอลิน่าไม่ได้โกรธ เธอไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ หรือแม้แต่แก้ตัว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดốcหายไป เหลือเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยและแววตาที่ไหววูบคล้ายกับผิวน้ำในยามที่ถูกโยนก้อนหินลงไป ปมในอดีตบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนเร้นมาตลอดถูกคำพูดของเด็กหนุ่มตรงหน้าสะกิดจนปริออก "เธอนี่มัน... อันตรายเสียจริงนะ คิริน" เอลิน่าพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ "การมองเห็นความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามของเวทมนตร์... มันไม่ใช่พรสวรรค์ที่น่าอภิรมย์หรอกนะ มันคือคำสาปต่างหาก" "ผมไม่ได้ขอพรสวรรค์นี้ครับ ผมแค่ใช้เหตุผล" คิรินตอบกลับทันควัน สายตาไม่หลบเลี่ยง "และเหตุผลของผมก็บอกว่า หากกฎของสถาบันนี้มันถูกสร้างขึ้นบนความเจ็บปวดที่ถูกเพิกเฉย ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องเคารพมัน" ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงก้องกังวานของโลหะกระทบกันจากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงสีแดงฉานที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีของห้องโถง สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ไม่มีใครเคยได้ยินมานานกว่าทศวรรษจู่ๆ ก็แผדเสียงโหยหวนไปทั่วทุกอาคารเรียน ก่อนที่คิรินจะทันได้วิเคราะห์สถานการณ์ จู่ๆ อากาศเบื้องหน้าของพวกเขาก็ฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท แรงดึงดูดประหลาดดึงร่างของเขาให้เซถอยหลังไปครึ่งก้าว และก่อนที่สติจะทันได้ประมวลผล หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าสดใสที่ไม่มีใครมองเห็น นอกจากตัวเขาเอง ก็เด้งขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนในโสตประสาท [ตรวจพบความผิดปกติของโครงสร้างมิติ: ทฤษฎีเวทบทที่ศูนย์กำลังล่มสลาย] [เงื่อนไขเงียบงันถูกกระตุ้น: เริ่มต้นการซิงโครไนซ์กับ "ระบบสมการบรรพกาล"] [ภารกิจเร่งด่วนระดับ SSS: ค้นหาข้อบกพร่องที่แท้จริงของหอคอยกลาง ก่อนที่ผู้ดูแลระบบลับจะตื่นจากการหลับใหล] เอลิน่าคว้าข้อมือของคิรินไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและสั่นเทาเล็กน้อย เธอดึงเขาเข้ามาประชิดตัวในขณะที่รอยแยกสีดำเบื้องหน้ากำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเผยให้เห็นดวงตาสีแดงคู่มหึมาที่กำลังจ้องมองทะลุมิติเข้ามาจากความมืดมิด "ดูเหมือนว่า... เธอจะไม่ต้องรอให้ถึงคาบเรียนพรุ่งนี้เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีของตัวเองแล้วล่ะนะ คุณนักเรียนตัวแสบ" เอลิน่ากระซิบข้างใบหูของเขา เสียงหัวเราะแห้งๆ เจือความตื่นตระหนกดังลอดไรฟัน "เตรียมตัวให้ดีล่ะ เพราะสิ่งที่กำลังจะออกมาจากรอยแยกนั้น... มันไม่ได้ใช้สมการคณิตศาสตร์ในการฆ่าคนหรอกนะ" ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับสมการบทแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทฤษฎีเวทบทที่ศูนย์ กับอาจารย์สาวที่ผมไม่อยากรู้จัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%