พนักงานวิจัยจอมตรรกะกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย•ตอนที่ 1

โอทีหลังเที่ยงคืน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ตัวเลขชุดนี้มีความคลาดเคลื่อนร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่งแปดครับ..." เสียงทุ้มต่ำของศิลาเจือความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แว่นตากรอบเงินสะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยี่ห้อดังในห้องทำงานกว้างขวางของบริษัทวิจัยข้อมูลลอจิกซ์ โคปอเรชั่น บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเคสคอมพิวเตอร์ที่ทำงานหนักหน่วง เขากวาดสายตามองหน้าจอที่แสดงผลตารางข้อมูลขนาดมหึมา บันทึกสถิติมูลค่าการใช้พลังงานไฟฟ้า ประปา และสัญญาณอินเทอร์เน็ตของตัวอาคารสำนักงานแห่งนี้ นาฬิกาดิจิทัลที่มุมขวาล่างของจอภาพปรากฏตัวเลข `01:14 น.` สำหรับพนักงานวิจัยแผนกประเมินโครงสร้างพื้นฐานอย่างเขา การทำงานล่วงเวลาหลังเที่ยงคืนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอในคืนนี้กลับทำให้สมองส่วนตรรกะของศิลาเริ่มประมวลผลอย่างหนักหน่วงด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ในฐานะคนที่เชื่อมั่นว่าทุกปรากฏการณ์ในโลกใบนี้ต้องมีกฎเกณฑ์ มีสมการคณิตศาสตร์รองรับ และสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ศิลาไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางหรือสิ่งลี้ลับที่พนักงานคนอื่นชอบร่ำลือกันยามดึกดื่น สำหรับเขา ตึกสำนักงานสูงห้าชั้นแห่งนี้ถูกออกแบบตามหลักวิศวกรรมโยธาอย่างสมบูรณ์แบบ มีแปลนอาคารที่ได้รับการรับรองจากสภาวิศวกรอย่างถูกต้อง ทว่า... ตัวเลขการใช้พลังงานไฟฟ้าของชั้นที่ 5 กลับไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ศิลาเลื่อนนิ้วคลิกเมาส์เปิดไฟล์เอกสาร PDF แปลนอาคารชุดเดิมขึ้นมาเปรียบเทียบกับกราฟการใช้กระแสไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ ตึกนี้มีโครงสร้างหลัก 5 ชั้น ชั้นดาดฟ้าถูกปิดตายเนื่องจากเป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศส่วนกลางและถังเก็บน้ำสำรอง ไม่มีพนักงานคนใดได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปหลังเวลาเลิกงาน แต่ข้อมูลการใช้กระแสไฟฟ้าในรอบสามสิบวันที่ผ่านมาบ่งชี้ชัดเจนว่า ในช่วงเวลาระหว่างเที่ยงคืนถึงตีสาม มีการดึงกระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ณ พิกัดที่ควรจะเป็น "ความว่างเปล่า" เหนือเพดานของชั้นที่ 5 "ความผิดพลาดของการบันทึกเซ็นเซอร์ IoT อย่างนั้นหรือครับ..." ศิลาพึมพำกับตัวเอง นิ้วเรียวยาวขยับพิมพ์คำสั่งโค้ดสั้นๆ เพื่อรีเซ็ตค่าการเชื่อมต่อของเซ็นเซอร์ทั้งหมดในอาคาร หน้าจอแสดงผลข้อความสถานะ `Connecting...` ชั่วครู่ ก่อนที่สัญญาณไฟสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมกับตัวเลขปริศนาที่พุ่งทะยานสูงขึ้นจนน่าตกใจ ไม่ใช่ความผิดพลาดของเซ็นเซอร์... ระบบกำลังยืนยันว่ามี "บางสิ่ง" กำลังเปิดใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ ณ จุดที่อยู่นอกเหนือไปจากแปลนสถาปัตยกรรม "กำลังนั่งวิเคราะห์สมการความตายของตึกหลังนี้อยู่อย่างนั้นหรือครับ, คุณนักวิจัยผู้ยึดติดกับตรรกะ" เสียงหวานนุ่มทว่ากังวานก้องกังสดาลดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน ศิลาสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่แสดงอาการตื่นตระหนกจนเกินงาม เขาสอบทานลมหายใจแล้วหันกลับไปมอง ร่างระหงของอาจารย์อิงค์ยืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใส บรรยากาศรอบตัวเธอดูราวกับหลุดออกมาจากภาพถ่ายโบราณ เสื้อคลุมสีเข้มทับชุดทำงานเรียบร้อย ดวงตาคู่คมกริบใต้แพขนตาดกหนามองตรงมาที่เขา รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยความหมายล้ำลึกที่ยากจะคาดเดา "อาจารย์อิงค์..." ศิลาเอ่ยชื่อผู้มาเยือนด้วยน้ำเสียงเรียบราบ "ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมอาจารย์ยังไม่กลับบ้านครับ หรือว่าระบบรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยมีปัญหาอีกแล้ว" อาจารย์อิงค์ก้าวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของศิลา ฝีเท้าของเธอนุ่มนวลจนแทบไม่มีเสียงกระทบพื้น ราวกับเธอไม่ได้สัมผัสกับพื้นพรมจริงๆ เธอก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของศิลา ดวงตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ตัวกราฟสีแดงฉานที่กำลังกะพริบเตือน "ฉันไม่ได้มาจากมหาวิทยาลัยหรอกครับ... ศิลา" อาจารย์อิงค์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขา "และตึกที่คุณกำลังนั่งวิเคราะห์โครงสร้างอยู่นี้ ก็ไม่ได้มีแค่ห้าชั้นอย่างที่ตาราง Excel ของคุณกำลังพยายามบอกหรอกนะครับ" ศิลาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาถอดแว่นสายตาออกแล้ววางลงบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับอาจารย์สาวผู้ลึกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์ "ในทางสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง การเพิ่มชั้นลอยหรือโครงสร้างลับนอกเหนือจากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาตถือเป็นการละเมิดกฎหมายควบคุมอาคารอย่างร้ายแรงครับอาจารย์ หากตึกนี้มีชั้นที่หกจริง ระบบฐานรากและการรับน้ำหนักจะต้องพังทลายลงมาตามกฎแรงโน้มถ่วงและฟิสิกส์พื้นฐานภายในระยะเวลาไม่เกินสิบปี แต่ตึกนี้สร้างมาแล้วสิบห้าปีโดยไม่มีรอยร้าวแม้แต่มิลลิเมตรเดียว" อาจารย์อิงค์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นราวกับสายลมหนาวพัดผ่านผิวน้ำในยามวิกาล "คุณใช้ตรรกะทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้... แต่น่าเสียดายนะครับศิลา ที่กฎฟิสิกส์ที่คุณศรัทธามันใช้ไม่ได้กับสถานที่แห่งนี้" อาจารย์อิงค์ยื่นนิ้วเรียวชี้ไปยังเพดานห้องทำงาน "ลองเงี่ยหูฟังให้ดีๆ สิครับ... หลังจากเข็มนาฬิกาตีบอกเวลาตีหนึ่งสิบห้า พลังงานที่ถูกดึงขึ้นไปบนชั้นที่หกนั้น ไม่ได้เอาไปใช้เดินเครื่องปรับอากาศหรอกนะครับ" ศิลาเงียบลง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนเสียงทั้งหมด เขาส่งสัญญาณเตือนให้โสตประสาทของตนเองทำงานอย่างเต็มที่ ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล เขากลับได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วง... เสียงที่ดังมาจาก "เพดาน" ด้านบนศีรษะ *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงนั้นเดินวนเป็นวงกลมอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินตรวจการณ์อยู่บนพื้นห้องที่ควรจะเป็นหลังคาดาดฟ้าโล่งแจ้ง ศิลาหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ตัวเลขรหัสข้อผิดพลาดที่เขาพยายามรีเซ็ตเมื่อครู่ไม่ได้หายไป กลับกัน บรรทัดโค้ดภาษาโปรแกรมมิ่งแปลกประหลาดกำลังพิมพ์ข้อความอัตโนมัติขึ้นมาเองทีละตัวอักษร โดยปราศจากการสัมผัสคีย์บอร์ดจากมนุษย์ `[System Alert: Access Granted to Floor B-6]` `[Warning: Entity Signature Detected - Level SSS]` `[Connection Established... Welcome, Researcher Sila.]` หน้าจอคอมพิวเตอร์ดับวูบลงทันที เหลือเพียงเงาสสะท้อนของศิลาและอาจารย์อิงค์ที่จ้องมองหน้ากันท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากกระจกหน้าต่าง รอยยิ้มของอาจารย์อิงค์ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิมในขณะที่เธอกระซิบเบาๆ ข้างหูเขา "ดูเหมือนว่า... การประชุมโอทีรอบดึกของคุณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วนะครับ" --- ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปไขปริศนากับตรรกะของศิลาในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยจอมตรรกะกับอาจารย์สาวผู้อ่านความตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%