กลิ่นอายความชื้นของหินผาผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ จากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดของ "ซากโบราณสถานเวลทอร์" ชั้นที่สี่ – ดันเจี้ยนระดับสูงที่ผู้เล่นทั่วไปไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้โดยไม่เตรียมยาฟื้นพลังระดับตำนานอย่างน้อยสิบขวด
เรย์ย่อตัวลงต่ำ น้ำหนักตัวทิ้งลงบนส้นเท้าซ้ายอย่างมั่นคง สายตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นใสไร้กรอบกวาดมองร่องรอยการต่อสู้บนพื้นหินแกรนิตเบื้องหน้า รอยดาบที่ลากยาวเป็นทางไม่ได้เกิดจากฝีมือของมอนสเตอร์ประเภทโกเลมหรือออร์คทั่วไป แต่มันคือร่องรอยของ "ดาบเพลิงพิสุทธิ์" ทักษะเฉพาะตัวของคลาสพาลาดินระดับสูงที่หาได้ยากยิ่งในแพตช์ปัจจุบัน
*มีคนล่วงหน้าไปก่อนเรา... และดูเหมือนกำลังตกที่นั่งลำบาก*
โปรแกรมหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนด้ามจับของไอเทมระดับตำนานที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ตรรกะในหัวคำนวณความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็ว อัตราการรอดชีวิตของปาร์ตี้ระดับท็อปหากเผชิญหน้ากับ "ผู้พิทักษ์แห่งสนธยา" บอสประจำชั้นนี้ตามลำพัง มีค่าไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะเป็น...
*ฉึก!*
เสียงแหวกอากาศของใบมีดพุ่งตรงมาปะทะกับกำแพงหินห่างจากใบหูของเรย์ไปเพียงไม่กี่มิลลิเซนติเมตร แรงลมจากการเหวี่ยงอาวุธทำให้เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสว เรย์ไม่แม้แต่จะสะดุ้ง เขากลิ้งตัวหลบเข้าหาเสาหินขนาดใหญ่ตามสัญชาตญาณอย่างไร้เสียง พร้อมกับยกมือขึ้นตั้งรับในท่าเตรียมพร้อม
"ใคร!"
น้ำเสียงเยือกเย็น ห้วนสั้น และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันพุ่งทะลุความมืดออกมา ประกายไฟสีฟ้าครามจากการเร่งพลังมานาส่องให้เห็นร่างเพรียวระหงในชุดเกราะอัศวินสีเงินยวงประดับลวดลายกิลด์ "เซเลสเตียลดอว์น" สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ที่ผู้เล่นทุกคนต้องก้มหัวให้
เอลาร่า... หัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่ง ยืนหอบหายใจ
เบาๆ แผ่นหลังของเธอกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ขาดห่วง มือขวาที่ถือดาบยาวสั่นเทาเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้า เลือดสีแดงสดไหลซึมผ่านเกราะบริเวณหัวไหล่ซ้าย หยดลงกระทบพื้นหินจนเกิดเสียงดังสะท้อนก้องในความเงียบ
เรย์ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาเสาหิน ยกมือขึ้นระดับอกเพื่อแสดงว่าตนไม่ได้พกพาจิตสังหาร "ใจเย็นก่อนครับ... เอ้ย... ใจเย็นก่อนนะคะ ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง" เกือบหลุดปากใช้สรรพนามผู้ชายตามความเคยชินสมัยเป็นโปรแกรมทรานส์การ์ดระบบ แต่โชคดีที่ดึงสติกลับมาได้ทันเวลา
เอลารี่หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง คมดาบในมือยังคงชี้ตรงมาที่ลำคอของเรย์ ดวงตาสีอัมพันจ้องมองสำรวจผู้บุกรุกปริศนาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสองจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลง
"ผู้เล่นไร้สังกัด? แต่งตัวแปลกประหลาด... และกล้าดียังไงถึงเข้ามาถึงเขตหวงห้ามชั้นนี้คนเดียว?" เอลาร่าเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบวิเคราะห์ความเสี่ยง "นาย... หรือเธอเป็นสายลับจากกิลด์พันธมิตรเงา?"
"ถ้าฉันเป็นสายลับ ป่านนี้คุณคงไม่ต้องมายืนยันตัวตนกับซากมอนสเตอร์ที่นอนตายอยู่ตรงนั้นแล้วกระมังคะ" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "อีกอย่าง... การใช้ทักษะ 'ดาบพิฆาตมาร' ในมุมอับแบบนั้น นอกจากจะสิ้นเปลืองมานาโดยใช่เหตุแล้ว ยังทำให้โครงสร้างทางเวท.เวทมนตร์ของดันเจี้ยนเกิดความไม่เสถียรอีกด้วย ดูสิคะ..."
เรย์พยักเพยิดหน้าไปยังผนังด้านซ้ายที่เริ่มมีรอยร้าวเป็นทางยาว พร้อมกับละอองแสงสีแดงที่บ่งบอกว่าระบบกำลังจะรีเซ็ตตัวเอง
เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย เธอกวาดสายตาตามคำชี้แนะแล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าสิ่งที่คนตรงหน้าพูดนั้นถูกต้องทุกประการ รอยร้าวราวนั้นกำลังขยายวงกว้าง และที่น่ากลัวกว่าคือ... มันกำลังดึงดูดมอนสเตอร์ฝูงใหญ่เข้ามา
"นาย... รู้เรื่องสถาปัตยกรรมของระบบได้ยังไง?" เอลาร่าขมวดคิ้วมุ่น ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ ระบบของเกมนี้ถูกออกแบบมาอย่างซับซ้อนจนแม้แต่หัวหน้ากิลด์ใหญ่อย่างเธอก็ต้องอาศัยการลองผิดลองถูกร่วมเดือน แต่นี่... กลับมีผู้เล่นปริศนาคนหนึ่งวิเคราะห์จุดอ่อนของดันเจี้ยนระดับ S ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที
"ความลับค่ะ" เรย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างระมัดระวัง พร้อมกับยื่นขวดโพชั่นระดับสูงส่งให้ "บาดแผลที่หัวไหล่นั่น ถ้าปล่อยให้พิษสถานะ 'เลือดออก' กัดกินต่อไปอีกสามนาที ค่าสถานะทั้งหมดของคุณจะลดลงสี่สิบเปอร์เซ็นต์... ถึงตอนนั้น ต่อให้มีสكيلชุบชีวิตสิบครั้งก็คงไม่ทันการหรอกนะคะ"
เอลาร่ามองขวดโพชั่นสีฟ้าใสในมือเรียวของอีกฝ่าย สลับกับใบหน้าเรียบนิ่งแต่แววตาฉายแววปรารถนาดีอย่างจริงใจของเรย์ เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจรับมันมาเปิดฝาและดื่มรวดเดียวหมดขวด ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง บรรเทาความเจ็บปวดและหยุดยั้งเลือดที่ไหลซึมได้อย่างชะงัด
"ทำไมนาย... ถึงช่วยฉัน?" เอลาร่าเอ่ยถามเสียงเบาลง ความแข็งกร้าวเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความสงสัยใคร่รู้
"เพราะฉันกำลังมองหาบางอย่าง... และบังเอิญว่าคุณเองก็กำลังตามหา 'ความจริง' เบื้องหลังความผิดเพี้ยนของระบบนี้อยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ" เรย์พูดพลางย่อตัวลงเก็บเศษไอเทมชิ้นเล็กๆ ที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาพิจารณา
ดวงตาของเอลาร่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ คำว่า "ความจริงเบื้องหลังระบบ" คือความลับสูงสุดที่เธอเก็บไว้แม้แต่กับคนสนิทในกิลด์ แต่คนตรงหน้ากลับอ่านความตั้งใจของเธอออกทะลุปรุโปร่งราวกับอ่านหนังสือที่เปิดหน้าไว้
ก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงฟ้าผ่าดังสะท้อนมาจากความมืดเบื้องล่าง ละอองแสงสีแดงที่เคยกระจายอยู่ตามผนังกลับรวมตัวกันกลายเป็นเสาแสงสีเลือดพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานดันเจี้ยน
หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานดีดเด้งขึ้นตรงหน้าของเรย์และเอลาร่าพร้อมกันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบผู้บุกรุกฝ่าฝืนขอบเขตความปลอดภัยระดับ SSS]
[คำเตือน: บอสลับแห่งจุดบรรจบ "อดีตกาล" ได้ตื่นจากการหลับใหล]
[เงื่อนไขการหลบหนีถูกปิดกั้น... ผู้เล่นไม่สามารถใช้คริสตัลวาร์ปได้จนกว่าจะสิ้นสุดการต่อสู้]
เรย์หุบยิ้มลงทันที นัยน์ตาสีเข้มสะท้อนแสงสีแดงจากหน้าต่างระบบ ความตื่นเต้นระลอกหนึ่งวิ่งพล่านไปตามเส้นประสาท เมื่อหันไปสบตากับเอลาร่าที่กำลังถือดาบเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า...
—
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของเราในตอนนี้นะคะ
อัลกอริทึมหัวใจ กับนายไอเทมระดับตำนาน•ตอนที่ 2
การปะทะกันครั้งแรก
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจ กับนายไอเทมระดับตำนาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!