“นี่คือเงินชดเชยที่เหลืออยู่ทั้งหมดสำหรับการเป็น ‘ขยะ’ ให้กิลด์เรามาตลอดสามปี อย่าได้สะเออะกลับมาให้เห็นหน้าอีก เพราะต่อให้แกคุกเข่าอ้อนวอน ฉันก็ไม่มีวันยอมให้คนกระจอกอย่างแกกลับมาเหยียบที่นี่!”
เสียงประกาศิตของ ‘คาร์ล’ รองหัวหน้ากิลด์สายฟ้าทมิฬดังลั่นห้องโถงหรูหรา ถุงผ้ากำมะหยี่ใบเล็กถูกโยนลงพื้นต่อหน้าริน เสียงเหรียญทองกระทบกันส่งเสียงแว่วหวานแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินก้มมองถุงเงินนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายผู้เคยเรียกเขาว่าสหายร่วมรบด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
“ขยะงั้นหรือครับ?” รินทวนคำเบาๆ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่กลับเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน “สามปีที่ผ่านมา ใครกันที่คอยบัฟพลังป้องกันให้พวกคุณจนรอดพ้นจากดันเจี้ยนระดับ S ใครกันที่สละเลือดตัวเองเพื่อรักษาแผลฉกรรจ์ให้พวกคุณจนตัวเองต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอด?”
“หุบปาก!” คาร์ลตวาดลั่น ฝ่ามือหนากระแทกลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง “เพราะแกมันไร้ค่าไง! เลเวลแกหยุดนิ่งอยู่ที่ 15 มาตลอดสามปี ในขณะที่สมาชิกคนอื่นเลเวลพุ่งไปเกิน 80 แล้ว การมีคนระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างแกอยู่ในทีมมีแต่จะทำให้กิลด์เราเสียชื่อเสียง ไสหัวไปซะ!”
รินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาไม่แม้แต่จะหยิบถุงเงินนั้นขึ้นมา ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกมาจากอาคารกิลด์ท่ามกลางสายตาเย้ยหยันและเสียงหัวเราะของเหล่าสมาชิกฮันเตอร์ระดับสูงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ
ทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กบานยักษ์ สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งก็สาดซัดร่างของรินจนเปียกโชก ความเย็นยะเยือกของหยาดฝนไม่เท่าความอ้างว้างในจิตใจ เขาคืออดีตฮันเตอร์สายซัพพอร์ตที่ถูกประเมินว่า ‘ไร้ค่า’ เพียงเพราะระบบดันเจี้ยนไม่รองรับศักยภาพที่แท้จริงของเขา
รินเดินโซซัดโซเซไปตามตรอกมืดๆ ของเมืองหลวงฮันเตอร์ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามลั่นราวกับจะเยาะเย้ยโชคชะตาของเขา
“ไอ้ระบบเฮงซวย... สุดท้ายฉันก็เป็นได้แค่เบี้ยตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้งสินะ” รินพึมพำขณะทรุดตัวลงพิงผนังตึกเก่าๆ เลือดกำเดาไหลซึมออกมาจากจมูก ผลกระทบจากการใช้งานสกิลสนับสนุนขั้นสูงเกินขีดจำกัดเริ่มกัดกินร่างกาย
[ติ๊ง!]
เสียงสังเคราะห์ที่เย็นชาและกังวานดังก้องขึ้นในสมองของริน ทำให้เขาสะดุ้งสุดตัว
[ตรวจพบความปรารถนาอันแรงกล้าในจังหวะที่หัวใจใกล้ดับสูญ...]
[เงื่อนไขการเปิดใช้งาน ‘ระบบสตรีทฟู้ดกู้โลก’ ครบถ้วน...]
[กำลังทำการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลโภชนาการแห่งมิติคู่ขนาน...]
“ระบบ... อะไรกัน?” รินขมวดคิ้ว มือสั่นเทาพยายามยันกายลุกขึ้น
[วิเคราะห์เสร็จสิ้น: คุณได้รับการปลดล็อกอาชีพพิเศษ ‘เชฟระดับจักรพรรดิ’ สกิลติดตัว: ‘รสสัมผัสสยบวิญญาณ’ ทุกเมนูที่ทำจะมีโอกาสเพิ่มเลเวลให้ผู้บริโภค 100% ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและฝีมือการปรุง!]
[เริ่มการติดตั้งอุปกรณ์เริ่มต้น: ‘รถเข็นบะหมี่เทพเจ้า’ (ระดับ SSS), ‘เครื่องเทศแห่งตำนาน’ (จำกัดจำนวน)]
ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของตรอก รถเข็นขายอาหารที่ดูโอ่อ่าแต่มีความขลังดั่งโบราณวัตถุปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาราวกับเวทมนตร์ กลิ่นหอมฟุ้งที่ไม่อาจบรรยายได้เตะจมูกรินจนเขาลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ
“รสสัมผัสสยบวิญญาณ... ถ้าฉันใช้สิ่งนี้...” รินเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ดวงตาที่เคยหม่นแสงเริ่มกลับมามีประกายแห่งความหวังที่คมกริบดุจใบมีด
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสำรวจรถเข็นปริศนา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนก็ดังใกล้เข้ามา รินหันกลับไปมองเห็นคาร์ลและพรรคพวกอีกสามคนเดินเข้ามาในตรอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของคาร์ลมีดาบสั้นที่อาบไปด้วยละอองพิษ
“ฉันคิดอยู่แล้วว่าแกต้องมีดีอะไรสักอย่างถึงได้ใจเย็นนักตอนถูกไล่ออกมา” คาร์ลกระตุกยิ้ม “สารภาพมาเถอะว่าแกแอบขโมย ‘ผลึกมานาโบราณ’ ของกิลด์ไปใช่ไหม? ส่งมันมาให้ฉัน แล้วฉันจะฆ่าแกให้ทรมานน้อยที่สุด”
รินมองดูพวกมันด้วยสายตาว่างเปล่า มือขวาของเขาวางลงบนรถเข็นไม้แกะสลักอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยฝน
“พวกคุณมาได้จังหวะพอดีเลยครับ...” รินเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมกำลังหาสิ่งที่จะเอามาเป็น ‘วัตถุดิบ’ จานแรกสำหรับร้านของผมพอดี”
คาร์ลหัวเราะร่วน “ไอ้คนสติเฟื่อง! จัดการมันซะ!”
พริบตานั้น ท้องฟ้าที่มืดมิดก็ถูกฉีกกระชากด้วยแสงสาดส่องจากเฮลิคอปเตอร์ทหารติดอาวุธหนักสามลำที่บินลงมาจอดปิดกั้นทางออกของตรอกเอาไว้ ลมพัดแรงจนฝนกระเซ็นออกไปทุกทิศทาง พร้อมกับชายชุดดำร่างยักษ์นับสิบคนที่กระโดดลงมาจากเครื่องด้วยความคล่องตัวสูง ทุกคนคุกเข่าลงต่อหน้าชายหนุ่มผู้กำลังยืนพิงรถเข็นบะหมี่อย่างมาดมั่น
“นายท่านริน... พวกเรามาตามคำสั่งของ ‘ประธานสมาพันธ์ฮันเตอร์โลก’ ครับ” ชายในชุดสูทสีเทาก้าวออกมาเบื้องหน้าคาร์ลที่เริ่มหน้าซีดเผือด “ทางสมาพันธ์เพิ่งตรวจพบว่า... ท่านคือ ‘ผู้ถือครองกุญแจ’ เพียงหนึ่งเดียวที่จะไขปริศนาหอคอยทมิฬได้”
คาร์ลและพวกพ้องต่างพากันทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว รินขยับหมวกเชฟสีขาวขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาจดจ้องไปยังคาร์ลที่เคยเหยียบย่ำเขาอย่างไร้เยื่อใย
“ทีนี้... ใครกันแน่ครับ ที่ควรจะเป็นฝ่ายขอชีวิต?”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สตรีทฟู้ดกู้โลก: เสกเมนูเทพพิชิตดันเจี้ยนระดับเอส•ตอนที่ 1
ถูกขับไล่ในวันที่ฝนตก
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สตรีทฟู้ดกู้โลก: เสกเมนูเทพพิชิตดันเจี้ยนระดับเอส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
