ศัสตราอาคมกับรอยจูบสีเลือด•ตอนที่ 1

ศพปริศนาในหอจดหมายเหตุ

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็ก คือสิ่งที่ ดร.อคิราห์ คุ้นชินมาตลอดเจ็ดปีในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แต่คืนนี้... กลิ่นคาวเลือดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ปิดกั้นความคุ้นเคยเหล่านั้นจนหมดสิ้น นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือยางสีขาวกดไฟฉายแรงสูงส่องกราดไปตามชั้นหนังสือสูงตระหง่าน เงาสีดำทอดตัวยาวบิดเบี้ยวบนผนังปูนเปลือย บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อค้นคว้างานวิจัยชิ้นใหม่ แต่มาตามคำเตือนปริศนาที่ระบุพิกัดตรงนี้—ห้องลับใต้ดินชั้นสามที่ถูกปิดตายจากแผนผังอาคารตั้งแต่ยุคสงคราม "คุณมาช้าไปสามนาทีนะ, ดร.อคิราห์" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ แสงไฟฉายตวัดกลับไปทันที เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของ เรย์จิ ที่กำลังยืนพิงชั้นวางตำราโบราณ หมอผีเถื่อนผู้นี้สวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนเห็นรอยสักหมึกจีนสีดำสนิทที่เลื้อยพันข้อมือ แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานบนความพินาศ อคิราห์ปรายตามองชายหนุ่มด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก "ผมต้องตรวจทานเอกสารความปลอดภัยของหอสมุด ไม่เหมือนคุณที่ใช้ชีวิตอยู่กับกลิ่นธูปและคราบเขม่าควันจนไม่ต้องเกรงใจใคร" "ระวังหน่อยครับคุณนักวิทยาศาสตร์ กลิ่นที่คุณกำลังจะได้กลิ่นต่อไปนี้ มันชวนให้คุณสติหลุดได้มากกว่าเอกสารราชการพวกนั้นเสียอีก" เรย์จิยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นบุหรี่จางๆ เจือจางปะปนกับกลิ่นอับในห้อง "อีกอย่าง... สิ่งที่รอเราอยู่ข้างในนั้น ไม่ได้ใช้หลักการทางฟิสิกส์อธิบายหรอกนะ" เรย์จิใช้ไหล่ดันบานประตูไม้สักโบราณที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือเลื่อนออก เสียงบานพับเก่าแก่กรีดร้องโหยหวนราวกับมีชีวิต ความมืดมิดภายในห้องลับคายความลับที่น่าสะพรึงกลัวออกมาทีละน้อย อคิราห์ก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไป แสงไฟฉายสาดส่องกระทบเข้ากับร่างหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่กลางห้อง บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ... ศพของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานนอนหงายดวงตาเบิกโพลงค้างอย่างไร้สติสัมปชัญญะ ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของนักมานุษยผู้ยึดมั่นในเหตุผลสะดุดกึก ไม่ใช่สภาพศพที่ไร้ลมหายใจ แต่เป็นผิวหนังบริเวณลำคอและแผ่นอกที่ถูกกรีดออกอย่างประณีตด้วยของมีคม รอยกรีดนั้นไม่ได้มุ่งเน้นแค่การปลิดชีพ แต่เป็นการบรรจงสลัก "อักขระโบราณ" ลึกลงไปในเนื้อสด รอยเลือดสีแดงฉานไหลซึมตามร่องรอยอาคมที่บิดเบี้ยว ส่งกลิ่นคาวคลุ้งตลบอบอวล และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ... อักขระเหล่านั้นไม่ใช่ไสยเวททั่วไป แต่มันคือ "ยันต์ตรึงวิญญาณ" สายดำที่สูญหายไปจากสารบบมานานนับร้อยปี อคิราห์คุกเข่าลงช้าๆ สัญชาตญาณนักวิชาการผลักให้เขาอยากเอื้อมมือไปตรวจสอบร่องรอยความร้อนที่ยังหลงเหลือบนผิวหนังศพ แม้สมองจะประมวลผลว่านี่คือคดีฆาตกรรมอำมหิตที่ต้องแจ้งตำรวจ แต่สัญชาตญาณอีกด้านกลับบอกว่า คดีนี้มีเงื่อนงำเกินกว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะเข้าใจ "น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ" เรย์จิย่อตัวลงนั่งยองๆ เคียงข้าง แววตากะล่อนหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่น่ากลัว ปลายนิ้วเรียวของหมอผีเถื่อนแตะลงบนรอยเลือดที่ขอบแผลอย่างไม่นึกรังเกียจ "รอยกรีดนี้... ไม่ได้ใช้มีดธรรมดา แต่มันคือมีดหมออาคมที่ผ่านการปลุกเสกด้วยโลหิตอาฆาต และคนที่ทำ... ตั้งใจจะใช้ศพนี้เป็น 'สะพาน' ข้ามภพ" "อย่าแตะต้องหลักฐาน" อคิราห์ปัดมืออีกฝ่ายออกด้วยความรำคาญ แม้สัมผัสจากการปัดนั้นจะทำให้ปลายนิ้วของทั้งคู่เฉียดผ่านกันจนเกิดกระแสไฟแปลกๆ วิ่งพล่านในความเงียบ "นี่คือคดีอาชญากรรม คุณกำลังทำลายหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์" "นิติวิทยาศาสตร์เหรอ?" เรย์จิหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเซ็กซี่อย่างประหลาดในสถานที่อัปมงคลเช่นนี้ เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของอคิราห์ "คุณกำลังมองหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จากศพที่วิญญาณยังถูกตรึงด้วยตะปูอาคมเนี่ยนะ ดร.อคิราห์... บางทีความดื้อรั้นของคุณนี่แหละ ที่จะทำให้เรากลายเป็นศพรายต่อไป" อคิราห์ชะงัก นัยน์ตาคมกวาดมองไปทั่วห้องลับอีกครั้ง ก่อนจะสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ฐานแท่นบูชาโบราณมุมห้อง—รอยขูดขีดของโลหะใหม่เอี่ยม และรอยหยดของน้ำตาเทียนสีดำที่ยังไม่แห้งสนิท เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้แท่นบูชานั้น ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะทันได้สัมผัสวัตถุต้องสงสัย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่ได้มาคนเดียว และกำลังมุ่งตรงมายังห้องลับแห่งนี้ด้วยความเร็วสูง เรย์จิหุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูทางเข้าก่อนจะหันมาสบตากับอคิราห์ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นฉายแววระแวงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน "ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา... จะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ" เรย์จิกระซิบเสียงแผ่วเบา พร้อมกับชักมีดหมอเล่มเล็กออกจากข้อเท้าขึ้นมาเตรียมพร้อม "และผมเกรงว่า... พวกมันไม่ได้มาเพื่อไว้อาลัยให้คนตายเสียด้วยสิ" ดร.อคิราห์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือขวาเอื้อมไปหยิบวัตถุชิ้นเล็กที่ตกอยู่ใต้แท่นบูชาขึ้นมาพิจารณาอย่างรวดเร็ว—มันคือเหรียญตราโบราณสลักตราสัญลักษณ์ที่เขาจำได้แม่นยำ... ตราสัญลักษณ์เดียวกับที่เคยพรากครอบครัวไปจากเขาเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่เรย์จิจะทันได้ห้ามปราม อคิราห์ก็พลิกเหรียญนั้นขึ้นมาดู และพบตัวเลขปริศนาถูกสลักไว้ด้วยรอยเลือดสดๆ ว่า... *'ศพต่อไปคือมึง'* **โปรดติดตามตอนต่อไป** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราอาคมกับรอยจูบสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%