เซฟโซนสุดแสบของนายวิศวกรปากร้าย•ตอนที่ 1

วิศวกรปากแจ๋วกับสถาปนิกจอมเหวี่ยง

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
"ถ้าคานรับน้ำหนักตรงนี้ถูกบีบให้แคบลงอีกสิบเซนติเมตรตามที่คุณสถาปนิก... อ่า ฉันจำชื่อเล่นไม่ได้ แต่อย่างน้อยคุณน่าจะจำหลักฟิสิกส์พื้นฐานสมัยมัธยมปลายได้นะคะว่า มันจะพังทลายลงมาทับหัวคนนั่งทำงานก่อนที่ตึกจะสร้างเสร็จเสียอีก" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันโดยไม่คิดจะรักษาน้ำใจ ลอยข้ามโต๊ะประชุมไม้สักทองตัวยาวขนาดสิบสองที่นั่งเข้ามาปะทะโสตประสาทของรินรดาอย่างจัง เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที รินรดายังคงบรรจงหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือเล่น ช้าๆ ทอดสายตาพินิจพิเคราะห์ลายเส้นร่างแปลนอาคารบนแท็บเล็ตราวกับว่าเสียงวิจารณ์เมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่งเท่านั้น นี่คือห้องประชุมใหญ่ของ "K&R Holding" บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเปิดโปรเจกต์มิกซ์ยูส มูลค่าหลายพันล้านบาท และเป็นสนามประลองที่ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อให้ทีมสถาปนิกสายศิลป์กับทีมวิศวกรสายฮาร์ดคอร์ต้องมาสยบยอมอยู่ใต้ร่มเงาเดียวกัน... ซึ่งเธอกับเขาถูกวางตัวให้เป็นหัวเรือใหญ่ของทั้งสองฝ่าย รินรดากดปิดหน้าจอแท็บเล็ตเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ตรงๆ กวินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ช่างฝันบรรจงสลักขึ้นมาด้วยความพิถีพิถัน เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์ผู้ชายใช้งานร่างกายหนักหน่วง แว่นตากรอบโลหะทรงเหลี่ยมถูกดันขึ้นเล็กน้อยตามสันจมูกโด่งเป็นสันคม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองเธอกลับด้วยความเรียเฉยที่ชวนให้อยากเอาแฟ้มแบบแปลนปาใส่หน้าสักรอบสองรอบ "จำชื่อไม่ได้ หรือสมองเลือกที่จะบล็อกความจริงคะคุณวิศวกร" รินรดายิ้มหวานหยด ยิ้มชนิดที่ถ้าเคลือบยาพิษคงตายเรียบยกห้องประชุม "รินรดาค่ะ... จำใส่กะโหลกไว้หน่อยก็ดีนะคะ เผื่อเวลาที่เราต้องประชุมร่วมกันอีกสามร้อยหวกสิบวัน คุณจะได้ไม่ต้องเรียกฉันว่า 'คุณสถาปนิก' แบบหางเสียงกระด้างๆ เหมือนคนขาดความอบอุ่นแบบนั้น" เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บรรดาผู้จัดการฝ่ายและทีมงานจากแผนกต่างๆ ต่างพากันกลั้นหายใจเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว เพราะรู้ดีว่าเสือสองตัวในถ้ำเดียวกันคู่นี้ แค่เจอกันวันแรกก็ส่งกลิ่นคละคลุ้งของดินปืนเสียแล้ว กวินทร์ไม่สะทกสะท้านกับรอยยิ้มหรือคำเหน็บแนมนั้น มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยมีมา ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางศอกลงบนโต๊ะแล้วประสานมือเข้าหากัน สายตาดุดั่งเหยี่ยวจ้องมองทะลุทะลวงเข้ามาในความรู้สึกของเธอ "ผมไม่ได้ขาดความอบอุ่นครับ... แต่ผมขาด 'ความสมเหตุสมผล' จากฝั่งคุณ" กวินทร์เน้นเสียงทีละคำอย่างชัดเจน "แปลนที่คุณวาดออกมาเนี่ย ใช้ความรู้สึกส่วนไหนออกแบบเหรอครับ? เอาความโค้งเว้าสุนทรีย์บ้าบออะไรมาแลกกับความปลอดภัยของโครงสร้าง? คุณคิดว่าตึกนี้คืองานศิลปะในแกลเลอรีหรือไง ที่คนเขาจะยอมตายใต้ซากคอนกรีตเพราะมันดูโมเดิร์นถูกใจคุณน่ะ" รินรดากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านด้วยความโกรธ ผู้ชายคนนี้... เผด็จการ เย็นชา ไร้หัวใจ และไม่เคยเห็นมนุษย์เป็นมนุษย์ มองทุกอย่างเป็นตัวเลขและสูตรคำนวณทางฟิสิกส์ไปหมด! "ตึกไม่ได้มีไว้แค่ให้คนเข้าไปยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์นะคะคุณกวินทร์!" รินรดาตบโต๊ะเบาๆ แต่เสียงสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "มนุษย์ต้องการแสงธรรมชาติ ต้องการพื้นที่หายใจ ต้องการความรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ไม่ใช่กรงขังคอนกรีตเสริมเหล็กสี่เหลี่ยมตันๆ ที่คุณออกแบบให้มันเหมือนบังเกอร์หลบภัยสงครามโลกครั้งที่สองแบบนั้น!" "แต่มันปลอดภัย!" กวินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นจนกดดันบรรยากาศในห้องให้ดิ่งลึก "หน้าที่ของผมคือทำให้คนพวกนั้น 'มีชีวิตรอด' กลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่ใช่ไปนั่งชมวิวตับไตไส้พุงไหลกองกับพื้นเพราะดีไซน์เพ้อเจ้อของคุณ!" "นี่คุณว่าฉันเพ้อเจ้อเหรอ!" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือทั้งสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาเขาเพื่อกดดันกลับบ้าง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนเหลือแค่ความกว้างของโต๊ะประชุม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่มิตต์และไอแดดสะอาดๆ ลอยปะทะจมูกเธอ ทำให้ใจดวงน้อยกระตุกวูบไปชั่วขณะอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่กวินทร์กลับไม่มีทีท่าจะถอยหนี เขายังคงนั่งนิ่ง เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา รอยยิ้มมุมปากจางหายไป เหลือเพียงความดุดันที่แฝงประกายบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องหายใจสะดุด "ถ้าไม่ใช่เพ้อเจ้อ..." กวินทร์พูดเสียงต่ำ ลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วโมโห "แล้วสิ่งที่คุณแก้ตัวมาตลอดสามสัปดาห์นี่มันเรียกว่าอะไรล่ะครับ... หรือว่าที่คุณดื้อรั้นไม่ยอมแก้แปลน เพราะคุณกลัวจะยอมรับว่า 'ฝีมือ' ของสถาปนิกชื่อดังอย่างคุณ มันสู้ความจริงทางวิศวกรรมไม่ได้กันแน่" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ รินรดารู้สึกเหมือนเลือดพุ่งขึ้นมาตีรวนที่ใบหน้า เธอโกรธจนพูดไม่ออก แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงผิดจังหวะกับระยะห่างที่ใกล้กันเกินไปจนน่าอันตรายนี้ ดวงตาสีนิลของเขาคมกริบราวกับจะกลืนกินเธอลดลงไปทีละนิด และในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุดในชีวิต *แกร็ก...* เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างโปร่งของประธานบริหารสูงสุดของโปรเจกต์ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างและแฟ้มเอกสารในมือ "อ้าว ประชุมกันไปถึงไหนแล้วล่ะครับคุณกวินทร์ คุณรินรดา... ดูท่าทางกำลังระดมความคิดกันอย่าง 'ออกรส' เชียวนา" รินรดารีบถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลักที่เดิมทันที หัวใจยังคงเต้นรัวโครมครามด้วยความหงุดหงิดระคนสับสน ขณะที่กวินทร์เพียงแค่ผHายมือรับแขกผู้มาใหม่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ทว่า... ก่อนที่กวินทร์จะหันไปสนใจประธานบริษัท เขากลับเหลือบสายตากลับมามองเธอชั่วเสี้ยววินาที พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่เบาจนมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน *"คืนนี้... เอาแปลนฉบับแก้มาเคลียร์กันตัวต่อตัวที่ห้องทำงานผมนะครับ คุณสถาปนิกคนสวย"* รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนหอบหายใจถี่กระชั้น ยัยตัวร้ายในอกกรีดร้องลั่นว่านี่มันคือกับดักชัดๆ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูเข้าสู่เซฟโซนสุดแสบนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดแสบของนายวิศวกรปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%