เศษชามกระเบื้องเคลือบสีหม่นที่แตกกระจายอยู่แทบเท้า ยังคงสะท้อนภาพความโกรธเกรี้ยวที่เพิ่งปะทุขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน กลิ่นอายของน้ำแกงผักกาดดองเค็ม ๆ เปรี้ยว ๆ ยังคงคละคลุ้งปะปนอยู่กับกลิ่นอับของบ้านดินในยุคเจ็ดสิบ หลินฟางหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าเศษชามที่แตกกระจาย คือความทรงจำอันกระจัดกระจายที่กำลังไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก
นี่เธอยังไม่ตายหรือคะ?
ในโลกเดิม เธอคือนักธุรกิจหญิงผู้ประสบความสำเร็จจนติดอันดับเศรษฐินีพันล้าน แต่เพราะความเหนื่อยล้าจากการโหมงานหนักทำให้เธอหมดสติไปบนกองเอกสาร ใครจะคาดคิดว่าลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับต้องมาติดอยู่ในร่างของ "หลินฟาง" สะใภ้ตัวร้ายแห่งหมู่บ้านหงсин ที่เพิ่งสร้างวีรกรรมสุดอัปยศด้วยการอาละวาดกรีดร้อง ขว้างปาข้าวของใส่หน้า "แม่สามีจอมปลอม" จนชาวบ้านต่างพากันมามุงดูด้วยความสมเพชเวทนา
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงกล้าเอาชามข้าวปาใส่ฉัน! ตระกูลเฉินของเราทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้สะใภ้เปรตเช่นนี้เข้ามาในบ้าน!"
เสียงแหลมสูงของแม่สามี—นางชางซื่อ ดังแผดลั่นทะลุผนังดินเหนียวออกไปไกลจนคนครึ่งหมู่บ้านคงได้ยิน นางเอามือกุมอกทำท่าราวกับจะขาดใจตาย ดวงตาคู่เล็กหยีมองหลินฟางด้วยความเคียดแค้นชิงชัง รอยเหี่ยย่นบนใบหน้าบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด
หากเป็นหลินฟางคนเก่า นางคงจะลงไปดิ้นพราด ๆ กรีดร้องโวยวาย หรือไม่ก็วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปฟ้องสามีที่ไปเข้าเวรประจำการในค่ายทหารจนบ้านแตกสาាយสาแหรก แต่ทว่า... หลินฟางในร่างปัจจุบันกลับยืนนิ่งสงบ นางป้องมือประสานกันไว้ที่หน้าท้อง แววตาคู่คมกริบกวาดมองรอบห้องอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมบอกชัดเจนว่า นางถูกแม่สามีและบรรดาญาติสามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อร่วมมือกันวางแผนสูบเงินทองและปันส่วนอาหาร จนเจ้าของร่างเดิมเครียดสติหลุด กลายเป็นนางร้ายไร้สมองที่คอยอาละวาดทำลายข้าวของเพื่อเรียกร้องความสนใจ สุดท้ายก็กลายเป็นจำเลยสังคม ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีของบ้าน และถูกผลักไสให้ไปตายอย่างโดดเดี่ยวในฤดูหนาวอันหน็บแนม
ช่างเป็นแผนการที่แยบยลและเลือดเย็นเสียจริงนะคะ...
หลินฟางแค่นยิ้มหยันในใจ ใบหน้ารูปไข่ที่แม้จะดูเหนื่อยล้าและผอมโซตามสภาพความเป็นอยู่ในยุคขาดแคลน กลับฉายแววเย่อหยิ่งทรงพลังขึ้นมาวูบหนึ่ง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองนางชางซื่อที่กำลังบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสารจากเพื่อนบ้านที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าประตู
"แม่คะ..." หลินฟางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนนางชางซื่อที่กำลังโวยวายถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง นางชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของลูกสะใภ้
"สะใภ้อย่างฉันทำอะไรผิดหรือคะ ถึงได้บอกว่าฉันเป็นเปรต? ข้าวปลาในบ้านนี้มีจำกัด แต่ทำไมส่วนแบ่งแป้งสาลีของฉันกับลูกชายถึงหายไปทุกสิ้นเดือน? หรือว่าแป้งพวกนั้นมันงอกขาเดินไปเข้าปาก 'คุณป้าข้างบ้าน' หรือหลานชายคนโปรดของแม่กันแน่คะ?"
คำพูดประโยคเดียวปักเข้ากลางใจดำของนางชางซื่ออย่างจัง บรรดาชาวบ้านที่กำลังซุบซิบกันอยู่หน้าประตูต่างเงียบกริบ สายตาสะบัดหันไปมองหน้ากันเองทันที ทุกคนในหมู่บ้านต่างรู้ดีว่านางชางซื่อลำเอียงรักลูกชายคนเล็กและมักจะแอบยักยอกเสบียงของครอบครัวใหญ่ไปจุนเจือบ้านน้องชาย
"น... นังสะใภ้ปากดี! แกกล้าใส่ร้ายฉันต่อหน้าธารกำนัลอย่างนั้นเรอะ!" นางชางซื่อหน้าถอดสี ร้องกรี๊ดลั่นด้วยความร้อนตัว พลางชี้หน้าด่ากราด "ตบะแตกแล้วหรือไง ถึงได้กล้ามาปีนเกลียวฉัน แม่ทูนหัวของแกไม่อยู่ก็ทำเป็นเก่งเรอะ! รอให้เฉินหยางกลับมา ฉันจะฟ้องให้เขาหย่ากับแกแน่!"
พูดถึง "เฉินหยาง" สามีหนุ่มนายทหารผู้เคร่งขรึมและเย็นชา หลินฟางก็พลอยนึกถึงใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบในความทรงจำ แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจภรรยาคนนี้เท่าใดนักเนื่องจากการแต่งงานเกิดขึ้นจากการคลุมถุงชนและความไร้เหตุผลของเจ้าของร่างเดิม แต่เขาคือเสาหลักที่ส่งเงินเดือนกลับมาบ้านทุกเดือน—เงินที่ควรจะเป็นของนางและลูกชาย ไม่ใช่ถูกนางแก่หนังเหนียวคนนี้กวาดเรียบไปปรนเปเปรตตนอื่น
"ถ้าพี่หยางกลับมา ฉันนี่แหละค่ะจะเป็นคนฟ้องเขาเอง ว่าแม่ยักยอกเงินเดือนทหารที่เขาหามาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ ไปซื้อน้ำตาลทรายแดงและเนื้อหมูให้ลูกชายคนโปรดกินจนอ้วนพี ในขณะที่หลานแท้ ๆ อย่างเสี่ยวเปากลับต้องกินแค่น้ำต้มผักจืด ๆ จนผอมแห้งแรงน้อย!"
หลินฟางจงใจเน้นเสียงคำว่า *น้ำต้มผัก* และ *ผอมแห้งแรงน้อย* ให้ดังฟังชัด นางหันไปมองเด็กชายตัวเล็กผอมกะหร่องอายุราว ๆ ขวบเศษ ที่กำลังหลบอยู่หลังมุมตู้เสื้อผ้าเก่า ๆ ดวงตากลมโตของเด็กน้อยฉายแววหวาดผวา เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของหลินฟางทันที
ในฐานะที่เคยเป็นนักธุรกิจหญิงผู้กุมชะตาชีวิตคนนับพัน หลินฟางเกลียดที่สุดคือพวกคนหน้าตัวเมียที่รังแกคนอ่อนแอกว่า โดยเฉพาะเด็กตาดำ ๆ ที่ไร้ทางสู้!
"แม่จ๋า..." เสียงเล็กแหบแห้งเอ่ยเรียกแผ่วเบา เสี่ยวเปากล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะก้าวออกมาหา นางรีบก้าวเท้าเข้าไปอุ้มร่างผอมบางนั้นขึ้นมาแนบอกทันที สัมผัสได้ถึงกระดูกสันหลังที่แทบจะทะลุเนื้อ ผ้าฝ้ายหยาบ ๆ ที่เด็กน้อยสวมใส่เก่าจนขาดวิ่น
ทันทีที่ร่างของเสี่ยวเปาอยู่ในอ้อมกอด ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกประหลาดก็แล่นพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ เป็นพลังงานบางอย่างจากเจ้าของร่างเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ร้องเรียกหาความยุติธรรมและความอบอุ่นให้แก่ลูกน้อย
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณประหลาดดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินฟาง ราวกับเสียงกระดิ่งเงินกระดิ่งทองในร้านค้าหรู
[ระบบ "มิติตลาดสดและฟาร์มมหาเศรษฐี" ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ...]
[ตรวจพบเจ้าของร่างใหม่: หลินฟาง]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: เริ่มต้นสร้างความมั่งคั่งและดูแลครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีที่สุด]
[ของขวัญต้อนรับสมาชิกใหม่: เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม 1 ถุง และ 'ห้องครัวมิติลับ' ที่อุดมไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศไม่จำกัด!]
ดวงตาของหลินฟางเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือชั้น นางไม่ได้ตื่นตระหนกกับเสียงในหัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... มันคืออาวุธลับที่จะพลิกเกมชีวิตในยุคเจ็ดสิบอันแร้นแค้นนี้ให้กลายเป็นสวรรค์บนดินของเธอกับลูกชาย!
ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง นางจะไม่ยอมเป็นสะใภ้ตัวร้ายที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งให้โง่หรอกนะคะ ทรัพย์สินที่พวกมันโกงไป นางจะทวงคืนทุกลี้ ส่วนใครที่คิดจะมาหาเรื่องนาง... เตรียมตัวรับมือกับแม่ค้ามือทองระดับร้อยล้านคนนี้ไว้ให้ดีเถอะค่ะ!
"นัง... นังบ้า! แกกล้าเมินฉันเรอะ!" นางชางซื่อเห็นลูกสะใภ้เงียบไปและอุ้มหลานชายทำท่าทางราวกับไม่สะทกสะทกสะท้าน นางก็ยิ่งโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด คว้าไม้กวาดทางมะพร้าวเก่า ๆ บนพื้นหมายจะพุ่งเข้ามาฟาดสั่งสอน
หลินฟางหรี่ตามองการกระทำนั้นอย่างเย็นชา นางขยับตัวเตรียมจะหลบและสวนกลับให้สะใจ แต่ทว่า...
*ปัง!*
เสียงถีบประตูไม้เก่า ๆ ดังสนั่นหวั่นไหวจนบ้านดินเกือบสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล ก้าวเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงธรณีประตู รังสีความเยือกเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายเอื้อม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในบ้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลินฟางและลูกชายในอ้อมกอด
"นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยถามขึ้น บรรยากาศภายในบ้านพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก... และคนแรกที่หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ก็คือนางชางซื่อผู้เป็นแม่สามีเอง!
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในร่างตัวร้ายที่ใครก็เกลียด
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นสะใภ้ตัวร้าย ขอถอนตัวไปเป็นเศรษฐินี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!