เส้นสีดำสนิทบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกลากผ่านคมดินสอเกรด 2B อย่างแม่นยำ ทุกเส้นสายคือความรับผิดชอบ ทุกมุมฉากคือหลักการทางสถาปัตยกรรมที่ยอมให้ผิดพลาดแม้แต่เซนติเมตรเดียวไม่ได้ พิมพ์มาดากำลังเผชิญหน้ากับชิ้นงานชิ้นโบแดง—หอศิลป์ร่วมสมัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการขัดเกลาแปลนโครงสร้างให้เพอร์เฟกต์ไร้ที่ติ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถูกออกแบบให้เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างนุ่มนวล ผนังคอนกรีตเปลือยขัดมันให้ความรู้สึกสงบ นิ่งขรึม และทรงพลัง สมกับเป็นตัวตนของสถาปนิกสาวผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ
"ตรงนี้... ถ้าเพิ่มฉากกั้นไม้สักระแนงโปร่ง จะช่วยเบรกสายตาจากโถงต้อนรับได้ดีขึ้นนะคะคุณพิมพ์"
เสียงทุ้มหวานแต่แฝงด้วยความกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่ถือปากกาไฮไลต์สีสะท้อนแสง พรวดพราดเข้ามาแตะลงบนแปลนกระดาษราคาแพงของเธออย่างไร้ความเกรงใจ
พิมพ์มาดาชะงักมือที่กำลังถือด้ามดินสอ เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมบางเฉียบฉายประกายความไม่พอใจชัดเจน เธอมองหน้าผู้บุกรุก—รินรดา ครีเอทีฟสาวผู้จัดงานอีเวนต์ประจำโปรเจกต์นี้ ที่วันนี้มาในชุดสูทสีส้มอิฐสะดุดตาและรอยยิ้มมุมปากที่เธอมองว่ามันชวนประสาทเสียสิ้นดี
"คุณรินรดาคะ แปลนนี้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารมาแล้วสามรอบ และฉันตรวจสอบทุกตารางเมตรด้วยมาตรฐานสถาปนิก ไม่มีนโยบายให้ใครเอาไม้ระแนงกะโหลกกะลามาแปะทับคอนกรีตเปลือยเพื่อ 'เบรกสายตา' อะไรของคุณทั้งนั้น" พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทุกคำเจือด้วยไอเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งคนฟังให้กลายเป็นจุล
รินรดาไม่สะท้านเลยสักนิด เธอกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมความสดชื่นของซิตรัสลอยมาแตะจมูกพิมพ์มาดา ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนน่าอึดอัด แต่รินรดากลับไม่ยอมถอยหลัง เธอกลับโน้มตัวลงใช้สองมือค้ำโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกสาว
"มาตรฐานสถาปนิกอะไรของคุณน่ะคุณพิมพ์? นี่มันยุค 2024 แล้วนะคะ หอศิลป์ไม่ได้มีไว้แค่ให้คนเดินเอาคางตั้งแล้วมองงานศิลปะด้วยความเงียบเหงาเหมือนอยู่ในสุสาน แต่มันต้องมีชีวิต! มีพื้นที่ให้คนมาเช็กอิน ถ่ายรูป วิ่งไล่จับ หรือแม้แต่จัดแฟชั่นโชว์สุดเหวี่ยง" รินรดาร่ายยาวด้วยน้ำเสียงฉาดฉาน มือเรียวคว้าปากกาแดงในมือของพิมพ์มาดาออกหน้าตาเฉย แล้ววาดวงกลมวงใหญ่ทับลงบนโซนโถงกลางของแปลนสถาปัตยกรรม "ตรงนี้! ฉันจะรื้อผนังทึบออกแล้วทำเป็นบันไดวนโครงเหล็กสีดำโปร่งเชื่อมไปชั้นลอย รับรองว่าปังจนคนแห่มาแชร์กันสนั่นโซเชียลแน่"
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่งลงทันที เธอลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ล้อเลื่อนไถลถอยหลังไปกระแทกตู้เอกสารเสียงดังสนั่น
"คุณว่าอะไรนะ?! รื้อผนังทึบทำบันไดวนโครงเหล็กเนี่ยนะ!" พิมพ์มาดาปะทะเสียงกลับทันควัน ความเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงเพลิงโทสะที่ลุกโชนในแววตา "คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่ารินรดา! ผนังนั้นคือโครงสร้างรับน้ำหนักหลัก ถ้าคุณรื้อออก อาคารทั้งหลังอาจจะพังลงมาก่อนที่คุณจะได้จัดงานแฟชั่นโชว์ปัญญาอ่อนของคุณเสียอีก!"
"โอ๊ะ โอ๊ะ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์สิคะคุณสถาปนิกคนเก่ง" รินรดายืดตัวขึ้นยืนสู้ความสูงอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากยังคงยกยิ้มท้าทายแม้จะถูกด่าทางอ้อม "ฉันปรึกษาวิศวกรโครงสร้างมาแล้วค่ะ เขาก็บอกว่าถ้าเสริมเสาเหล็กรับน้ำหนักอีกสองจุด มันก็เป็นไปได้—และที่สำคัญ งานอีเวนต์เปิดตัวในอีกสองเดือนข้างหน้า ถ้าไม่มีจุดไฮไลต์ที่ว้าวและฉีกกฎเดิมๆ แบรนด์สินค้าสปอนเซอร์รายใหญ่เขาถอนทุนหนีแน่ๆ คุณอยากให้โปรเจกต์นี้พังคามือเพราะความหัวโบราณของคุณหรือไงคะ?"
คำว่า 'หัวโบราณ' พุ่งเข้าปักกลางใจของพิมพ์มาดาอย่างจัง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบจนรู้สึกร้อนผ่าว เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาชนิดที่ว่าปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ฉับพลันนี้ไม่ได้ทำให้ใจเย็นลงเลย กลับยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ฟังให้ดีนะคะคุณครีเอทีฟปากกล้า... ตึกนี้สร้างขึ้นตามหลักสถาปัตยกรรมที่ฉันเหนื่อยยากร่ำเรียนมา ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาขีดๆ เขียนๆ ตามอำเภอใจเพื่อเรียกยอดไลก์!" พิมพ์มาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ของอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด "ถ้าคุณอยากจัดงานอีเวนต์ปัญญาอ่อนนัก เชิญไปหาโกดังร้างข้างนอกโน่น ที่นี่คือ 'ศิลปะ' ไม่ใช่ 'ละครสัตว์'!"
รินรดาสะอึกไปเล็กน้อยกับคำพูดที่เชือดเฉือนตรงจุด แต่ทว่าแววตากลับยิ่งทอประกายความท้าทายมากขึ้นไปอีก หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาเบียดชิดจนพิมพ์มาดาต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ รินรดายื่นมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อสูทสีเทาอ่อนของพิมพ์มาดาเบาๆ ราจะปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริง แต่นิ้วมือนั้นกลับจงใจลากไล้ผ่านแผงอกอย่างถือวิสาสะ
"ปากจัดจังนะคะ... ระวังเถอะค่ะ พูดมากๆ แบบนี้ สักวันคุณอาจจะเผลอกลืนคำพูดตัวเอง แล้วมาขอร้องให้ฉันช่วยแก้แปลนให้ก็ได้" รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของสถาปนิกสาว เสียงกระซิบพร่ามัวนั้นเจือความเย้าแหย่ที่ทำเอาพิมพ์มาคารู้สึกวูบวาบในอกอย่างน่าประหลาด "เพราะไม่แน่... บางทีสิ่งที่เรียกว่า 'ละครสัตว์' ของฉัน อาจจะทำให้หัวใจนิ่งๆ ของคุณเต้นแรงจนคุมไม่อยู่ก็ได้นะ, คุณพิมพ์"
พิมพ์มาดาผลักไหล่บางออกห่างอย่างแรงด้วยความตกใจและขัดเขิน ร่างบางถอยหลังไปชนโต๊ะทำงานจนแฟ้มเอกสารร่วงกาวลงพื้น เธอกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยคำพูดที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต แต่เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะการปะทะคารมเดือดเสียก่อน
ประวัติการปะทะยังไม่ทันได้ข้อสรุป บานประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของธนา ในชุดสูทร่วมสมัยเนี๊ยบกริบ ก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้กุหลาบขาวช่อโตในมือ รอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา
"คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงข้างนอกเลยครับ... ผมผ่านมารับพิมพ์ไปทานมื้อเที่ยงพอดี ไม่ทราบว่ารบกวนเวลา 'สู้รบ' ของสองสาวหรือเปล่าครับเนี่ย?" ธนากวาดสายตามองพิมพ์มาดาที่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ และรินรดากที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า บรรยากาศในห้องคุกกรุ่นจนสัมผัสได้
พิมพ์มาดาชะงัก เธอกำลังจะปฏิเสธคำชวนของรุ่นพี่เพื่อจัดการกับแม่ตัวป่วนตรงหน้า แต่รินรดากลับชิงตัดหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อที่แฝงความเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด
"ไม่รบกวนเลยค่ะคุณธัน... เชิญพาคุณพิมพ์ไปทานข้าวตามสบายเถอะค่ะ เผื่อสมองเขาจะได้ปลอดโปร่งขึ้น จะได้เลิกมองแปลนของฉันเป็น 'ละครสัตว์'เสียที" รินรดาปรายตามองพิมพ์มาดายิ้มๆ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักที่หน้าประตู หันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดที่ทำเอาพิมพ์มาดาอยากจะคว้าแฟ้มปาใส่หัว "อ้อ... แล้วก็เรื่องบันไดวนโครงเหล็กน่ะ ฉันส่งอีเมลเสนอบอร์ดบริหารอนุมัติเรียบร้อยแล้วนะคะคุณสถาปนิก!"
พูดจบรินรดาก็เดินหายลับไปจากห้อง ทิ้งให้พิมพ์มาดายืนแข็งทื่อ กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความแค้นเคือง ธนาเดินเข้ามาใกล้พร้อมยื่นช่อดอกไม้ให้ด้วยความห่วงใย แต่พิมพ์มาดากลับไม่ได้สนใจดอกไม้ในมือเขาเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาสีเข้มจดจ้องไปยังหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะที่เพิ่งมีเสียงแจ้งเตือนอีเมลใหม่เด้งขึ้นมา—ข้อความจากบอร์ดบริหารอนุมัติแปลนดัดแปลงโซนโถงกลางตามข้อเสนอของรินรดาโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของเธอ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับอักษรและห้วงอารมณ์นี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกสาวมาดนิ่งกับผู้จัดงานอีเวนต์สายป่วน•ตอนที่ 1
แปลนแรกที่ล่มไม่เป็นท่า
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวมาดนิ่งกับผู้จัดงานอีเวนต์สายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!