เศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายในคืนไร้ดาว•ตอนที่ 1

จดหมายจากเถ้าถ่าน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณเจือจางด้วยกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบก้านดำ—กลิ่นอายเฉพาะตัวที่รินรดากำหนดให้ใช้ในห้องทำงานส่วนตัวของเธอ—มันลอยอบอวลอยู่รอบตัว ราวกับวิญญาณเร่ร่อนที่ปฏิเสธจะเลือนหายไปตามกาลเวลา นิ้วเรียวยาวภายใต้เล็บที่ตัดแต่งอย่างไร้ที่ติกำลังคีบซองจดหมายสีชาแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุทำลายชีวิตที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นใหม่จากเศษซากปรักหักพัง ไม่มีตราประทับไปรษณีย์ ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงลายมือหวัดๆ ที่เธอยังจดจำมันได้ดี แม้เวลาจะผ่านไปนานจนเลือดเนื้อในส่วนที่เคยเน่าเฟะตกสะเก็ดกลายเป็นแผลเป็นสีมุกแล้วก็ตาม ลายมือของธันวา—ผู้ชายคนที่เคยคิดว่าโลกทั้งใบของเธอต้องหมุนรอบความเย็นชาของเขา ผู้ชายคนที่เคยผลักเธอดิ่งลงไปในความมืดมิดของคืนที่ไร้ซึ่งแสงดาว *“ถ้าเธอยังจำทางกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่เธอตายได้... จงมาหาฉันที่นั่น ในคืนที่ดวงดาวดับสูญ”* รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่กลั่นกรองมาจากความเจ็บปวดอันยาวนาน มันแห้งแล้ง เยียบเย็น และบาดลึกเสียจนหากมีใครมายืนอยู่ใกล้ คงต้องรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วกระดูก เธอยังจำคืนนั้นได้ดี คืนที่รถสปอร์ตคันหรูพุ่งชนราวสะพาน คืนที่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปกับหยาดฝน และเสียงกระซิบอันไร้เยื่อใยของสามีที่เลือกจะปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าชีวิตของภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ เขาทิ้งเธอไว้ในซากรถที่กำลังแหลกสละ ทิ้งให้เธอดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความตายทั้งเป็น... แต่ปาฏิหาริย์หรืออาจเป็นความอาฆาตแค้นกันแน่ ที่หล่อหลอมให้รินรดาคนเดิมตายสนิท และให้กำเนิดผู้หญิงคนใหม่—ผู้หญิงที่ยืนหยัดอยู่บนความสำเร็จระดับท็อปของวงการธุรกิจด้วยรอยยิ้มที่งดงามราวกับกระจกเงาเคลือบยาพิษ "ยังกล้าส่งจดหมายบ้าๆ นี่มาอีกเหรอคะ ธันวา..." เธอพึมพำกับความว่างเปล่า นัยน์ตาสสีนิลคู่สวยไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่นดั่งผิวน้ำในบึงลึก ความทรงจำเก่าๆ ไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอย่างไม่ปรานี การแต่งงานที่ปราศจากความรัก การถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องประดับราคาแพงในงานสังคม การตั้งครรภ์ที่เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นภาระ และวินาทีแห่งความเป็นความตายที่เขาเลือกหันหลังให้เธออย่างไร้เยื่อใย รอยแผลเป็นที่ท้องน้อยใต้ร่มผ้าส่งความเจ็บแปลบขึ้นมาเตือนสติ ทว่าความเจ็บปวดนั้นไม่ได้เรียกน้ำตาอีกต่อไปแล้ว มันกลับปลุกเร้าความกระหายใคร่รู้ และแรงผลักดันอันดำมืดที่อยากจะเห็นผู้ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นทรุกตัวลงแทบเท้า รินรดาหยิบซองจดหมายขึ้นมาพลิดูอีกครั้ง ด้านในมีภาพถ่ายใบเล็กหลุดร่วงลงมาบนโต๊ะทำงาน มันคือภาพถ่ายของถนนสายเปลี่ยวสายหนึ่ง—ถนนสายที่นำไปสู่บ้านพักตากอากาศเก่าริมหน้าผา ที่ซึ่งเธอเคยถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับความตายลำพัง และที่มุมขวาของภาพ มีพิกัด GPS ระบุไว้อย่างชัดเจนราวกับจงใจท้าทาย ติ๊ง! เสียงข้อความเข้าจากสมาร์ทโฟนราคาแพงวางอยู่บนโต๊ะทำลายความเงียบ รินรดาก้มมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืดสลัวของห้องทำงาน ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ แต่เธอรู้ดีว่าเป็นของใคร... *[ธันวา]: "ผมรู้ว่าคุณได้รับมันแล้ว ริน... ผมรอคุณอยู่ที่เดิม ที่ที่เราเคยตายจากกัน และผมขอร้อง... พา 'เขา' มาด้วย"* หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ลลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ ความเยือกเย็นที่สะสมมานานหลายปีเกือบจะพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น ประโยคสุดท้ายของข้อความวิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับเสียงกรีดร้อง *พา 'เขา' มาด้วย...* ธันวาหมายถึงใคร? เขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต ความลับที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้เงาของกาลเวลา... เด็กชายตัวน้อยผู้มีดวงตากลมโตและรอยยิ้มถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน เด็กผู้ชายที่ธันวาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้! รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด บดบังความหวาดกลัวจนหมดสิ้น ผู้ชายคนนี้กำลังล้ำเส้น กำลังพยายามแย่งชิงโลกใบใหม่ที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเลือดและน้ำตาไปอีกครั้งอย่างนั้นหรือ? ไม่มีวันเสียหรอก! ในจังหวะที่เธอกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เสียงฝีเท้าเล็กๆ แผ่วเบาก็ลอดผ่านประตูกระจกห้องทำงานที่ปิดสนิทเข้ามา "คุณแม่ครับ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างเล็กป้อมในชุดนอนลายทางก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองมารดาด้วยความสงสัย ก่อนที่เด็กชายจะเอียงคอถามด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงฉับพลัน "ทำไมคุณแม่ถึงหน้าซีดจาง... แล้วผู้ชายใจดีที่โทรหาคุณแม่เมื่อกี้ เขาร้องไห้ทำไมเหรอครับ?" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงสว่างวาบ และในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างข้อความไลน์เด้งรูปภาพล่าสุดขึ้นมาโชว์หรี่ๆ บนหน้าจอ... เป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของเธอเอง ภาพของเด็กชายตัวน้อยกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน โดยมีเงาร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งยืนคุกเข่าอยู่เบื้องหลังเงียบๆ ธันวาไม่ได้แค่ส่งจดหมาย... แต่เขายืนอยู่ *หน้าประตูกลอนบ้านของเธอ* แล้วเรียบร้อย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายในคืนไร้ดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%