“ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้กลายเป็นสมรภูมิขีดเขียนเล่นนะครับ คุณมินตรา”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของ ‘ธันวา’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของบริษัทสถาปนิกชื่อดัง เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าที่วางอยู่ตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะที่บ่งบอกว่าความอดทนของเขากำลังถูกกัดกร่อนจนเกือบถึงขีดจำกัด
‘มินตรา’ ผู้หญิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย เธอวางแก้วกาแฟเย็นลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปึก’ ก่อนจะยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท
“สมรภูมิหรือคะ? ฉันเรียกมันว่า ‘การเติมชีวิต’ ให้งานสถาปัตยกรรมจืดชืดของคุณต่างหาก คุณธันวา” เธอเน้นย้ำชื่อเขาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ถ้าตึกนี้จะสร้างเสร็จแล้วดูเหมือนแท่งคอนกรีตไร้วิญญาณ กราฟิกที่ฉันออกแบบก็จะช่วยดึงสายตาคนมองให้ลืมความน่าเบื่อของโครงสร้างคุณไปได้สนิทเลยค่ะ”
ธันวาวางปากกาลงทันที เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มบางๆ ที่ดูยังไงก็เหมือนการเย้ยหยันมากกว่าการเป็นมิตร
“วิญญาณ? สถาปัตยกรรมระดับโลกที่ผมออกแบบไม่ได้ต้องการ ‘ลายเส้นฉาบฉวย’ ของคุณมาแต่งเติมให้ดูเป็นงานเด็กอนุบาลหรอกนะ”
“ปากคอเราะร้ายจังนะคะ” มินตราโน้มตัวไปข้างหน้าจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดน้อยลง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นดอกไม้ป่าของเธอพุ่งเข้าปะทะจมูกชายหนุ่มจนเขาชะงักไปครู่หนึ่ง “ถ้าคุณเนี้ยบนัก ทำไมไม่ลองออกแบบกราฟิกเองล่ะคะ? อ้อ จริงสิ... คุณทำได้แค่ขีดเส้นตรงเป๊ะๆ ตามไม้บรรทัด แต่มองไม่เห็นเสน่ห์ของความยุ่งเหยิงที่สวยงามสินะ”
ธันวารู้สึกได้ว่าเส้นเลือดที่ขมับกำลังเต้นตุบๆ เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าเถียงเขากลับฉอดๆ ได้นานขนาดนี้มาก่อน ยิ่งท่าทางมั่นใจเกินร้อยนั่น มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง แต่แปลก... ยิ่งหงุดหงิด หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นผิดจังหวะ
เขาผลักพิมพ์เขียวชุดใหญ่ไปตรงหน้าเธอ “ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ก็ลองแก้ส่วนที่ผมวงไว้ดูสิ ถ้าทำไม่ได้ตามมาตรฐานของผม ภายในสิบห้านาทีนี้... คุณก็เก็บข้าวของกลับไปที่แผนกกราฟิกตามเดิมได้เลย”
มินตราหยิบปากกาสไตลัสขึ้นมาหมุนเล่นในมือ “สิบห้านาที? โอเคค่ะ คุณสถาปนิกปากร้าย... เตรียมตัวยอมรับความจริงได้เลยว่าผลงานของฉันจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนความคิด”
ทั้งสองเริ่มทำงานแข่งกับเวลา บรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยความกดดันและเคมีที่เริ่มแปรปรวน ธันวาลอบมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวขณะที่เธอกำลังตั้งใจขีดเขียนลงบนแท็บเล็ต เธอไม่ได้แค่ทำงาน แต่เธอกำลังร่ายมนตร์ใส่แบบแปลนที่เคยแข็งกระด้างของเขาให้ดูมีมิติและน่าค้นหาขึ้นมาอย่างประหลาด
สิบห้านาทีผ่านไปเหมือนชั่วพริบตา มินตราวางปากกาลงแล้วเลื่อนหน้าจอมาตรงหน้าเขา
“เป็นไงคะ? ลายเส้นเด็กอนุบาลที่ว่า... พอจะช่วยให้ตึกของคุณดูมีวิญญาณขึ้นมาบ้างไหม?”
ธันวาก้มมองสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ กราฟิกที่เธอใส่เข้าไปไม่ได้ทำลายโครงสร้างของเขา แต่มันกลับขับเน้นให้เส้นสายดูโดดเด่นขึ้นอย่างคาดไม่ถึง เขาเงียบไปนานจนมินตราเริ่มกังวลว่าเขาจะด่าทออะไรออกมาอีก
“เงียบไปแบบนี้ คือจะบอกว่าห่วยจนพูดไม่ออกใช่ไหมคะ?”
ธันวาเงยหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ความเนี้ยบที่เขาพยายามรักษาไว้ดูเหมือนจะร่วงหล่นลงเพียงเพราะแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายของเธอ
“มัน... ไม่ได้ห่วย” เขาเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “แต่มันยังไม่ดีที่สุด”
“คุณนี่มัน—”
ยังไม่ทันที่มินตราจะได้โต้กลับ เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันจนเกิดเสียงดังสนั่น ‘คุณวิภา’ หัวหน้าฝ่ายโปรเจกต์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือในมือสั่นระริก
“ธันวา! มินตรา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ลูกค้าวีไอพีคนสำคัญที่สุดของโครงการนี้เพิ่งโทรมาบอกว่าเขาจะเข้ามาตรวจงาน ‘เดี๋ยวนี้’ เขาบอกว่าถ้าเขายังไม่เห็นไอเดียที่ทำให้เขาประทับใจภายในหนึ่งชั่วโมงนี้... เขาจะถอนตัวออกจากโปรเจกต์ทั้งหมด!”
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือของเขาเผลอคว้าข้อมือของมินตราไว้อย่างลืมตัว แรงบีบที่ส่งผ่านไปนั้นไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกระหายที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาทำได้
“ได้ยินแล้วใช่ไหมมินตรา?” ธันวาก้มลงกระซิบใกล้หูเธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ “ตอนนี้เราเหลือทางเลือกเดียว... คือการทำงานให้จบในหนึ่งชั่วโมง หรือไม่ก็พังพินาศไปพร้อมกัน”
มินตรามองหน้าเขา นัยน์ตาสั่นไหวไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เธอไม่ได้ดึงมือออก แต่กลับกระชับมือของเขาไว้แน่น
“ถ้าคุณนำ ผมก็พร้อมตาม... แต่อย่าหวังว่าฉันจะยอมก้มหัวให้คุณง่ายๆ นะคะ คุณสถาปนิก”
ทั้งสองคนต่างสบตากัน ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้... ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ
“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าหรือเปล่าครับ... คุณธันวา?”
ธันวาชะงักกึก ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลแล่นปราดขึ้นมาในใจ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของงานอีกต่อไป แต่มันคือปมขัดแย้งบางอย่างที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ขอบคุณที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของธันวาและมินตรานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
เซฟโซนของนายสถาปนิกสุดเนี้ยบ•ตอนที่ 1
โปรเจกต์เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกสุดเนี้ยบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
