กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาว ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวบนยอดเขาหิมะไร้ลักษณ์
เย่เฉินยืนหยัดอยู่บนแผ่นศิลาโบราณที่สลักลวดลายอักขระอสูร ปลายกระบี่ไร้ชื่อในมือขวาหยดหยาดโลหิตสีชาดลงสู่พื้นหิมะสีขาวโพลนทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นดังก้องกังวานในโสตประสาท ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่วันสิ้นโลกของยุทธภพ
เบื้องหน้าของเขาคือซากศพของผู้วิสุทธิ์แห่งสำนักมารโลหิตเจ็ดสำนัก ที่บังอาจเหิมเกริมบุกรุกแดนเซียนเพื่อแย่งชิงคัมภีร์วิถีกระบี่สวรรค์ แต่มันผู้นั้นกลับต้องจบชีวิตลงด้วยกระบวนท่าเดียว—กระบวนท่าที่แม้แต่เงาจันทร์ยังต้องหลบเร้น
"เย่เฉิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการใช้กำลังสะกดข่มสำนักมารจะทำให้ภัยพิบัติหยุดลงได้?"
น้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลักดังขึ้นจากเบื้องหลัง ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปรากฏกายขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง ซูเหมย นางเซียนผู้ครองยอดเขาหิมะไร้ลักษณ์ยืนอยู่ตรงนั้น เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย นางมองศพตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะปรายตามองบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่
เย่เฉินไม่หันกลับไปมอง นางยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาตามแบบฉบับของตนเองไว้ได้เสมอ แม้ในยามที่เขาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางจากเงื้อมมือของมารร้าย
"ข้าไม่เคยคิดเปลี่ยนใจฟ้าดิน" เย่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม "ข้าเพียงแต่ใช้กระบี่ในมือ... ตัดสินว่าสิ่งใดสมควรดับสูญก็เท่านั้น"
"เจ้าช่างดื้อรั้นเสียจริง..." ซูเหมยทอดถอนหายใจเบาๆ แววตาที่เคยเย็นชากลับฉายประกายความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกก้นบึ้ง นางก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าอาภรณ์พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน กลิ่นอายเย็นเยือกของนางเซียนปะทะเข้ากับกลิ่นอายโลหิตของเขา กลายเป็นความสมดุลอันประหลาด "เจ้าไม่รู้เลยหรือว่า การกระทำของเจ้าในวันนี้ ได้ไปสะกิด 'สิ่งนั้น' เข้าแล้ว"
"สิ่งนั้น?" คิ้วกระบี่ของเย่เฉินขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาหันกลับมาสบตากับนาง ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่คู่นั้นกวาดมองใบหน้าที่งดงามล่มเมืองแต่ไร้รอยยิ้มของซูเหมย
ซูเหมยไม่ได้ตอบคำทันที นางยื่นมือเรียวขาวดึงหยกสื่อวิญญาณออกจากอกเสื้อ หยกชิ้นนั้นกำลังสั่นระริกและเปล่งแสงสีแดงฉานออกมาอย่างรุนแรง ราวกับมีชีวิต
"ศิลาเลือดแห่งยุทธภพ..." เย่เฉินพึมพำ ชื่อของมันทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นไปอีกหลายส่วน
ศิลาโบราณใต้ฝ่าเท้าของเย่เฉินเริ่มสั่นสะเทือน รอยแตกราวกระจายตัวออกเป็นวงกว้าง อักขระสีทองที่เคยหลับใหลมานับพันปีค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเลือด เสียงคำรามก้องกังวานจากใต้พื้นพิภพดังขึ้น ราวกับเสียงร้องของอสูรกายที่ถูกจองจำไว้ในขุมนรกโลกันตร์กำลังจะตื่นจากการหลับใหล
"นี่คือคำเตือน... หรือคำพิพากษา?" ซูเหมยเอ่ยเสียงเครียด มือบางเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของเย่เฉินโดยไม่รู้ตัว เป็นครั้งแรกที่นางแสดงความหวาดกลัวออกมาให้เห็น "ศิลาเลือดแผ่นนี้ไม่เคยส่งสัญญาณเตือนมานับแต่ยุคบรรพกาล การที่มันตื่นขึ้นหมายความว่า... 'ภัยพิบัติแห่งยุค' ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเป้าหมายของมันคือวิถีกระบี่ที่เจ้าถือครองอยู่"
เย่เฉินก้มลงมองศิลาใต้เท้า แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายและความทะนงตนที่ลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงในเตาหลอมโลหะ
"ต่อให้เป็นฟ้าดินหรือทัณฑ์สวรรค์..." เย่เฉินกำด้ามกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เสียงกระบี่สั่นระริกตอบรับจิตสังหารอันไร้ขอบเขตของเจ้าของ "หากมันกล้าขวางทางกระบี่ของข้า ข้าก็จะผ่ามันให้แยกออกจากกันเป็นสองเสี่ยง!"
ทว่า ในวินาทีที่เย่เฉินประกาศกร้าว แผ่นศิลาเบื้องล่างก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง! แรงอัดอากาศมหาศาลซัดร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลัง อักษรโลหิตนับหมื่นตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รวมตัวกันเป็นภาพเงาร่างมหึมาของเทพสงครามผู้ถือดาบยักษ์ที่กำลังมองลงมายังพวกเขาด้วยสายตาเหยียดหยัน
ไม่เพียงแค่นั้น ท้องนภาเหนือยอดเขาหิมะไร้ลักษณ์ที่เคยสดใส กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานในพริบตา เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องประสานกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังมาจากมิติอันว่างเปล่า
และก่อนที่เย่เฉินจะได้ชักกระบี่ขึ้นตั้งรับ เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะลวงมิติออกมาจากรอยแยกของศิลาเลือด พร้อมกับเสียงประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ—
"ผู้ใดที่ครอบครองกระบี่เล่มนั้น... วันนี้จะต้องดับสูญอย่างไร้ที่กลบฝัง!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันนะครับ
กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ•ตอนที่ 1
ศิลาเลือดแห่งยุทธภพ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์กับนางเซียนผู้ไร้ใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
