เซียนปราบผีหน้าตายกับนายสัตวแพทย์สายลุย•ตอนที่ 2

กฎสามข้อของผู้ใช้อาคม

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนในโรงงานร้างแห่งนี้ ช่างไม่ใช่บรรยากาศที่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลยค่ะสำหรับค่ำคืนวันศุกร์ รณกรยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าวงสายสิญจน์สีชาดที่ถักทอขึ้นด้วยความประณีตตามตำราโบราณ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขยับไล่ตามปมด้ายอาคมเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นรอบที่สาม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหันไปมองสัตวแพทย์หนุ่มผู้มีศักยภาพเป็นถึง "จุดอ่อน" ชิ้นใหญ่ที่สุดในภารกิจนี้ "ฟังผมให้ดีนะคะ หมอธีร์" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบลงถนัดตาตามพลังงานไสยเวทที่ถูกควบคุมไว้ "นี่ไม่ใช่เคสช่วยเหลือสุนัขจรจัดขาหัก หรือแมวติดบนต้นไม้ แต่นี่คือ 'เขตอาคมปิดตาย' ระดับสอง หากไม่อยากวิญญาณหลุดออกจากร่างก่อนวัยอันควร กรุณาจำกฎสามข้อนี้ให้ขึ้นใจ" หมอธีร์ที่กำลังก้มๆ เงยๆ ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดคราบเปื้อนออกจากรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรด เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มกว้างตามแบบฉบับ จนดวงตาเรียรีโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ เขายกมือขึ้นทำท่าวันยาหัตถ์แบบทหารอย่างลวกๆ "ครับ—เอ๊ย! ค่ะ! หมอฟังอยู่ค่ะ ท่านเซียนผู้เคร่งครัด ว่ามาเลยครับ... ผิดค่ะ! ว่ามาเลยค่ะ!" นายสัตวแพทย์หนุ่มหัวเราะร่วนในลำคอ เมื่อเห็นอีกฝ่ายปรายตามองด้วยความระaอาใจ รณกรถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็ยอมเอ่ยกฎข้อแรกออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้อหนึ่ง ห้ามออกนอกวงสายสิญจน์เด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงคนรู้จักเรียกชื่อ หรือเสียงร้องโหยหวนน่าเวทนาแค่ไหน วิญญาณอาฆาตในที่แห่งนี้มักใช้เสียงสะท้อนความทรงจำลวงเหยื่อ หากก้าวเท้าออกไปแม้แต่นิ้วเดียว อาคมสะท้อนกลับจะบดขยี้กระดูกคุณเป็นผุยผง" หมอธีร์พยักหน้ารับหงิกๆ สายตาเหลือบไปมองความมืดมิดสุดทางเดินที่เงียบสงบผิดปกติ "ข้อสอง ห้ามแตะต้องวัตถุโบราณหรือเครื่องรางใดๆ ที่ตกอยู่ตามพื้น ไม่ว่ามันจะดูมีราคาค่างวดหรือน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม เพราะนั่นคือ 'สื่อกลาง' ที่พวกมันใช้กักเก็บความแค้น หากคุณไปรบกวนโครงสร้างไสยเวทเข้า สมดุลจะพังทลายทันที" "แล้วถ้าเกิดมีลูกแมวตาบอดเดินมาคาบเหรียญโบราณแล้วทำท่าจะกลืนลงคอ ล่ะครับ?" ธีร์เอียงคอถามด้วยสีหน้าใสซื่อ "หมอธีร์!" รณกรขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ถึงเส้นเลือดที่ขมับเริ่มเต้นตุบๆ "เรากำลังพูดถึงเรื่องความเป็นความตายนะคะ ไม่ใช่คลินิกสัตว์ประหลาด" "โอเคๆ ล้อเล่นน่าคุณกร เชิญข้อสามต่อเลยครับ... เอ๊ย ค่ะ!" นายสัตวแพทย์รีบยกมือยอมแพ้เมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนักปราบผีหนุ่ม รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยกฎข้อสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและกดดันที่สุด "ข้อสาม สำคัญที่สุด... ห้ามหันกลับไปมองด้านหลังเด็ดขาด เมื่อใดก็ตามที่คุณได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามหลัง หรือลมหายใจเย็นยะเยือกเป่ารดต้นคอ จงก้าวเดินไปข้างหน้าและท่องคาถาคุ้มAตัวตามที่ผมสอนไปแล้วเท่านั้น การหันกลับไปมองคือการยอมรับความกลัว และเมื่อคุณกลัว พวกมันจะเข้าสิงสู่ทันที" สิ้นเสียงประกาศกฎเหล็กทั้งสามข้อ ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวลอดผ่านหน้าต่างที่แตกละเอียดของโรงงานร้าง สร้างความหนาวเยือกไปถึงไขกระดูก รณกรหันกลับไปสนใจการปักหมุดอาคมที่เหลือ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประหลาดก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง *กึก... กึก... กึก...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงลากยาวมาตามพื้นปูนซีเมนต์ คล้ายกับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกำลังพยายามเคลื่อนกายเข้าใกล้ทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเน่าเฟะของซากศพที่ตายมานานนับเดือน รณกรชะתักมือที่ถือยันต์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว เขารู้ทันทีว่านี่คือจิตวิญญาณระดับอาฆาตที่พยายามทดสอบผู้บุกรุก แต่มันดันเลือกเล่นงานผิดจังหวะเสียแล้ว "หมอธีร์ จำกฎข้อสามได้ใช่ไหม? ห้ามหันหลังเด็ดขาด" รณกรเอ่ยกระซิบเตือนเสียงต่ำ พร้อมกับเตรียมชักกระบี่อาคมออกจากฝัก แต่ทว่า... ความเงียบที่ตอบกลับมาไม่มีเสียงขานรับจากนายสัตวแพทย์หนุ่ม รณกรตระหนักถึงความผิดปกติ หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ เขารีบหันขวับกลับไปมองด้านหลังทันที แม้จะรู้ว่าเป็นข้อห้ามก็ตาม และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้นักปราบผีผู้เคร่งครัดถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง วงสายสิญจน์สีชาดที่เขาถักทออย่างรัดกุม บัดนี้กลับถูกรื้อถอนออกเป็นบางส่วนอย่างไร้ความปรานี! หมอธีร์ไม่ได้ก้าวออกไปข้างนอก แต่เขากลับนั่งยองๆ อยู่ตรงข้ามกับร่างโปร่งแสงสีดำสนิทที่มีดวงตาสดAแดงก่ำน่ากลัว เจ้าวิญญาณอาฆาตตนนั้นกำลังส่งเสียงคำรามขู่ในลำคอ อ้าปากกว้างเตรียมพ่นไอพิษใส่ผู้บุกรุก ทว่าสิ่งที่นายสัตวแพทย์หนุ่มกำลังทำอยู่ กลับทำเอารณกรถึงกับพูดไม่ออก "โอ๋ๆ ไม่เอานะครับคนเก่ง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า หืม?" หมอธีร์ส่งเสียงปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังคุยกับสุนัขจรจัดที่กำลังตื่นกลัว มือข้างหนึ่งถือกระป๋องปลาทูในน้ำเกลือที่เปิดฝาแล้ว ยื่นส่งไปข้างหน้าอย่างใจเย็น "นี่ครับ ลองชิมดูสิ กลิ่นหอมนะ อันนี้เกรดพรีเมียมเลยนะเนี่ย ผมอุตส่าห์ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยเชียวนะครับ" ดวงตาสีแดงก่ำของวิญญาณอาฆาตชะתักกึก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาสะดุดกะทันหัน ความดุร้ายในแววตาเปลี่ยนเป็นความงุนงงสับสน มันก้มมองกระป๋องปลาทูสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสของมนุษย์แปลกหน้าผู้ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ "คุณกรบอกว่าห้ามแตะต้องวัตถุโบราณ ห้ามออกนอกเขต... แต่ไม่ได้บอกนี่ครับว่าห้าม 'เลี้ยงอาหาร' วิญญาณเร่ร่อน" ธีร์หันมาส่งยิ้มหวานให้รณกรที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่ห่างออกไปไม่ไกล "อีกอย่างนะ ดูท่าทางเขาแล้ว ไม่น่าจะเป็นวิญญาณอาฆาตอะไรหรอกครับ แค่หิวจนตาลายต่างหากล่ะ ดูสิครับ ขน—เอ๊ย ไอวิญญาณฟูฟ่องเชียว เหมือนแมวเปอร์เซียตอนหิวนมไม่มีผิด" รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด พังทลายลงในพริบตา เขานวดขมับตัวเองเบาๆ ความโกรธที่มีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนใจปนทึ่งในความกวนประสาทของสหายร่วมรบคนนี้ ทว่า ก่อนที่รณกรจะได้เอ่ยปากสั่งสอนอะไรเพิ่มเติม เสียงแจ้งเตือนแปลกประหลาดก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาทั้งสองคน *ติ๊ง! ระบบตรวจพบการปลดล็อกเงื่อนไขลับ: "การเยียวยาด้วยความเมตตา" สำเร็จ* *ระดับความอาฆาตของวิญญาณเป้าหมายลดลง 85%* *คำเตือนจากระบบ: พลังงานลึกลับมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่... จุดกำเนิดมาจากชั้นใต้ดินชั้นที่สาม* *และดูเหมือนว่า... "เจ้าของที่แท้จริง" ของโรงงานแห่งนี้เพิ่งจะถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลแล้วค่ะ* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวเข้าสู่ค่ำคืนอันลึกลับนี้ไปพร้อมกับเรานะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปราบผีหน้าตายกับนายสัตวแพทย์สายลุย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%