กลิ่นอายความชื้นของหินโบราณผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องโถงใต้ดินชั้นที่สามของวิหารรกร้าง
เรนขยับแว่นตากรอบเงินที่สะท้อนแสงเรืองรองจากผลึกมานานะ ปลายปากกาเวทมนตร์ในมือซ้ายจรดลงบนแผนผังวงจรเวทมนตร์ที่ขูดขีดอยู่บนพื้นศิลาอย่างแม่นยำ ทุกเส้นสายที่เขาเขียนลงไปไม่ได้เกิดจากสัญชาตญาณ แต่ผ่านการคำนวณความหนาแน่นของมานาและอัตราการไหลเวียนของกระแสพลังงานในระดับไมโครวินาที เพื่อปิดผนึกรอยแยกมิติขนาดเท่ากำปั้นที่กำลังส่งเสียงคำรามต่ำๆ อยู่เบื้องหน้า
"อัตราการรั่วไหลลดลงเหลือสามเปอร์เซ็นต์แล้วครับ... อีกนิดเดียว"
เสียงทุ้มต่ำของเรนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากเอลฟ์สาวที่ควรจะยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลัง
เรนชะงักมือที่กำลังวาดอักขระตัวสุดท้าย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปเบื้องหลังทันที
ลูมิน่ายืนนิ่งค้างอยู่หน้าแท่นบูชาหินอ่อนสีดำ มือเรียวบางที่เคยจับดาบยาวคู่ใจอย่างไร้ความลังเลบัดนี้กำลังสั่นเทา ดาบในมือร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาเกิดเสียงดัง *เคร้ง* ก้องกังวาน ทว่าเจ้าตัวกลับไม่แม้แต่จะก้มลงมอง สีหน้าของเอลฟ์สาวซีดเผือดราวกับกระดาษ นัยน์ตาสีมรกตคู่สวยเบิกกว้างอย่างไร้โฟกัส เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า
"ลูมิน่า?" เรนผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความกังวลที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น "เกิดอะไรขึ้น บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ"
ไม่มีคำตอบ ลูมิน่ายกมือขึ้นกุมขมับ ร่างกายเซถลาไปข้างหลังราวกับคนสูญเสียการทรงตัว เรนพุ่งเข้าไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มกระแทกพื้น สัมผัสแรกที่ส่งผ่านปลายนิ้วคือความเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ชีพจรของเธอด้านเต้นระรัวผิดจังหวะ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบอินเทอร์เฟซส่วนตัวดังขึ้นในหัวของเรน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาขวางAก
[คำเตือน: ตรวจพบความผันผวนของจิตสำئึกระดับวิกฤตในตัวละคร 'ลูมิน่า']
[เงื่อนไขการปลดล็อกความทรงจำที่ถูกผนึก: 48%]
[คำเตือน: หากความเสถียรทางจิตใจต่ำกว่าเกณฑ์ ระบบจะทำการบังคับดึงความทรงจำในอดีตชาติกลับคืนสู่ปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง]
เรนขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ดวงตาจ้องมองตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด 49%... 52%... 55%
*นี่ไม่ใช่ความผิดปกติจากคำสาปของรอยแยกมิติ... แต่มันคือปฏิกิริยาของความทรงจำที่พยายามทะลุทะลวงผนึกกั้นต่างหาก*
"เรน..." เสียงของลูมิน่าแหบพร่าและสั่นเครือ เธอกำเสื้อคลุมของชายหนุ่มแน่นจนยับยู่ยี่ ริมฝีปากซีดเซียวสั่นระริก "ฉัน... ฉันเห็น... มันเจ็บ... เจ็บเหลือเกิน..."
ภาพสะท้อนในดวงตาสีมรกตของเธอบัดนี้ไม่ได้สะท้อนภาพห้องโถงใต้ดินที่พวกเขากำลังยืนอยู่ แต่มันกำลังฉายภาพเปลวเพลิงสีครามที่ลุกท่วมท้องฟ้า เสียงกรีดร้องโหยหวน กลิ่นอายของความตาย และเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ลูมิน่าหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ราวกับคนที่กำลังจมน้ำและพยายามไขว่คว้าหาอากาศหายใจครั้งสุดท้าย
เรนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความรู้สึกว้าวุ่นภายในอก เขารู้ดีว่าความรู้สึกผิดในอดีตจากโลกเก่าที่เขาไม่สามารถปกป้องใครได้ กำลังสะท้อนกลับมาตอกย้ำเขาอีกครั้งผ่านอาการของหญิงสาวตรงหน้า
แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งโทษตัวเอง
เรนตัดสินใจเด็ดขาด เขาปล่อยมือข้างหนึ่งจากอุปกรณ์เวทมนตร์ เอื้อมมือหนาไปกุมมือที่สั่นเทาของลูมิน่าไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มถ่ายทอดผ่านผิวหนังที่เย็นเฉียบ เพื่อส่งสัญญาณว่าเธอยังคงยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ มีเขาอยู่เคียงข้าง และโลกใบนี้ไม่ได้ถูกเผาผลาญจนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
"ตั้งสติไว้ครับ ลูมิน่า" เรนกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นและทรงพลังพอที่จะดึงเธอกลับมาจากห้วงภวังค์มืดมิด "มองหน้าผม... คุณไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนั้นแล้ว มองผมสิครับ"
ดวงตาสีมรกตที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ เงยขึ้นสบตากับแววตาที่เยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยความมั่นคงของเรน แรงบีบที่มือของเธอเริ่มคลายลงเล็กน้อย ลมหายใจที่ติดขัดเริ่มผ่อนจังหวะช้าลงทีละน้อย
"เรน... นาย... นายคือใครกันแน่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากของเอลฟ์สาว "ทำไม... ทุกครั้งที่ฉันมองหน้าน นาย... ฉันถึงรู้สึกเหมือนเราเคยร่วมรบ... เคยสูญเสีย... และเคยสัญญาอะไรบางอย่างร่วมกันในสงครามที่ไม่มีวันชนะ..."
เรนชะงักไปชั่วขณะ คำพูดของเธอกรีดแทงลึกลงไปในรอยแผลเป็นในใจของเขาเอง สงครามที่ไม่มีวันชนะ... คำๆ นั้นช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน มันคือคำเดียวกับความจริงอันโหดร้ายที่เขาพยายามหนีมาตลอดจากการล่มสลายของโลกเดิม
ก่อนที่เรนจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดเพื่อปลอบประโลม บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ตามผนังเปลี่ยนจากสีฟ้าใสเป็นสีม่วงคล้ำอันน่าสะพรึงกลัว
วงจรเวทมนตร์ที่เรนเพิ่งซ่อมแซมไปเมื่อครู่กลับสطวงสว่างขึ้นมาเองด้วยแสงสีแดงฉาน และไม่ใช่แค่จุดเดียว มันลุกลามไปทั่วผนังทั้งสี่ด้านราวกับเส้นเลือดฝอยที่กำลังถูกสูบฉีดด้วยพิษร้าย
*ครก... โครม!*
พื้นศิลาเบื้องหน้าแท่นบูชาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกมิติที่ควรจะถูกปิดผนึกกลับขยายตัวกว้างขึ้นเป็นสิบเท่า แรงกดดันมหาศาลแผ่ซายออกมาจนเรนต้องกางบาตรป้องกันเวทมนตร์รอบตัวโดยสัญชาตญาณ
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน!]
[ตรวจพบการเชื่อมต่อคลื่นสมองของ 'ลูมิน่า' กับแกนกลางห้วงมิติระดับตำนาน 'ประตูแห่งฮาเดส']
[เงื่อนไขการปลดล็อกความทรงจำ: 89%... 95%... 100% สมบูรณ์!]
เรนเบิกตากว้างเมื่อหน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม พร้อมข้อความที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
[ภารกิจลับระดับ SSS: "เงาอดีตที่หวนคืน" เริ่มต้นขึ้น]
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่ถูกลืมเลือนจากยุคสงครามบรรพกาล กำลังก้าวข้ามผ่านร่างของ 'ลูมิน่า' เพื่อกลับคืนสู่โลกปัจจุบัน]
เงาดำสนิทร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติ พุ่งตรงเข้าหาร่างของลูมิน่ายืนอยู่ ก่อนที่ร่างของเอลฟ์สาวจะถูกห่อหุ้มด้วยปีกสีดำสนิทที่แผ่ขยายออกทางด้านหลัง นัยน์ตาสีมรกตของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ เธอก้มลงมองเรนด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ยินดีต้อนรับกลับสู่สนามรบเดิมอีกครั้งนะ... สหายเก่าของข้า" เสียงหวานใสที่เคยคุ้นเคย บัดนี้กลับซ้อนทับด้วยเสียงก้องกังวานของปีศาจบรมกาล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและก้าวผ่านความมืดมิดไปพร้อมกับเรนและลูมิน่านะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์•ตอนที่ 15
ความเปราะบางของลูมิน่า
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!