"ถ้ากล้ากินข้าวต้มก้นหม้อนี้อีกคำเดียว ฉันจะเอาไม้กวาดฟาดขาแกให้หักคาเรือน! นางดาวหางกินจุ กินล้างกินผลาญ บ้านเราไม่ได้เลี้ยงหมูล่ะเว้ย!"
เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ 'แม่สามีจาง' ดังสะท้านลั่นห้องครัวดินเหนียวเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวผสมกับกลิ่นควันไฟฉุนกานต์ลอยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แรงกระชากทัพพีไม้ไผ่ในมืออีกฝ่ายเกือบทำให้ร่างที่นั่งพับเพียรอยู่บนตั่งไม้ไผ่ผุๆ เซถลาล้มลงไปกระแทกพื้นดินอัดแน่น
หลินเฟยหรงกะพริบตาช้าๆ ความรู้สึกชาหนึบที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความทรงจำอันกระจัดกระจาย สมองของอดีตปรมาจารย์แพทย์เทวดาแห่งยุคโบราณผู้ควบคุมวิญญาณและโอสถทิพย์กำลังประมวลผลสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรวดเร็ว
นางไม่ได้อยู่ในแดนเซียนเพื่อรอรับทัณฑ์สวรรค์อีกต่อไปแล้ว แต่จิตวิญญาณดวงนี้กลับร่วงหล่นลงมาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวนาวัยสิบเก้าปีที่มีชื่อแซ่เดียวกันในยุค 1970 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดภายใต้ระบบคอมมูน และที่สำคัญที่สุด... นางกำลังตกเป็นกระสอบทรายอารมณ์ของแม่สามีใจยักษ์ใจมารผู้นี้
"มองหน้าฉันเรอะ? อีสะใภ้ตัวกาลกิณี! ผัวแกส่งเงินทหารกลับมาแต่ละที แกแอบอมไว้กินคนเดียวใช่ไหม ถึงได้หน้าตานวลเนียนขึ้นมานิดหน่อย แต่บอกไว้ก่อนนะว่าบ้านนี้ไม่มีที่ให้คนไร้ประโยชน์ขี้เกียจสันหลังยาวอย่างแกหรอก!"
แม่สามีจางเท้าสะเอว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว สองมือเหี่ยวย่นชี้หน้าด่าทอไม่หยุดหย่อน รอบตัวมีเสียงซุบซิบของบรรดาลูกสะใภ้คนอื่นๆ ที่ยืนกอดอกมองดูด้วยสายตาสมเพชเวทนาและสมน้ำหน้า
หลินเฟยหรงเหยียดยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบจนแม่สามีจางเผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ในอดีต ใครกล้าขึ้นเสียงใส่ปรมาจารย์โอสถเช่นนาง เกรงว่าคงกลายเป็นปุ๋ยใต้ต้นท้อไปนานแล้ว แต่นี่... ร่างกายผอมแห้งแรงน้อยราวกับเด็กขาดสารอาหาร แถมยังต้องมาทนฟังเสียงนกเสียงกาเห่าหอนแต่เช้าตรู่เช่นนี้ ช่างน่ารำคาญสิ้นดี
"แม่คะ..." หลินเฟยหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง แววตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองไปทั่วบริเวณ "ข้าวต้มก้นหม้อที่แม่พูดถึงเนี่ย... คือข้าวต้มเจือจางน้ำจนเห็นเงาหัวตัวเอง แถมยังมีแต่มอดกับแกลบ ครึ่งเดือนมานี่ฉันทำงานในแปลงนาขุดดินถางหญ้าเท่ากับแรงงานชายสองคน แต่ได้ส่วนแบ่งอาหารแค่เศษเสี้ยวของสุนัขในบ้านหลังนี้ สรุปแล้วใครกันแน่ที่เป็นปลิงดูดเลือดใคร?"
"นัง... นังเด็กนี่! แกกล้าต่อปากต่อคำกับฉันเรอะ!" แม่สามีจางหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้าหมายจะเงื้อมือตบสั่งสอน
ทว่า หลินเฟยหรงเร็วกว่า นางใช้มือข้างหนึ่งยันตั่งไม้ลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังโงนเงน แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากแววคู่นั้นกลับทำให้แม่สามีจางชะงักกึก มือที่เงื้อง้างค้างเติ่งกลางอากาศ
ในมิติห้วงจิตสำนึกของนางเวลานี้ 'มิติฟาร์มโอสถสวรรค์' ที่ติดตามวิญญาณข้ามภพมาด้วยกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับละอองพลังปราณทิพย์ที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย ช่วยฟื้นฟูเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่เคยอ่อนล้าให้กลับมามีพลังขึ้นทีละน้อย แค่จัดการกับหญิงชราไร้ยางอายสักคน ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลัง
"ถ้าฉันเป็นกาลกิณี แล้วตระกูลโจวของพวกท่านล่ะคะเรียกว่าอะไร? สามีฉันออกไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในกองทัพ ส่งเงินหยวนและคูปองอาหารกลับมาให้ครอบครัวทุกเดือน แต่เงินพวกนั้นไม่เคยตกถึงมือเขาเลยสักแดงเดียว ถูกพวกท่านผลาญเล่นจนหมดเกลี้ยงแถมยังทำร้ายจิตใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แบบนี้เขาเรียกว่ารังแกทหารผู้เสียสละเพื่อชาติหรือเปล่าคะ?"
น้ำเสียงใสทว่าทรงพลังกังวานไปทั่วบริเวณบ้าน ทำให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นเริ่มหยุดฝีเท้าหันมามองด้วยความสนใจ
ชื่อเสียงของตระกูลโจวขึ้นชื่อเรื่องเอาเปรียบลูกสะใภ้และสูบเงินจากบุตรชายคนรองมานานแล้ว พอถูกนำมาแฉกลางวงกว้างเช่นนี้ ใบหน้าของแม่สามีจางจึงพลันเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความอับอาย
"หุบปากนะ! นังสารเลว แกกล้าดียังไงมาใส่ร้ายป้ายสีบ้านฉัน!" แม่สามีจางกรี๊ดลั่นด้วยความโกรธจัด คว้าไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นมาหมายจะฟาดลงกลางหลังของหลินเฟยหรงจริงๆ
หลินเฟยหรงหรี่ตาลง นางเตรียมจะใช้วิธีฝังเข็มลับสั่งสอนให้หญิงชราผู้นี้รู้สำนึกเสียบ้าง แต่ทว่า...
*ปัง!*
ประตูรั้วไม้หน้าบ้านถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนทุกคนในลานบ้านสะดุ้งเฮือก
ร่างสูงใหญ่สมส่วนในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาด้วยก้าวเดินที่หนักแน่นและทรงพลัง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลักขึ้นมา ดั้งจมูกโด่งเป็นสันคม และนัยน์ตาดำขลับคู่นั้นเย็นชาไร้ระลอกคลื่น ทว่าเมื่อกวาดสายตามาเห็นร่างผอมบางของภรรยาที่ยืนเผชิญหน้าอยู่กับมารดา นัยน์ตาคู่นั้นก็พลันฉายประกายอำมหิตราวกับพญามารที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนเป็นชิ้นๆ
นั่นคือ 'โจวหยวนเจิ้น' สามีผู้เงียบขรึมและคลั่งรักภรรยาอย่าง The Next Level ของนางนั่นเอง!
โจวหยวนเจิ้นก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาอย่างรวดเร็ว วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กโอบประคองเอวบางของหลินเฟยหรงเข้ามาไว้ในอ้อมอกปกป้องอย่างหวงแหน สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองแม่สามีจางและสมาชิกในครอบครัวที่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
"ใครกล้าแตะต้องเมียผม... ก้าวออกมาลองดู"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับกดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนค่ะ!
เซียนปรุงโอสถในยุคคอมมูนกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวตัวประกอบ•ตอนที่ 1
วิญญาณสลับร่างในกระท่อมผุ
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปรุงโอสถในยุคคอมมูนกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวตัวประกอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
