นิติเวชหญิงกับชายในภาพวาดอาถรรพ์•ตอนที่ 1

ศพในเฟรมผ้าใบ

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอับของน้ำมันสนและฟอร์มาลินตีรวนขึ้นมาในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของแพทย์นิติเวชสาวให้จดจ่อ กลับไม่ใช่กลิ่นทางเคมีเหล่านั้น หากแต่เป็นความผิดเพี้ยนอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกตรึงไว้เบื้องหน้า รินรดากวาดสายตาผ่านแสงไฟนีออนสีขาวโพลนของห้องชันสูตรชั่วคราว ณ หอศิลป์แห่งชาติ ร่างของชายชราคนหนึ่งถูกพบในห้องเก็บภาพใต้ดิน ทว่าสภาพของเขากลับไม่ใช่แค่ศพไร้ลมหายใจทั่วไป ผิวหนังแห้งกร้านสีหม่นถูกเคลือบด้วยแล็กเกอร์ใสจนสะท้อนแสงไฟวิบวับ กล้ามเนื้อทุกมัดถูกดึงรั้งและจัดวางในองศาเดียวกับรูปปั้นเทพีแห่งความยุติธรรมในตำนานกรีก มือข้างหนึ่งกุมตราชั่งโลหะขึ้นสนิมไว้แน่นจนนิ้วมือบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกบังคับให้รักษาท่าทางนี้ไว้ชั่วนิรันดร์ แม้กระทั่งความตายก็ยังไม่สามารถคลายความเกร็งของกล้ามเนื้อที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตบรรจงนี้ลงได้ "ไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรทั่วไปแน่..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเก็บภาพ รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็จดจำน้ำเสียงนั้นได้ดี ธันวา ก้าวพ้นเงาสลัวของกองเฟรมผ้าใบเก่าออกมา ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยับยับและข้อมือที่เปื้อนคราบสีน้ำมันเล็กน้อยกำลังเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นความหลงใหลอันน่าขนลุกเมื่อได้จ้องมองงานศิลปะชิ้นเอก แม้ว่าชิ้นงานนั้นจะทำมาจากซี่โครงและเนื้อหนังของมนุษย์ก็ตาม "คุณควรยืนอยู่นอกเขตเส้นกั้น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานยังทำงานไม่เสร็จค่ะ, คุณธันวา" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดรดบรรยากาศชวนขนลุกให้เย็นเยียบลงไปอีก เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อใช้แว่นขยายตรวจดูรอยเข็มบริเวณลำคอของศพ "การจัดท่าทางแบบ *Chiaroscuro*... เล่นกับแสงและเงาบนซากศพมนุษย์ คงมีแค่ศิลปินโรคจิตที่หมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบเท่านั้นที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้" "คุณกำลังมองหาความโหดร้ายในฐานะหมอ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือความพยายามที่จะหยุดกาลเวลาต่างหาก" ธันวาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายของเขามีจางๆ ของเฟรนช์วานิลลาผสมกับกลิ่นทินเนอร์ เป็นความขัดแย้งที่ดึงดูดและอันตรายในเวลาเดียวกัน ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองร่างของชายชราก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของแพทย์นิติเวชสาว "ศิลปะชิ้นนี้ไม่ได้ทำร้ายใคร รินรดา... มันแค่ย้ายความเจ็บปวดไปไว้ในที่ที่กาลเวลาสัมผัสไม่ถึงต่างหาก" "ความตายไม่ใช่ศิลปะค่ะ, มันคือจุดจบของระบบชีววิทยา และการกระทำนี้คืออาชญากรรม" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่ต่างกันเล็กน้อยไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกด้อยกว่าแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาที่ซ่อนความลับไว้มากมาย "ฉันไม่สนใจว่าคุณจะมองเห็นความงามอะไรในโครงกระดูกเคลือบแล็กเกอร์นี่ แต่รอยกรีดที่ข้อมือและสารเคมีเฉพาะกลุ่มที่ใช้รักษาเนื้อเยื่อ... ฉันพนันได้ว่าคุณรู้จักกลิ่นนี้ดี" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานในความเงียบของห้องใต้ดิน เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเขาเกือบจะเฉียดผ่านกลุ่มผมที่รวบไว้เป็นระเบียบของเธอขณะโน้มตัวลงกระซิบ "ระวังคำพูดหน่อยสิครับ... การที่คุณพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ให้กับทุกเรื่องบนโลกนี้ บางทีอาจเป็นเพราะคุณกลัวที่จะยอมรับว่า 'บางสิ่ง' ในอดีต มันอธิบายด้วยตรรกะไม่ได้ต่างหาก" คำพูดนั้นสะท้อนลึกลงไปในรอยแผลเป็นที่รินรดาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี ภาพเปลวเพลิงสีส้มฉาน เสียงกรีดร้อง และกลิ่นควันไหม้ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะในคืนวันนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่นิ้วมือของเธอก็ยังคงกำด้ามปากกาโลหะไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหว เธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเด็ดขาด "เรื่องในอดีตของฉัน ไม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมตรงหน้าค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตาสนับสนุนความเยือกเย็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ "และกรุณาถอยไป ฉันต้องเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อชิ้นสุดท้ายก่อนที่กระบวนการเน่าสลายจะทำลายหลักฐานสำคัญ... หลักฐานที่จะบอกว่าใครเป็นคนลงมือ" ธันวายอมถอยหลังออกไปตามคำสั่ง แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเขากลับกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับเขารู้ความลับบางอย่างที่เธอยังไม่รู้ เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนปกเสื้อช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปพิงกับชั้นวางภาพวาดเก่าๆ สายตายังคงจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา รินรดากลั้นหายใจชั่วขณะเพื่อตั้งสติ เธอก้มลงใช้คีมแพทย์ขนาดเล็กคีบวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้รอยพับของผิวหนังบริเวณหน้าอกของศพ ชายชราคนนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นรูปปั้นมีชีวิต แต่มีบางอย่างที่ฆาตกรจงใจซ่อนไว้ข้างใน ปลายคีมโลหะกระทบกับวัตถุแข็งบางอย่างใต้เนื้อเยื่อที่ถูกเย็บปิดด้วยด้ายไนลอนสีดำ เธอบรรจงใช้กรรไกรตัดเส้นด้ายออกอย่างระมัดระวัง กลิ่นเฉพาะตัวของสารเคมีโชยเตะจมูกรุนแรงขึ้น ทว่าสิ่งที่หลุดออกมาจากช่องอกของศพไม่ใช่สารคัดหลอดหรืออวัยวะภายในที่ถูกดองไว้ แต่เป็นวัตถุบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเธอดับวูบไปชั่วขณะ มันคือพู่กันขนสัตว์ด้ามไม้สีดำสนิท ปลายพู่กันเปรอะเปื้อนด้วยคราบสีน้ำมันสีแดงสดที่ยังไม่แห้งสนิทดี และที่ด้ามไม้สลักตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษสามตัวที่รินรดาจำได้แม่นยำจากคดีไฟไหม้ในอดีต... คดีที่พรากครอบครัวของเธอไปตลอดกาล ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไฟนีออนเหนือศีรษะก็กระพริบไหวแล้วดับลงพรวดเดียว ความมืดมิดกลืนกินห้องเก็บภาพใต้ดินจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว ทว่าท่ามกลางความมืดสนิทและเสียงหอบหายใจของตัวเอง รินรดากลับได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นชิดใบหูจากด้านหลัง *"ชิ้นงานชิ้นต่อไป... กำลังรอให้คุณแต่งแต้มสีสันอยู่นะครับ, คุณหมอ"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันค่ะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชหญิงกับชายในภาพวาดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%