ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงถูกวางลงกระทบกับพื้นผิวโต๊ะหินอ่อนอย่างเชื่องช้า ทว่าเสียงนั้นกลับดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันของห้องรับแขกขนาดใหญ่ราวกับเสียงค้อนของตุลาการที่เคาะตัดสินคดีความ
รินรดานั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ท่าทางของเธอนิ่งสงบจนเกือบจะคล้ายกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อน แววตาคู่สวยที่ผ่านการเจรจาในวิกฤตความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ไม่มีหยดน้ำตาแม้แต่หยดเดียวไหลรินให้เห็นสมandกับความคาดหวังของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ความเจ็บปวดในอดีตถูกเธอกลืนกินและบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบที่พร้อมจะแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดกรีดแทงหัวใจผู้ชายตรงหน้าได้อย่างเลือดเย็น
"คุณแน่ใจแล้วใช่ไหม ริน"
ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทะเยอทะยานเจือไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระคนรำคาญใจ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวโปรด สายตาคมกริบมองเอกสารแผ่นบางตรงหน้าด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้น ความมั่นใจที่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีวันไปไหนได้พ้นเงาของเขา... ผู้หญิงที่เคยคอยหนุนหลัง ช่วยเหลือ และปูทางให้อาณาจักรธุรกิจของเขายืนหยัดมาได้จนถึงจุดสูงสุดในวันนี้
"กระดาษแผ่นนั้นระบุเงื่อนไขทุกอย่างที่คุณต้องการครบถ้วนแล้วครับ คุณธันวา" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่เฉียบคมจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "ไม่มีการเรียกร้องทรัพย์สิน ไม่มีหุ้นในบริษัทที่คุณสร้างขึ้น ไม่มีแม้กระทั่งสิทธิ์ในการรื้อฟื้นอดีต... เราต่างคนต่างเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์"
ธันวาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เขายอมรับว่าแปลกใจเล็กน้อยที่รินรดายอมเซ็นใบหย่าโดยไม่มีการโวยวายหรือเรียกร้องเงินทองมหาศาลดังเช่นภรรยาของนักธุรกิจคนอื่นๆ แต่กระนั้น ความคิดเข้าข้างตัวเองก็บอกเขาว่า นี่คงเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของเธอเอาไว้
"ก็ดี... ในเมื่อคุณเลือกทางนี้เอง อย่ามานึกเสียใจทีหลังก็แล้วกัน" ธันวาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาพลิกดู ลายเซ็นบรรจงและหนักแน่นของรินรดาปรากฏเด่นชัดอยู่บนบรรทัดสุดท้าย "โลกภายนอกมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะริน คุณชินกับการอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผม จนลืมไปแล้วว่าตัวเองก็เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตที่ผมพร้อมจะสลัดทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้"
รินรดายกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มที่ธันวาไม่มีวันเข้าใจความหมายที่แท้จริง
*เศษเสี้ยวอย่างงั้นหรือ...* เธอกล่าวอยู่ในใจ
"ผมเข้าใจดีครับ คุณธันวา" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นบุคลิกภาพที่สง่างามและน่าเกรงขาม เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยกริยาสุภาพเรียบร้อยราวกับแขกผู้สูงศักดิ์ที่กำลังอำลาจากงานเลี้ยงที่น่าเบื่อ "ขอให้คุณโชคดีกับอาณาจักรที่คุณภาคภูมิใจ... ลาก่อนครับ"
คำว่า 'ครับ' ที่เธอยืมมาใช้ประชดประชันอย่างสุภาพ ทำให้ธันวาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ในหัวของเขามีแต่แผนงานโครงการพันล้านที่ต้องสะสางต่อ รินรดาเป็นเพียงแค่บท A ของชีวิตที่เขาอ่านจบไปแล้ว และหนังสือเล่มนี้ก็ไม่มีคุณค่าพอที่จะเปิดอ่านซ้ำอีกรอบ
รินรดาก้าวเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง ประตูบานใหญ่ปิดลงเบื้องหลัง ทิ้งให้อดีสามีนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบและความมืดมนของความโลภโดยไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่า สิ่งที่เขาเพิ่งสลัดทิ้งไป ไม่ใช่แค่ภรรยาตกกระป๋องคนหนึ่ง... แต่เป็นการทำลายคานรับน้ำหนักชิ้นสุดท้ายที่ค้ำจุนความมั่นคงทั้งหมดของเขาไว้
อากาศภายนอกช่วงบ่ายปลอดโปร่ง ทว่ากลับเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำสำหรับคนที่มีแผนการใหญ่รออยู่เบื้องหน้า รินรดาก้าวขึ้นไปนั่งบนรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่ริมถนน เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความสั้นๆ ไปยังปลายทางที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเช่นเดียวกับเธอ
*‘ทุกอย่างเรียบร้อย แผนการขั้นที่หนึ่งเริ่มต้นได้’*
เธอกดส่งข้อความนั้นด้วยสีหน้าที่ไร้ความรู้สึกใดๆ ความแค้นที่สั่งสมมานานนับปีไม่ได้ถูกปลดปล่อยด้วยการกรีดร้องหรือตบตี แต่มันกำลังจะถูกชำระสะง้างด้วยสมองอันเฉียบคมและเกมธุรกิจที่เธอเป็นคนวางหมากเอาไว้ทั้งหมด ธันวาจะได้เรียนรู้ว่า การสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่แท้จริงมันมีความรู้สึกอย่างไร
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกไปอย่างไร้เสียง ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันจางๆ เบื้องหลัง ในขณะที่ภายในคฤหาสน์ ธันวากำลังเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อเก็บเอกสารการหย่าให้เข้าที่ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองหนึ่งที่ถูกสอดไว้ใต้กองหนังสือพิมพ์เก่า ซึ่งเป็นเอกสารการตรวจสุขภาพและผลประเมินบางอย่างที่รินรดาแอบเก็บไว้ก่อนหน้านี้และลืมหยิบติดมือไป
ด้วยความสงสัยระคนหงุดหงิด ธันวาจึงดึงซองเอกสารนั้นออกมาแล้วเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว
สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น สมองของเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อบรรทัดสุดท้ายปรากฏชื่อเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง พร้อมกับผลตรวจ DNA ที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง... เด็กชายที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ลูกของญาติห่างๆ ที่รินรดาเคยอุปการะไว้ชั่วคราว แต่แท้จริงแล้วกลับมีใบหน้าและโครงสร้างพันธุกรรมที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองทุกกระเบียดนิ้ว
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความนิ่งงันนี้ด้วยกันนะครับ
เศษเสี้ยวความนิ่งงันบนกองเพลิง•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้รอยหมึก
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวความนิ่งงันบนกองเพลิง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!