กระดาษสีครีมหนาพิเศษแผ่นนั้นถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท ราวกับประกาศนียบัตรแห่งความพ่ายแพ้ที่ไม่มีวันย้อนคืน รินรดามองซองจดหมายที่มีลายมือหวัดตวัดอันคุ้นเคยด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยของหยาดน้ำตาหรือความอาลัยอาวรณ์อย่างที่มันควรจะเป็น ผู้หญิงที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นอย่างไร้ค่าเมื่อหลายปีก่อน ได้มลายหายไปจนไม่เหลือซาก บนเก้าอี้ตัวนี้... มีเพียงดีไซเนอร์สาวผู้ทรงเสน่ห์และเด็ดขาดคนใหม่ ที่เรียนรู้แล้วว่าหัวใจของเไม่มีค่าพอจะให้ใครมาเหยียบย่ำซ้ำสอง
นิ้วเรียวบางภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูค่อยๆ บรรจงกรีดผนึกซองจดหมายออก กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของรวิศลอยแตะจมูก—กลิ่นที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในยามที่เขาโอบกอด แต่บัดนี้มันกลับเป็นเพียงกลิ่นอายของอดีตที่แห้งเหี่ยวและไร้ชีวิตชีวา
*“ริน... ถ้าเธอกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่ นั่นหมายความว่าฉันคงเดินทางมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับไปขอโอกาสจากเธอได้อีกแล้ว”*
ถ้อยคำแรกกรีดลึกเข้ามาในความรู้สึก รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาส่งไปไม่ถึงดวงตา ทำไมนะ... ในวันที่เธอยื่นมือขอเศษเสี้ยวความรักจากเขา รวิศถึงเลือกที่จะปัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่วันนี้ ในวันที่เธอก้าวเดินออกมาได้อย่างสง่างามและมีค่า เขากลับเลือกที่จะเขียนคำพร่ำเพ้อเหล่านี้เพื่อฉุดรั้งเธอไว้ด้วยความรู้สึกผิด
สายตาคู่คมกวาดอ่านบรรทัดต่อไปด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคง ไม่มีแม้แต่ความสั่นไหว
*“ฉันจำวันที่เราแต่งงานกันได้ดี วันนั้นฉันโง่เง่าแค่ไหนที่คิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่ผู้ใหญ่หามาให้เพื่อผูกมัดชีวิตฉัน ฉันมองข้ามหยาดน้ำตาของเธอ มองข้ามความใส่ใจที่เธอมอบให้ทุกค่ำคืน ฉันปล่อยให้ความเย่อหยิ่งและความมืดบอดกัดกินหัวใจ จนกระทั่งวันที่เตียงนอนในบ้านหลังนั้นว่างเปล่า... วันนั้นแหละที่ฉันถึงได้ตระหนักว่า ร่างกายและลมหายใจของฉันมันไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อไม่มีเธออยู่เคียงข้าง”*
"สายเกินไปค่ะ..." รินรดากล่าวพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนกระดาษ คำขอโทษในกระดาษแผ่นนี้มันช่างไร้ราคาเหลือเกิน เมื่อเทียบกับน้ำตาหยดเลือดที่เธอต้องกลืนกินเข้าไปทีละหยดในช่วงเวลาที่ผ่านมา
จดหมายยังคงบรรยายถึงความสำนึกผิด ความทรมานจากการถูกลงทัณฑ์ด้วยความเงียบงัน และความพินาศย่อยยับในอาณาจักรธุรกิจที่เขาเคยภาคภูมิใจ รวิศสูญเสียทุกอย่าง ไม่เพียงแต่บริษัทที่เกือบจะล้มละลายจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดเมื่อขาดสติ แต่เขาosylสุญเสียแม้กระทั่งสิทธิ์ในการเป็นมนุษย์ที่คู่ควรจะได้รับความรัก ร่างกายของเขาผอมโซ ดวงตาโหลลึกด้วยความตรอมตรม และนั่นคือบทลงโทษที่สาสมที่สุดสำหรับซาตานร้ายที่เคยใจดำอำมหิต
*“ฉันกำลังจะไปในที่ที่ไกลแสนไกล... ที่ซึ่งฉันจะไม่มารบกวนสายตาหรือสร้างความอภิรมย์ให้เธอต้องขุ่นเคืองใจอีกต่อไป ขอให้เธอลืมผู้ชายเลวๆ คนนี้ ปล่อยให้ชื่อของรวิศเป็นเพียงแค่ฝันร้ายบทหนึ่งที่เธอได้ตื่นขึ้นมาพบกับแสงสว่างอันงดงาม สักวันหนึ่ง... หากปาฏิหาริย์มีจริง ฉันหวังแค่เพียงว่าเธอจะให้อภัยในเศษเสี้ยวสุดท้ายของหัวใจที่แหลกสลายดวงนี้ ลาก่อน... ดวงใจของฉัน”*
บรรทัดสุดท้ายจบลงพร้อมกับรอยหยดน้ำตาที่เปื้อนหมึก... ช่างน่าขัน เสี้ยววินาทีที่รินรดาสังเกตเห็นรอยเปื้อนนั้น หัวใจของเธอกลับไม่ได้รู้สึกยินดีหรือสะใจอย่างที่เคยคิดไว้ มันมีเพียงความว่างเปล่าและความโล่งใจที่ทุกอย่างได้สิ้นสุดลงเสียที
เธอพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บเข้าที่เดิมอย่างไม่ไยดี ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเตรียมตัวไปประชุมสำคัญในฐานะเจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่ชื่อดัง ก้าวเดินของเธอหนักแน่นมั่นคง มุ่งตรงไปยังอนาคตที่เธอเป็นผู้กำหนดเองทั้งหมด โดยไม่ต้องพึ่งพาเงาของอดีตสามีผู้โง่เขลาอีกต่อไป
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงาน เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันเงียบงันขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ
"คุณรินรดาคะ! มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงมือคุณค่ะ... เป็นซองเอกสารจากต่างประเทศ และ... และคนที่ฝากมาบอกว่าเขากำลังจะขึ้นเครื่องบินเที่ยวสุดท้ายออกนอกประเทศในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าค่ะ!" เลขาหน้าห้องวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ที่จ่าหน้าถึงเธอด้วยลายมือของรวิศ
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก เธอรับซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่เริ่มเย็นเฉียบ ก่อนจะค่อยๆ ฉีกเปิดมันออกอย่างไร้เรี่ยวแรง
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องสายตาไม่ใช่จดหมายรักพร่ำเพ้ออีกต่อไป แต่เป็น... ใบรับรองสิทธิ์การโอนถ่ายทรัพย์สินทั้งหมดของรวิศ และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือใบรับรองแพทย์ฉบับจริงที่ระบุผลการตรวจวินิจฉัยโรคร้ายแรงระยะสุดท้าย พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แนบมาด้วยว่า...
*“หัวใจดวงนี้มันพังทลายมานานแล้ว... และฉันกำลังจะเอามันไปคืนให้เธอถึงที่... รินรดา ลาก่อนตลอดกาล”*
มือบางสั่นเทาระริก เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจกเสียงดังสนั่น เมื่อตระหนักได้ว่าคำว่า "ไปไกลแสนไกล" ในจดหมายฉบับก่อนหน้านั้น... มันไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ต่างประเทศอย่างที่เธอกล่าวโทษเขาในใจเลยแม้แต่น้อย!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดมาจนใกล้จะถึงบทสรุปในตอนสุดท้ายนี้นะคะ — ละอองดาวเดือนเก้า
เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก•ตอนที่ 29
จดหมายฉบับสุดท้าย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษเสี้ยวรักที่เขาเพิ่งสำนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!