เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อหนาๆ ดัง “เพี๊ยะ!” สนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลเฉิน กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นสาบควายจากคอกหลังบ้านลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคล
หลินว่านเซถลาไปตามแรงตบ ร่างกายที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้งเกือบจะล้มฟาดลงบนพื้นดินอัดแน่น หากไม่เพราะมือข้างหนึ่งคว้าจับขอบโต๊ะไม้ไผ่ไว้เสียก่อน รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก รอยฝ่ามือสีแดงฉานประทับเด่นชัดบนแก้มซีกซ้าย ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นสู่สมอง แต่สิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่าความเจ็บปวด คือประกายตาคมกริบที่วาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว
“นังสะใภ้รองตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงแอบซ่อนแป้งสาลีไว้ในไหหลังบ้าน! อยากให้พี่ใหญ่ของแกอดตายที่ค่ายทหารรึไงฮะ? เงินเบี้ยเลี้ยงที่สามีพิการของแกส่งมาเดือนก่อน ก็เอาไปละลายซื้อยาต้มขมๆ ให้มันกินจนหมดเกลี้ยง บ้านเราไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนไร้ค่า Knowing your place ซะบ้าง!”
เสียงแหลมปรี๊ดของนางเฉินผู้เป็นป้าสะใภ้ดังแผดขึ้นจนแก้วหูแทบแตก หล่อนยืนเท้าสะเอว ใบหน้าอ้วนกลมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กจ้องมองหลินว่านราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ข้างกายหล่อนคือเฉินเหอว์ ลูกชายคนโปรดที่ยืนยิ้มเยาะเย้ย ถือท่อนไม้สั้นๆ ในมือเคาะฝ่ามือตัวเองเบาๆ อย่างคนไร้ความเกรงกลัวกฎหมาย
ในสมองของหลินว่านเวลานี้ ความทรงจำสองชุดกำลังตีรันฟันแทงกันอย่างดุเดือด ภาพของเชฟสาวมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดผู้ครอบครองอาณาจักรสวนผักออร์แกนิกมูลค่าหลายร้อยล้าน กำลังซ้อนทับกับภาพของหญิงสาวชาวนาอาומ์อับโชคในยุคเจ็ดศูนย์ผู้ถูกกดขี่ข่มเหงจนตรอมใจตาย
*ให้ตายเถอะ... ข้าอุตส่าห์ทะลุมิติมาทั้งที ไม่ได้ส่งมาเพื่อให้พวกเศษสวะรังแกหรอกนะ*
หลินว่านค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มที่ชาหนึบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้นางเฉินที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าต่อถึงกับสะดุดกุนซือในลำคอ
“อ๋อ... แป้งสาลีที่ว่านี่คือแป้งที่ฉันใช้แรงงานหยาดเหงื่อไปรับจ้างโม่แป้งแลกมาเมื่อวานสินะครับ... อ้อ ไม่ใช่สิ ฉันพูดผิด...” หลินว่านจงใจเปลี่ยนสรรพนาม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก “แป้งพวกนั้นต่อให้มันขึ้นราคาสักสิบรอบ มันก็เป็นหยาดเหงื่อของฉัน ไม่ใช่สมบัติของปลิงดูดเลือดอย่างครอบครัวพวกคุณ!”
“นัง... นังสะใภ้ปากดี! แกกล้าด่าฉันว่าเป็นปลิงรึ!” นางเฉินปรี่เข้ามาหมายจะงלבหัวซ้ำ
ทว่า หลินว่านไวกว่า หล่อนก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม มือเรียวบางที่สั่นเทาเล็กน้อยแต่แฝงไว้ด้วยพลังตวัดคว้าเข้าที่ข้อแขนของนางเฉินอย่างแม่นยำ พร้อมกับบิดหมุนด้วยมุมองศาที่ทำให้กระดูกข้อมือของอีกฝ่ายลั่นกรอบด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย! มือฉัน! นังบ้า ปล่อยนะ!” นางเฉินร้องโหยหวน หน้าตาบิดเบี้ยวทันที
“จำไว้ให้ดีนะครับ” หลินว่านโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหู น้ำเสียงต่ำทุ้มเย็นเยียบจนนางเฉินขนลุกซู่ “สามีฉันยังไม่ตาย เขาแค่ไปทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ส่วนเงินเบี้ยเลี้ยงทหาร... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป แม้แต่แดงเดียวพวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง! ถ้าใครยังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของบ้านหลังนี้อีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!”
หลินว่านสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี จนร่างท้วมของนางเฉินเซถลาไปชนลูกชายตัวเองล้มกลิ้งไม่เป็นท่า สร้างความตกตะลึงให้แก่ชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูหน้าประตูบ้านไม่น้อย
ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง ประตูมิติลับในห้วงสำนึกของหลินว่านก็สั่นไหวอย่างรุนแรง หน้าจอสีฟ้าใสปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัว
*[ติ๊ง! ระบบสวนเกษตรออร์แกนิกมิติลับ ทำงานสมบูรณ์ 100%]*
*[ภารกิจแรก: ทวงคืนศักดิ์ศรีและผลิตผลล็อตแรกสำเร็จ! ปลดล็อก: เมล็ดพันธุ์ผักวิเศษระดับพรีเมียม และ น้ำพุวิเศษฟื้นฟูร่างกาย]*
หลินว่านแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ความอ่อนล้าจากร่างเดิมมลายหายไปในพริบตา เมื่อกระแสพลังอุ่นวาบไหลเวียนผ่านเส้นเลือดฝอยทั่วร่าง ความแข็งแกร่งและพลังชีวิตพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นใจ นี่แหละคือทุนรอนที่จะทำให้หลินว่านคนนี้ผูกขาดเศรษฐกิจของหมู่บ้านและฟาดฟันญาติจอมละโมบให้ราบคาบ
“แม่ครับ! เกิดอะไรขึ้นเสียงดังไปถึงนอกรั้ว!”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน น้ำเสียงนั้นเจือด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แต่กลับเต็มไปด้วยความกดดันและอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงทันที
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในห้อง ไหล่กว้างหนาและใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ แต่ดวงตาดุดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—ผู้พันเฉินเฟิง สามีผู้เคร่งขรึมและเย็นชาที่ชาวบ้านต่างพากันเกรงกลัว หวนกลับมาถึงบ้านเร็วกว่ากำหนด!
หลินว่านชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่า "ปากร้ายและวินัยสูง" คนนั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนประหลาดใจเมื่อเห็นภรรยาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวเขาราวกับลูกนก กล้าที่จะยืนหยัดเผชิญหน้ากับญาติผู้ใหญ่ด้วยท่าทีองอาจเช่นนี้
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงทุ้มของเฉินเฟิงก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
“นี่มันหมายความว่ายังไง... หลินว่าน?”
ดวงตาสีเข้มคมกริบของนายทหารหนุ่มจดจ้องมาที่ภรรยา ขณะที่ในมือของเขากำถุงผ้าใบใหญ่ที่บรรจุของบางอย่างแน่น จนข้อพับนิ้วขาวซีด บรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อความลับบางอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรสชาติชีวิตบทใหม่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนปลูกผักร้อยเล่ห์กับนายทหารปากร้ายสายขยัน•ตอนที่ 1
ตื่นขึ้นมาในกลิ่นดินและไอแดด
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนปลูกผักร้อยเล่ห์กับนายทหารปากร้ายสายขยัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
