กลิ่นฟอร์มาลินในห้องชันสูตรพลิกศพยามวิกาลไม่ได้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเช่นทุกคืน หากแต่มันอบอวลด้วยกลิ่นอายของความน่าสงสัยที่ลอยวนอยู่ในอากาศเย็นยะเยือก รตินันท์ยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าโต๊ะสเตนเลสสตีล แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนลงบนผิวหนังซีดเซียวของร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้า ร่างนั้นเป็นชายวัยกลางคน สภาพภายนอกไร้ร่องรอยการต่อสู้ กระดูกไม่หัก อวัยวะภายในไม่มีรอยช้ำจากการกระแทก ใบหน้าสงบราวนอนหลับ รายงานเบื้องต้นจากตำรวจท้องที่ระบุชัดเจนว่าเป็น "การไหลตาย" หรือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันตามธรรมชาติ
ทว่า ในสายตาของนิติกรศพผู้ผ่านการชำแหละความตายมานับร้อยนับพันศพ ความ "ปกติ" ที่ไร้ที่ติเกินไปนี่แหละ คือรอยร้าวขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"คุณกำลังใช้จินตนาการแทนตรรกะหรือเปล่าครับ นิติกรศพผู้เลื่องชื่อ"
เสียงทุ้มต่ำและติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง สารวัตรอชิระก้าวเท้าพ้นเงาของตู้เก็บเครื่องมือแพทย์เข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีเข้มดูขัดแย้งกับบรรยากาศห้องผ่าศพอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มผู้ถูกพักงานรายนี้จ้องมองรตินันท์ด้วยแววตาท้าทาย มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าไว้อย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่ได้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าความตาย แต่กำลังยืนดูการแสดงละครสัตว์
รตินันท์ไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นิ้วสวมถุงมือยางสีขาวยังคงคีบอุปกรณ์โลหะขยับเข้าใกล้บริเวณลำคอของศพอย่างเชื่องช้าและแม่นยำ
"ความตายตามธรรมชาติไม่มีอยู่จริงหรอกครับสารวัตร... มีเพียงความตายที่เรายังหาเหตุผลมารองรับมันไม่ได้ต่างหาก" น้ำเสียงของรตินันท์เรียบนิ่ง เย็นชา และราบเรียบ ราวกับน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม "โดยเฉพาะศพที่สะอาดสะอ้านอย่างไร้ที่ติเช่นนี้ มันมักจะมีเรื่องสกปรกที่สุดซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังเสมอ"
อชิระแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะชันสูตรจนได้กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวอีกฝ่าย "ผมถูกสั่งพักราชการเพราะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีที่พวกเบื้องบนอยากให้มันปิดตัวลงอย่างเงียบๆ และคุณ... กำลังดึงผมกลับมาสู่กองโคลนนั้นอีกครั้งด้วยการสงสัยศพที่แพทย์เวรลงความเห็นว่าหัวใจวายเนี่ยนะ?"
"ถ้ามันคือหัวใจวายจริง คุณก็แค่เสียเวลาฟรีหนึ่งคืน แต่ถ้าไม่ใช่..." รตินันท์หยุดมือที่กำลังถือคีมโลหะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอชิระ แววตาคู่นั้นคมปลาบและว่างเปล่าจนน่ากลัว "...เรากำลังเผชิญหน้ากับฆาตกรที่ฉลาดที่สุดเท่าที่กระบวนการยุติธรรมเคยมีมา"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดขึ้นในทันที เคมีอันตรายของความเห็นที่แตกต่างและการยอมจำนนต่อความจริงบางอย่างดึงดูดและผลักไสพวกเขาในเวลาเดียวกัน อชิระหุบยิ้ม ดวงตาคมกวาดมองร่างไร้ชีวิตบนเตียงด้วยความจริงจังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสบายๆ
"ว่ามา... คุณเห็นอะไรที่หมอชันสูตรคนอื่นมองไม่เห็น?" อชิระถามเสียงต่ำ
รตินันท์ไม่ตอบด้วยคำพูด เขาใช้คีมโลหะเขี่ยเนื้อเยื่อบริเวณใต้กกหูของศพให้เผยอขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหยิบไฟฉายขนาดเล็กส่องกระทบมุมองศาที่แคบที่สุด
"ปกติแล้ว ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจะทิ้งร่องรอยความซีดขาวหรือจุดเลือดออกเล็กๆ ไว้ที่เยื่อหุ้มหัวใจ แต่ศพนี้ไม่มี..." รตินันท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงวิเคราะห์ที่ราบเรียบแต่น่าติดตาม "และถ้าเรามองลึกลงไปในระดับจุลภาคใต้ผิวหนังบริเวณนี้... สารวัตรช่วยขยับเข้าไปใกล้ๆ หน่อยครับ ผมอยากให้คุณใช้สายตาของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เคยไล่ล่าคนร้ายมาทั้งชีวิต ดูให้ชัดเจนว่ามันคืออะไร"
อชิระโน้มตัวลงต่ำ ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มอยู่ห่างจากซอกคอของศพเพียงไม่กี่นิ้ว สายตาสีเข้มเพ่งมองตามแสงไฟฉายที่รตินันท์ส่องนำทาง ทันใดนั้น ลมหายใจของอชิระก็สะดุดกึก ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับเกร็งขึ้นมาทันที
ภายใต้ผิวหนังชั้นนอกที่ดูสมบูรณ์แบบ มีรอยกรีดเส้นบางราดด้วยเส้นผมมนุษย์ ลากยาวเป็นลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนและประณีตจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันไม่ใช่แผลจากการผ่าตัด ไม่ใช่รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ แต่มันคือ "สัญลักษณ์" บางอย่างที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นด้วยความแม่นยำระดับศัลยแพทย์ผู้ไร้ความปรานี
"นี่มัน..." อชิระพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนความสงสัย "รอยแผลแบบนี้... มันไม่ใช่แค่การฆ่า แต่มันคือการ 'ประทับตรา'"
"ถูกต้องครับ" รตินันท์ถอนหายใจยาว แววตานิ่งสงบแต่กลับฉายประกายความวิตกกังวลที่ลึกซึ้งเป็นครั้งแรก "และที่แย่ไปกว่านั้นคือ รอยกรีดแบบเดียวกันนี้ เคยถูกพบเจาะจงลงบนศพของเหยื่อในคดีที่ผมเคยชันสูตรพลาดไปเมื่อสามปีก่อน..."
ในวินาทีที่ความเงียบงันอันน่าอึดอัดกำลังกัดกินบรรยากาศในห้องชันสูตร เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นขึ้นลั่นตึก แสงไฟนีออนสีขาวกะพริบไหวแล้วดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉายสีนวลจากมือของรตินันท์ที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด
ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังเร่งรีบวิ่งตรงมายังทางเดินด้านนอกห้องชันสูตร... และเสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมีแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญกำลังรอคอยที่จะเข้ามาทวงคืนความลับนี้ด้วยชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้นะครับ
นิติกรศพกับฆาตกรที่หลับใหล•ตอนที่ 1
รอยกรีดปริศนา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติกรศพกับฆาตกรที่หลับใหล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!