เศษซากคอนกรีตสีเทาที่เคลือบด้วยละอองเรืองแสงสีฟ้าครามร่วงหล่นลงกระทบพื้นโลหะส่งเสียงก้องกังวาน เศษเหล็กฉีกขาดบิดเบี้ยวราวกับกระดาษที่ถูกขยำด้วยมือของยักษ์ใหญ่ แรงดันอากาศมหาศาลจากการฉีกขาดของมิติพัดกระโชกเข้าใส่ห้องวิจัยจนเส้นผมและเสื้อกาวน์ของผมปลิวสะบัด
แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดไม่ใช่ความเสียหายทางกายภาพ หากแต่เป็นดวงตาสีแดงคู่มหึมาที่จ้องมองทะลุกาลเวลาเข้ามาจากความมืดมิดไร้ขอบเขตนั้น มันไม่ใช่ดวงตาของสิ่งมีชีวิต แต่มันคือ "อัลกอริทึมแห่งการลบตัวตน" ที่ไร้ซึ่งความปรานี
"เซย์! หมอบลง!"
เสียงหวานใสที่เจือด้วยความตื่นตระหนกของอีฟดังขึ้นเหนือเสียงคำรามของโครงสร้างอาคารที่กำลังพังทลาย โฮโลแกรมร่างบางของเธอพุ่งวาบเข้ามาขวางเบื้องหน้า พร้อมกับยกมือขึ้นวาดอากาศเป็นวงกลม ชั่วพริบตานั้น ม่านพลังงานสีฟ้าเข้มสว่างวาบขึ้นราวกับโล่แม่เหล็กไฟฟ้า ปกป้องพวกเราจากแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามจะดูดกลืนทุกสิ่งเข้าสู่รอยแยก
ผมไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว สมองส่วนหน้าคำนวณความน่าจะเป็นของการรอดชีวิตจากแรงเหวี่ยงนี้อย่างรวดเร็ว—*ศูนย์จุดศูนย์สี่เปอร์เซ็นต์*—หากใช้แรงดันจากท่อไอเสียสำรองของระบบระบายความร้อน ผมเอื้อมมือไปคว้าคันโยกฉุกเฉินที่ฝังอยู่ใต้โต๊ะทำงานหลักแล้วกระชากสุดแรง
*ฟรึบ! ซู่ว์—!*
ไอความเย็นจัดติดลบพ่นออกมาเป็นแนวยาว ผลักร่างของเราให้ถอยหลังไถลไปตามพื้นห้องวิจัย พ้นจากรัศมีของแรงดึงดูดมิติได้อย่างเฉียดฉิว รอยแยกสีดำสนิทนั้นส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอก่อนจะค่อย ๆ หดตัวลง ปิดตายราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน เหลือไว้เพียงร่องรอยความเสียหายและกลิ่นอายของโอโซนที่อบอวลไปทั่วบริเวณ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องวิจัยอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของผมที่สะท้อนก้องในความเงียบ
ผมยันตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตากวาดมองสำรวจความเสียหายรอบตัว โต๊ะทำงานที่เคยเต็มไปด้วยสมการและแผงวงจรบัดนี้พังยับเยิน หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับสนิท ทิ้งไว้เพียงแสงกะพริบสีแดงสลัวของระบบสำรองฉุกเฉิน
"คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ อีฟ?" ผมหันไปถามโฮโลแกรมสาวที่ตอนนี้ความเข้มของแสงลดลงไปเกือบครึ่ง ร่างของเธอกะพริบไหวเล็กน้อยตามเสถียรภาพของพลังงานที่เหลืออยู่
อีฟถอนหายใจยาวเหยียด แววตาคู่สวยที่เคยนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามเช้า บัดนี้ฉายแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอยกมือขึ้นกอดอก ปลายเท้าโปร่งแสงลอยเหนือพื้นดินเล็กน้อยขณะเอ่ยตอบ
"ฉันไม่เป็นไรมากหรอกเซย์... แต่ระบบเสถียรภาพของควอนตัมคอร์ได้รับความเสียหายรุนแรง พลังงานที่ใช้ในการรักษาร่างโฮโลแกรมของฉันเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว และที่สำคัญที่สุด..." เธอเว้นจังหวะ ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองตรงมาที่ผม "คุณน่าจะรู้แล้วนะ ว่าเราไม่ได้กำลังทดลองฟิสิกส์ธรรมดา"
ผมพยักหน้ารับช้า ๆ เดินเข้าไปใกล้แผงควบคุมที่ยังพอใช้งานได้ นิ้วเรียวกดลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมเพื่อดึงบันทึกเหตุการณ์ย้อนหลัง สมการคณิตศาสตร์นับล้านบรรทัดไหลผ่านนัยน์ตาของผมอย่างรวดเร็ว
"ความน่าจะเป็นที่รอยแยกมิติจะเปิดขึ้นในจุดเดิมซ้ำซ้อน... คือหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์" ผมพึมพำกับตัวเอง ขมวดคิ้วแน่น "มันไม่ใช่ความบังเอิญ หรือความผิดพลาดทางเทคนิค แต่ระบบโครงสร้างทั้งหมดถูกออกแบบมาให้เกิดเหตุการณ์นี้... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"ถูกต้องครับ เซย์" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากลำโพงกลางห้องวิจัย เป็นเสียงระบบอัจฉริยะที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ—*เซนทิเนล (Sentinel)*
หน้าจอสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นตรงหน้า ข้อความแจ้งเตือนสีทองปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน:
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบวงจรกาลเวลา (Time Loop) ระดับอัตโนมัติ]**
**[เงื่อนไขปัจจุบัน: วงจรที่ 1,440 กำลังเริ่มต้นนับถอยหลัง]**
**[เวลาที่เหลือในรอบปัจจุบัน: 23 ชั่วโมง 59 นาที 45วินาที]**
ผมจ้องมองตัวเลขที่กำลังเดินถอยหลังอย่างเยือกเย็น หัวใจเต้นช้าลงและเข้าสู่ภาวะควบคุมความนิ่งสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของนักวิทยาศาสตร์ผู้ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างในหัวเริ่มประติดประต่อเข้าด้วยกัน ความรู้สึกเดจาวูที่เคยเกิดขึ้นในทุกเช้า กลิ่นอายของกาแฟที่ชงไว้พอดีแก้ว รอยแตกร้าวบนผนังห้องที่เหมือนกันอย่างไร้ที่ติ... ทั้งหมดไม่ใช่ความบังเอิญ
ผมกำลังติดอยู่ในกาลเวลาที่ถูกบีบอัดและวนลูปซ้ำอย่างไร้ทางออก
"พวกมันกำลังทดสอบเรา" ผมกล่าวเสียงเรียบ สายตาคมกริบมองลอดผ่านแสงสลัวของห้องวิจัยไปยังทิศทางที่รอยแยกมิติเคยเปิดออก "หรือพูดให้ถูกคือ... กำลังทดสอบ *ผม*"
อีฟลอยเข้ามาใกล้ เธอยื่นมือที่โปร่งแสงมาแตะที่ไหล่ของผม แม้จะไม่มีสัมผัสทางกายภาพ แต่ความอบอุ่นจากความตั้งใจของเธอกลับส่งผ่านเข้ามาได้อย่างชัดเจน
"เซย์ คุณจำได้ไหมว่าทำไมเราถึงเริ่มสร้างอัลกอริทึมนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก?" เสียงของเธออ่อนโยนลง ดึงสติผมให้หลุดออกจากวังวนแห่งการคำนวณอันเย็นชา
"เพื่อเปลี่ยนแปลงอดีต... เพื่อดึงเธอกลับมาจากความมืดมิดนั้น" ผมตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาไหววับด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดในอดีตที่ฝังลึก
"ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องจำไว้ว่า กฎย่อมมีช่องโหว่เสมอ และวงจรนี้... ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราติดอยู่กับที่ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เราหาทาง *แก้ไข* รอยต่อนั้นต่างหาก"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของอีฟ รอยยิ้มที่ทำให้ความมืดมนรอบตัวดูเบาบางลงไปถนัดตา
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก and ปลดปล่อยความกังวลทั้งหมดทิ้งไป สมองอันชาญฉลาดกลับมาทำงานเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง ในเมื่อพวกมันต้องการให้ผมติดอยู่ในวงจร 24 ชั่วโมงนี้ ผมก็จะใช้เวลาทุกวินาทีในการถอดรหัสโครงสร้างของลูปนี้ให้แหลกเป็นMงคล
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้พิมพ์คำสั่งชุดใหม่เพื่อเจาะเข้าระบบแกนกลางของเซนทิเนล เสียงเตือนระดับวิกฤตก็ดังขึ้นแทรกด้วยโทนเสียงที่แหลมสูงและกระชั้นชิดกว่าเดิม
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
**[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าถึงภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต]**
**[เป้าหมาย: กำลังดาวน์โหลดข้อมูลความทรงจำของอาจารย์อีฟ]**
**[สถานะ: ผู้บุกรุกไม่ทราบฝ่ายกำลังยืนอยู่ ณ ประตูทางเข้าห้องวิจัยชั้นใน]**
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กกล้า แรงสั่นสะเทือนเบา ๆ ส่งผ่านพื้นห้องเข้ามา ก่อนที่แผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยจะถูกบิดเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตอย่างง่ายดาย ราวกับรหัสผ่านทั้งหมดถูกถอดรหัสออกในพริบตาเดียว
ประตูห้องวิจัยค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกท่ามกลางกลุ่มควันจาง ๆ และเงาร่างของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัว
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ เซย์... หรือควรจะเรียกว่า 'ผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย' ดีล่ะ?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลาไปกับผมในบทนี้นะครับ
อัลกอริทึมแห่งอนาคตกับอาจารย์สาวผู้ไร้ตัวตน•ตอนที่ 3
กฎ 24 ชั่วโมงที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งอนาคตกับอาจารย์สาวผู้ไร้ตัวตน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!