"ถ้าคุณคิดว่าเส้นทแยงมุมองุ่นตกแต่งเสาโค้งตรงนี้ มันถูกหลักโครงสร้าง... คุณก็คงเป็นสถาปนิกที่เรียนจบมาด้วยการเดาข้อสอบปรนัยแล้วล่ะครับ คุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในไซต์งานก่อสร้างคอนกรีตเปลือย รินรดาชะงักมือที่กำลังถือม้วนแบบแปลนกระดาษไขขนาดใหญ่ เธอนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็มก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน
เธอกวาดตามองร่างสูงโปร่งในชุดช่างสีเทาเข้มที่เปื้อนคราบปูนขาวเล็กน้อย หมวกนิรภัยสีเหลืองถูกถอดถือไว้ในมือ เผยให้เห็นเรือนผมดำสนิทที่ชื้นเหงื่อและใบหน้าคมสันที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มกวนประสาทที่ทำให้ต่อมความอดทนของเธอพร้อมจะระเบิดได้ทุกวินาที
"ฉันไม่ทราบว่าวิศวกรผู้ทรงเกียรติอย่างคุณธาม เอาเวลาว่างส่วนไหนมาวิจารณ์งานออกแบบของคนอื่น หรือว่าตารางงานฝั่งโครงสร้างมันว่างมาก จนต้องมาเดินตรวจงานในส่วนที่อยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบของคุณคะ... อ้อ, ขอโทษที ฉันลืมไปว่าคนบางคนอาจจะชอบก้าวก่ายงานคนอื่นเพราะอยากสร้างตัวตน" รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่น้ำคำคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ธามหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัวของเธอทีละน้อย จนกลิ่นอายของผู้ชายและกลิ่นฝุ่นปูนลอยเข้าแตะจมูก ระยะห่างที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนรอบตัวถูกสูบหายไปวูบหนึ่ง เธอขยับถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาคานคอนกรีตเย็นเยียบเสียแล้ว
"การก้าวก่ายกับความรับผิดชอบ มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ครับคุณสถาปนิก... เส้นที่เรียกว่า 'ความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์'" ธามก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงคืบเดียว เขาวางม้วนแบบแปลนอีกชุดลงบนโต๊ะไม้กระดานหยาบๆ ข้างตัว แล้วใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนจุดที่เธอเพิ่งชี้เมื่อครู่ "ถ้าผมทำตามแปลนที่คุณวาด เสานี้จะรับน้ำหนักส่วนเกินไม่ได้ร้อยละสิบห้า และเมื่อตึกนี้สร้างเสร็จ... คนกลุ่มแรกที่จะต้องวิ่งหนีตาย ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณ"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า เธอไม่ได้พลาด เธอคำนวณมาอย่างดีแล้ว แต่ไอ้ผู้ชายคนนี้กลับกล้ามาหยามภูมิความรู้ของเธอต่อหน้าทีมงานนับสิบชีวิตที่ยืนมองอยู่ห่างๆ
"ฉันตรวจสอบความปลอดภัยมาสามรอบแล้วค่ะคุณธาม และฉันไม่เคยเอาชีวิตใครมาเดิมพันกับความมักง่ายของคุณ" เธอยืดอกขึ้นสู้สายตา ปลายคางเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณอ่านสัญลักษณ์ในแปลนไม่ออก หรือไม่เข้าใจสุนทรียะของการออกแบบ ก็กรุณากลับไปคำนวณคานเหล็กของตัวเองเงียบๆ เถอะค่ะ อย่ามาแสดงความอวดดีในพื้นที่ของฉัน"
"สุนทรียะ?" ธามทวนคำ น้ำเสียงของเข้มขึ้นและจริงจังจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ นัยน์ตาสีนิลของเขาคมกริบราวกับมองทะลุผ่านเสื้อผ้าและเกราะป้องกันทั้งหมดที่เธอสวมใส่ "คุณเรียกว่าความตายที่ซ่อนอยู่หลังงานดีไซน์หรูหรานี่ว่าสุนทรียะงั้นเหรอครับ? ตื่นเถอะครับคุณรินรดา... โลกความเป็นจริงมันไม่มีเซฟโซนให้คุณหรอกนะ ถ้าแบบแปลนมันผิดพลาด มันก็คือพัง—ไม่มีข้อแก้ตัว"
คำว่า *'พัง'* กระแทกเข้ากลางใจของรินรดาอย่างจัง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำลงบนแผลเป็นที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดหลายปี ความมั่นใจที่เคยมีสั่นคลอนในชั่วพริบตา ภาพเหตุการณ์วันวานที่โครงสร้างอาคารทรุดตัวพังทลายในความทรงจำผุดวาบขึ้นมาจนมือของเธอเริ่มเย็นเฉียบ
เธอนิ่งอึ้งไป ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะรีบซ่อนความอ่อนแอไว้ภายใต้กำแพงความเย็นชาตามเดิม "คุณ... ไม่มีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้" เธอกัดฟันกรอด เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความเคียดแค้น
ธามสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที แววตาเยาะหยันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนบางอย่าง เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความคุุกกรุ่นเป็นความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขายื่นมือหนาออกมา หมายจะเอื้อมไปแตะไหล่บางที่กำลังเกร็งแน่นราวกับต้องการจะปลอบประโลม แต่ปากกลับสวนทางกับความรู้สึก
"ผมก็แค่ไม่อยากเห็นสถาปนิกแถวนี้ร้องไห้ขี้มูกโป่งเวลาตึกถล่มลงมาจริงๆ หรอกนะ..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทกลบเกลื่อน แต่สายตาที่มองเธอกลับอบอุ่นเกินความจำเป็น
รินรดาเงยหน้าขึ้นเตรียมจะด่ากราดด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิต แต่ทว่า—
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากผู้จัดการโครงการที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในโซนก่อสร้าง
"คุณธาม! คุณรินรดา! แย่แล้วครับ... ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งด่วน เรื่องการปรับงบประมาณก่อสร้างทั้งหมด และ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมารอพบพวกคุณอยู่ที่ห้องรับรองชั้นล่างแล้วครับ!"
ทั้งสองคนชะงัก ธามดึงมือกลับช้าๆ ขณะที่รินรดากลืนก้อนสะอื้นและ1ความโกรธลงคอไปอย่างยากลำบาก เธอกำหมัดแน่น หันไปมองหน้าชายหนุ่มคู่ปรับเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดหน้าหนี
แต่ก่อนที่รินรดาจะทันได้ก้าวเท้าเดินหนีจากตรงนั้น มือหนาของธามก็เอื้อมมาคว้าข้อศอกเธอไว้แน่นอย่างรวดเร็ว แรงดึงนั้นทำให้เธอล้มเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของเธอในระยะประชิดที่ใกล้จนเกินความจำเป็น
ธามโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าข้างใบหูของเธอในจังหวะที่หัวใจเต้นระรัว
"อย่าเพิ่งรีบหนีผมไปไหนล่ะครับ... เพราะเรื่องของเราในห้องรับรองข้างล่าง น่าจะสนุกกว่าการเถียงกันเรื่องแบบแปลนนี้เยอะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในพื้นที่ของหัวใจที่ไม่มีอยู่จริงด้วยกันนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับคนแปลกหน้าที่อยากรู้จัก•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวที่ไม่ตรงปก
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับคนแปลกหน้าที่อยากรู้จัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
