"อย่ามองตาเงานั้นตรงๆ ศรัณย์!"
เสียงเตือนของอาจารย์อรชรเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันในห้องสมุดเก่า ร่างเพรียวบางของหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีนวลพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อแขนของเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นมากพอที่จะทำให้ศรัณย์ที่กำลังยืนขาแข็งค้างหลุดออกจากภวังค์แห่งความหวาดกลัว เงาสีดำสนิทที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา รูปร่างของมันบิดเบี้ยวและพับทบจนกระทั่งกลายเป็น 'ศรัณย์' อีกคนอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาสีเลือดคู่นั้นจ้องมองกลับมาด้วยความเย้ยหยัน รอยยิ้มที่มุมปากของเงาปริศนาฉีกกว้างเกินกว่ากายวิภาคของมนุษย์ปกติจะทำได้
ศรัณย์หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ความเย็นเยียบแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงหัวใจ สมองส่วนตรรกะของนักศึกษาคณะฟิสิกส์ประยุกต์พยายามประมวลผลสิ่งที่เห็นตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่มันไม่มีทฤษฎีไหนในโลกนี้ที่อธิบายปรากฏการณ์ 'เงาลอกแบบตัวตน' ได้เลย นอกเสียจากกฎของควอนตัมฟิสิกส์ในมิติซ้อนทับที่ถูกบิดเบือนด้วยอาคมโบราณ
"อาจารย์ครับ... มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตา" ศรัณย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์ให้เร็วที่สุด "โครงสร้างพลังงานของมันมีความหนาแน่นเท่ากับมวลกายของผมจริงๆ ถ้ามันแตะตัวเรา..."
"มันจะทำการ 'แทนที่' ตัวตนของเราในโลกจริงค่ะ" อาจารย์อรชรต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นัยน์ตากลับไหววับ มือเรียวบางยกขึ้นวาดอักขระกลางอากาศ แสงสีทองเรืองรองก่อตัวเป็นกำแพงเขตอาคมกั้นขวางระหว่างพวกเขากับเงาสีเลือดคู่นั้น "เจ้าสิ่งนี้คือเงาตกค้างจากคัมภีร์มรณะ มันไม่ได้มาเพื่อฆ่าคุณ แต่มมันมาเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการมีชีวิตอยู่"
เงาจำลองของศรัณย์หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากก้นบึ้งของเหวลึก มันก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขตอาคมเรื่อยๆ ทุกย่างก้าวที่มันเดินผ่าน พื้นไม้เก่าแก่ภายในห้องสมุดส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะรับน้ำหนักไม่ไหว อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
"ตั้งสติค่ะศรัณย์!" อาจารย์อรชรเอ่ยเตือนอีกครั้งเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มเริ่มสั่นเทา "วิชาไสยเวทแขนงนี้ใช้หลักการเดียวกับการสะท้อนแสงในกระจกเงา ต้นกำเนิดของมันอยู่ที่ตัวคัมภีร์โบราณบนโต๊ะทำงาน ถ้าเราไม่ถอดรหัสเพื่อปิดผนึกวงจรพลังงานนี้ เสียเวลาไปมากกว่านี้... ตัวตนของคุณจะถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น"
ศรัณย์สูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที ปล่อยให้ความกลัวไหลผ่านออกไปตามปลายนิ้ว แล้วดึงสัญชาตญาณความรอบคอบและการวิเคราะห์เชิงระบบกลับคืนมา เขากวาดสายตามองไปยังโต๊ะไม้ตัวกลางห้อง ที่ซึ่งคัมภีร์หนังมนุษย์เล่มหนากำลังแผ่ไอสีดำทมิฬออกมา ปกของมันสลักด้วยอักขระโบราณที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบคล้ายสมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน
"ระบบโครงสร้างของอักขระพวกนั้น..." ศรัณย์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดมองสัญลักษณ์แต่ละตัวอย่างรวดเร็ว "มันไม่ใช่แค่คาถาสุ่มๆ แต่มมันคือ 'อัลกอริทึม' ทางไสยเวทที่มีเงื่อนไขจำกัด ถ้าเราถอดรหัสค่าคงที่ (Constant) ผิดพลาดแม้แต่ตัวเดียว เขตอาคมนี้ก็จะพังทลายทันที"
"ถูกต้องค่ะ" อาจารย์อรชรพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ แม้ในสถานการณ์คับขัน แววตาของเธอยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวลูกศิษย์คนนี้เสมอ "ดิฉันจะคอยต้านทานแรงกดดันจากเงาฝาแฝดนี้ให้ คุณมีเวลาสามนาทีในการเปิดคัมภีร์และหา 'รหัสลับ' ที่ใช้ตัดวงจรพลังงาน จงใช้ความเป็นนักฟิสิกส์และตรรกะที่คุณมีแก้สมการนี้ซะ!"
พูดจบ อาจารย์อรชรก็สะบัดแขนเสื้อ ขรัณฑ์ยันต์สีชาดหลายแผ่นพุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืน ปักลงตามมุมห้องเพื่อตรึงอาคมป้องกันไม่ให้เงาประหลาดก้าวล้ำเข้ามาได้มากกว่านี้ แรงปะทะระหว่างพลังงานทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปาล์มไปทั่วบรรยากาศ กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่ว
ศรัณย์ไม่รอช้ารีบพุ่งตัวเข้าไปที่โต๊ะทำงาน มือสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงมั่นคงพอที่จะเปิดหน้ากระดาษหนังโบราณแผ่นนั้น กลิ่นอายความตายพวยพุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่หน้ากระดาษถูกเปิดออก ตัวหนังสือโบราณขยับเขยื้อnเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิต พวกมันเรียงตัวสลับตำแหน่งกันไปมาอย่างน่าเวียนหัว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกอ่านโดยมนุษย์ธรรมดา
"ลูกเล่นเยอะนักนะ..." ศรัณย์กัดฟันกรอด สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อประมวลผลรูปแบบการเคลื่อนที่ของตัวอักษร "ถ้ามองมันในมุมมองของฟิสิกส์คลื่น... การสั่นพ้องของตัวอักษรเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มีคาบเวลา (Period) ที่แน่นอน..."
สายตาของเขาคมกริบ กวาดมองสัญลักษณ์ทางเรขาคณิตที่แทรกอยู่ระหว่างบรรทัด มันคือแผนผังพลังงานที่จำลองโครงสร้างของจิตมนุษย์ เงาปลอมแปลงที่ยืนอยู่นอกเขตอาคมส่งเสียงคำรามต่ำอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นว่าเหยื่อของมันกำลังจะหาทางแก้ทางได้ เงาร่างนั้นเริ่มทุบทำลายกำแพงอาคมของอาจารย์อรชรอย่างรุนแรง รอยร้าวสีดำปรากฏขึ้นบนม่านพลังงานสีทองทีละน้อย
"อาจารย์ครับ ทางนี้ใกล้เสร็จแล้ว!" ศรัณย์ตะโกนบอก พร้อมกับใช้นิ้วชี้แตะลงบนอักขระสามตัวสุดท้ายตามลำดับความหนาแน่นของพลังงานที่เขาคำนวณไว้ในหัว "สมการนี้... คือการสะท้อนกลับของจิตสำนึก!"
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากหน้ากระดาษคัมภีร์ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตัดกับความมืดมิดของห้องสมุด อักขระทั้งหมดหยุดนิ่งทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เงาจำลองของศรัณย์ที่กำลังง้างมือโจมตีเขตอาคมครั้งสุดท้าย ชะביบการเคลื่อนไหวไปในพริบตา ร่างของมันสลายกลายเป็นละอองควันสีดำแล้วถูกดูดกลับเข้าไปในหน้ากระดาษของคัมภีร์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ปกหนังสีดำสนิทจะปิดฉากลงด้วยตัวของมันเอง
ห้องสมุดกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งสอง
อาจารย์อรชรทรุดตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยหวานซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัดจากการใช้พลังงานต้านทานไสยเวทระดับสูง ศรัณย์รีบพุ่งเข้าไปประคองแขนของเธอไว้ทันทีด้วยความเป็นห่วง
"อาจารย์ครับ เป็นยังไงบ้างครับ?" น้ำเสียงของชายหนุ่มเจือความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
อาจารย์อรชรฝืนยิ้มบางๆ ส่ายหัวเบาๆ เพื่อบอกว่าเธอไม่เป็นไร ก่อนจะก้มลงมองคัมภีร์ปริศนาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ "เราชนะรอบนี้แล้วค่ะศรัณย์... แต่ดูเหมือนว่า การถอดรหัสเมื่อครู่ จะไปกระตุ้นกลไกอีกชั้นหนึ่งของคัมภีร์เล่มนี้เข้าเสียแล้ว"
ศรัณย์ขมวดคิ้วแน่น ก้มลงมองตาม สายตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น
ผิวหน้าของปกคัมภีร์หนังมนุษย์ไม่ได้ปิดสนิทอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับปริแยกออกเป็นรอยแผลยาว เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานอีกคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นปกหนังสือ ดวงตานั้นไม่ได้มองมาที่พวกเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวเหมือนเงาก่อนหน้านี้ แต่มันจ้องมองด้วยความเยียบเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาด... พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นจากรอยแยกนั้นโดยไม่มีใครคาดคิด
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เจ้าของตัวจริง”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับศรัณย์และอาจารย์อรชรนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — นภากระซิบผี
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 11
รหัสลับในคัมภีร์
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!