กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องใต้ดินของหอสมุดกลาง ท่ามกลางแสงไฟจากตะเกียงคาโทดที่กะพริบถี่ทุกครั้งเมื่อกระแสไฟฟ้าในอาคารเกิดความไม่เสถียร
ศรัณย์ขยับแว่นกรอบโลหะบนสันจมูก นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษสมุดบันทึกหนังแท้ที่เพิ่งกู้คืนมาจากซากโบราณสถานเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างระมัดระวัง ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นกวาดมองตัวอักษรโบราณที่เขียนด้วยหมึกชาด ซึ่งบัดนี้เริ่มเลือนรางตามกาลเวลา แต่โครงสร้างของมันยังคงระเบียบวิธีคิดแบบตรรกะที่คุ้นเคย—ตรรกะที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"คุณกำลังใช้สมมติฐานเดิมอีกแล้วนะคะ, ศรัณย์"
เสียงนุ่มนวลแต่ทุกลึกก้องกังวานดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ อาจารย์อรชร้าวเท้าแขนกับโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นสะท้อนแสงไฟสีส้มวับวาม เธอยื่นแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทมาตรงหน้า "ถ้ามองในมุมของฟิสิกส์ควอนตัม การพับมิติเพื่อส่งผ่านพลังงานด้านลบ จำเป็นต้องมี 'จุดศูนย์ถ่วง' ที่เสถียร แต่คดีนี้... จุดศูนย์ถ่วงกลับเคลื่อนที่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่ามีตัวกระตุ้น ไม่ใช่แค่เครื่องมืออาคมธรรมดาค่ะ"
ศรัณย์เงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์สาว เขาลดมือลง วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด
"ผมคำนวณความหนาแน่นของคลื่นพลังงานวิญญาณในจุดเกิดเหตุทั้งสามแห่งแล้วครับ... เอ๊ย, ค่ะ" ศรัณย์รีบแก้คำพูดเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย อาจารย์อรชรเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างเอ็นดู
"ฉันหมายถึงว่า" ศรัณย์กระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นทางการขึ้น "ค่าความถี่ของรอยแยกมิติที่ทับซ้อนกัน มันตรงกับรูปแบบคลื่นความถี่ที่ถูกบันทึกไว้ในเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อน... เหตุการณ์ที่ควรจะถูกปิดตายไปแล้วโดยสำนักงานตรวจสอบวิญญาณ"
อาจารย์อรชรหรี่ตาลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวของเธอดูลึกล้ำขึ้นทันตาเห็น "คุณกำลังจะบอกว่า... ศัตรูเก่าคนนั้น ยังไม่ตายงั้นหรือคะ?"
"ไม่ใช่แค่ยังไม่ตายค่ะ" ศรัณย์ดึงภาพถ่ายหลักฐานชิ้นสุดท้ายออกมาจากแฟ้ม มันคือภาพรอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณบนเสาหินปูนที่ถูกกัดกร่อนด้วยกรด "แต่เขากำลังใช้ 'เรา' เป็นสะพานเชื่อมเพื่อดึงพลังงานทั้งหมดกลับมาต่างหาก"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของศรัณย์ แสงไฟจากตะเกียงคาโทดก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง ความมืดมิดกลืนกินห้องใต้ดินในเสี้ยววินาที มีเพียงเสียงหึ่งต่ำๆ ของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจนเส้นผมบนต้นคอของศรัณย์ลุกชัน
รอยแยกสีม่วงเข้มฉีกกระชากออกกลางอากาศ เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร กลิ่นอายความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านพร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นมิติออกมาอย่างเชื่องช้า ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งซีกถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาคู่ที่มองตรงมาatศรัณย์เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่เขาไม่มีวันลืม
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ... เด็กน้อยผู้รอบคอบ"
เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับโลหะดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ที่มา พร้อมเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังระรัวในโสตประสาทของศรัณย์
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคาม SSS: "ผู้บงการเงาโลหิต" ปรากฏตัว]
[เงื่อนไขภารกิจพิเศษ: เอาชีวิตรอดจากศัตรูเก่า และเปิดโปงเบื้องหลังไสยเวทมืดภายใน 3 นาที]
[สถานะระบบ: ไม่เสถียร... กำลังถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อภายนอก]
ศรัณย์สูดหายใจเข้าลึก มือขวาเอื้อมไปหยิบคทาโลหะผสมไทเทเนียมสลักอักขระที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่อาจารย์อรชรขยับกายยืนเคียงข้าง แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับศรัณย์ในบทนี้นะคะ
บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ•ตอนที่ 21
เบาะแสจากศัตรูเก่า
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณตกค้างกับนายนักศึกษาผู้รอบคอบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!