ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม•ตอนที่ 1

เมื่ออดีตหวนกลับมาทักทาย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกวางลงบนกระจกโต๊ะประชุมอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทบดังทึบ ทว่าความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบของบริษัทวิศวกรรมระดับประเทศ กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงนั้นเสียอีก พิมพ์รตาไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารฉบับนั้น ปลายเล็บที่เคลือบด้วยยาทาเล็บสีแดงก่ำดุจหยดเลือดเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าเฉียบคม เธอนั่งไขว่ห้างในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ส่งเสริมภาพลักษณ์ของสถาปนิกสาวผู้ทรงอิทธิพลและไร้ซึ่งความปราณี ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉี่ยวช้อนขึ้นมองผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ชายผู้เคยรู้จักทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเธอ, ชายผู้เคยสัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะปกป้องเธอจากโลกทั้งใบ, และชายผู้เป็นต้นเหตุให้รอยร้าวในอกของเธอไม่มีวันประสาน คินน์ยังคงนิ่งขรึม ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลไร้ซึ่งความระลอกคลื่นแห่งความรู้สึก ทว่าสันจมูกโด่งรั้นและกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังพยายามควบคุมสติภายใต้สถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในรอบหลายปี "ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอย่างเป็นทางการค่ะ, คุณวิศวกร" น้ำเสียงหวานฉ่ำทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีเบอร์กันดี พิมพ์รตาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา รอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกผิดที่คินน์พยายามฝังกลบมันไว้ตลอดห้าปีที่ผ่านมา "ผมไม่คิดว่าบริษัทออกแบบอันดับหนึ่งจะส่งคุณ... สถาปนิกพิมพ์รตา มารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาโครงการนี้" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาพยายามรักษามาดมั่นคง แต่มือหนาที่วางอยู่ใต้โต๊ะกลับกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "โลกมันกลมดีนะคะ คุณคินน์" พิมพ์รตาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันโชยเข้าแตะจมูกของเขา—กลิ่นเดิมที่เคยทำให้เขารุ่มร้อนในอดีต แต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นกลิ่นอายของความตายทางความรู้สึก "คุณคงคิดว่าฉันตายไปจากวงการนี้แล้ว หรือไม่ก็คงจมอยู่กับกองซากปรักหักพังที่คุณเป็นคนทิ้งไว้เบื้องหลังสินะคะ" คำพูดนั้นราวกับมีดโกนอาบน้ำผéfที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า คินน์ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้า—อดีตภรรยาที่เขาเคยผลไสไล่ส่งด้วยความโง่เขลาและอีโก้บ้าคลั่งในอดีต บัดนี้เธอกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับอำนาจ สถานะ และความแค้นที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่เขาและบริษัทสร้างขึ้นมาให้พังทลายคามือ "โปรเจกต์นี้มีมูลค่ามหาศาล และโครงสร้างหลักมีความซับซ้อนมาก ผมเกรงว่าคุณ... อาจจะใช้อารมณ์เหนือเหตุผลในการทำงาน" คินน์พยายามดึงเรื่องงานขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง พร้อมทั้งสบตากับเธอตรงๆ เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้หวั่นไหว "อารมณ์เหรอคะ?" พิมพ์รตาส่งยิ้มเหยียด เธอยืดตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีด "คุณต่างหากล่ะคะที่เอาแต่ใช้ตรรกะเย็นชาและคำโกหกคำโตมาขับเคลื่อนชีวิต จนลืมไปว่าตึกที่ปราศจากฐานรากที่แข็งแรง ย่อมพังทลายลงมาได้ง่ายดายแค่ไหน... เหมือนกับชีวิตแต่งงานของเราเมื่อห้าปีก่อนยังไงล่ะคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทีมงานวิศวกรและสถาปนิกคนอื่นๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะต่างพากันก้มหน้ามองเอกสารตรงหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะต่างรับรู้ได้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่สパークใส่กันระหว่างหัวหน้าทีมทั้งสอง คินน์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังตีรวน เขาไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าเธอได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขารู้ดีแก่ใจว่า ตัวเองเป็นฝ่ายผิดพลาดและติดค้างหนี้ชีวิตที่ไม่มีวันชดใช้หมดต่อผู้หญิงคนนี้ "ถ้าคุณคิดว่าผมจะยอมให้คุณเข้ามาแทรกแซงโครงสร้างหลักเพื่อแก้แค้นส่วนตัว คุณคงประเมินผมต่ำไป, คุณพิมพ์รตา" คินน์เอดเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความชิงชัง "งั้นเราก็มาพิสูจน์กันค่ะ... ว่าระหว่างโครงสร้างเหล็กกล้าที่คุณภาคภูมิใจนักหนากับความตั้งใจของฉัน อะไรมันจะพังก่อนกัน" พิมพ์รตาเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทให้เข้าที่ หยิบแฟ้มเอกสารของตัวเองขึ้นมาถือไว้ ก่อนจะก้มลงกระซิบเบื้องหน้าเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจแกร่งของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบ "เตรียมตัวรับมือกับนรกบนดินได้เลยค่ะ... สามีเก่า" สิ้นคำพูดนั้น เธอก็หันหลังเดินสะบัดออกไปจากห้องประชุมอย่างสง่างาม ทิ้งให้คินน์นั่งนิ่งค้างอยู่บนเก้าอี้ ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง แต่ทว่า... ในจังหวะที่พิมพ์รตาก้าวเดินพ้นประตูห้องประชุมเพื่อเดินไปยังลิฟต์โดยสาร โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือของเธอก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดที่บ้านพักส่วนตัว ภาพบนหน้าจอปรากฏร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน โดยมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ และใบหน้าน้อยๆ ที่หันมายิ้มแป้นให้กล้องนั้น ช่างถอดแบบมาจากโครงหน้าคมคายของคินน์อย่างไร้ที่ติ... จนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังต้องใจหายวาบเมื่อตระหนักว่า สายใยแห่งอดีตที่เธอพยายามตัดขาด มันกำลังจะกลับมาผูกมัดพวกเขาทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันดิ้นหลุด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความแค้นและปมรักอันแสนร้าวรานนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยร้าวของยัยสถาปนิกกับนายวิศวกรขั้วตรงข้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%