"เจ้าจงจำไว้... ในยุทธภพที่เน่าเฟะแห่งนี้ ความเมตตาคือคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดคอผู้มีใจธรรมะ"
เสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากห้วงมิตินั้นยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำที่แตกสลาย เย่เฉินกระตุกกายเฮือกใหญ่ ความเจ็บปวดแล่นพล่านดั่งถูกหมื่นเข็มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นชีพจร กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นของโคลนตมและเศษหญ้าแห้งที่เขานอนทับอยู่
เขาลืมตาขึ้น... ม่านตาที่เคยดุดันดั่งพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อในอดีตชาติ บัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับดวงดาราที่ร่วงหล่นสู่หุบเหว
"ที่นี่คือ... สำนักกระบี่เมฆาอัคนี?"
เย่เฉินพยายามรวบรวมสมาธิ กวาดสายตามองผ่านความมืดมิดในเรือนพักไม้ผุพังเบื้องหน้า ความทรงจำอันแปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาดุจน้ำป่าไหลหลาก ร่างที่เขากำลังสิงสู่อยู่ในขณะนี้คือ 'เย่เฉิน' ศิษย์สายนอกผู้โชคร้ายที่เพิ่งถูกกลุ่มศิษย์อิทธิพลมืดซ้อมจนปางตายเพียงเพราะปฏิเสธที่จะส่งมอบ 'หินปราณก้อนสุดท้าย' ให้แก่พวกมัน
เขากัดฟันแน่น พยายามสัมผัสถึงจุดตันเถียนภายในกาย ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่เวิ้งว้าง เส้นชีพจรหลักถูกทำลายจนยับเยิน ลมปราณที่ควรจะหมุนเวียนดั่งสายน้ำ กลับกลายเป็นเพียงเศษซากพลังที่แตกสลายไร้ทิศทาง นี่คือสภาวะ 'พิการโดยสมบูรณ์' ที่ยากจะหาหนทางเยียวยาในยุทธภพแห่งนี้
*ช่างน่าสมเพชนัก...* เย่เฉินเค้นยิ้มทั้งน้ำตาแห่งความแค้น จิตวิญญาณมหาเทพผู้เคยสั่นสะเทือนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า บัดนี้กลับต้องมาติดอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มผู้ต่ำต้อยที่แทบไม่มีที่ยืนในโลกใบนี้
"เจ็บแค้นงั้นหรือ?"
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากเงามืด ประตูไม้ถูกผลักออกช้าๆ แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าสตรีผู้หนึ่ง นางสวมอาภรณ์สีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยชุดเกราะอ่อนสีเงิน ใบหน้านั้นเย็นชาดั่งยอดเขาหิมะที่ไม่มีวันละลาย ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นกวาดมองร่างที่นอนจมกองเลือดบนพื้นด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
หลี่มู่เหยา... ธิดาแห่งเจ้าสำนักเซียนเร้นลับ นางเป็นเพียงคนเดียวที่มักจะปรากฏตัวในมุมมืดของสำนักสายนอกเสมอ
"เจ้าตายไปเสียยังดีกว่า" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสงสาร แต่ในขณะเดียวกัน นางกลับวางขวดหยกใบเล็กไว้ข้างกายเขา "หากเจ้ายังมีจิตวิญญาณของลูกผู้ชายเหลืออยู่บ้าง ก็จงใช้ยาเม็ดนี้กลืนกินมันเสีย... แล้วจงเลือกว่าเจ้าจะยอมเน่าเปื่อยไปพร้อมกับดินโคลนพวกนี้ หรือจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อปีนป่ายขึ้นไปเหยียบย่ำบนหัวของผู้ที่ทำลายเจ้า"
เย่เฉินพยุงกายขึ้นด้วยความยากลำบาก เลือดสดๆ ไหลอาบใบหน้าจนบดบังทัศนวิสัย แต่ดวงตาของเขากลับส่องประกายวาวโรจน์ดุจคมกระบี่ที่เพิ่งถูกลับจนคมกริบ เขาจ้องมองนาง... ไม่ใช่ในฐานะศิษย์สายนอกผู้อ่อนแอ แต่ในฐานะผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าหมื่นปี
"เหตุใดแม่นางถึงต้องเมตตาข้า?" เสียงแหบพร่าเค้นออกมาจากลำคอ
หลี่มู่เหยาชะงักฝีเท้า นางหันกลับมามองเขา สายตาสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม "ข้าไม่ได้เมตตาเจ้า... ข้าเพียงแค่เกลียดพวกสวะที่ชอบรังแกผู้อ่อนแอก็เท่านั้น"
นางจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของดอกเหมยจางๆ ในอากาศ เย่เฉินคว้าขวดหยกนั้นมาเปิดออก กลิ่นไอของยาล้ำค่าพุ่งเข้าสู่จมูกทันที เขาไม่ลังเลที่จะกลืนมันลงไป แม้จะรู้ดีว่าร่างกายนี้อาจรับไม่ไหวจนร่างกายแตกสลาย แต่การยอมตายในฐานะมหาเทพ ดีกว่าการมีชีวิตอยู่เยี่ยงสุนัขที่ถูกเหยียบย่ำ
พริบตาที่ยาเข้าสู่ท้อง แรงระเบิดมหาศาลปะทุขึ้นภายในร่างเย่เฉิน! เส้นชีพจรที่ขาดสะบั้นเริ่มสั่นสะเทือน ความร้อนดั่งเปลวเพลิงแผดเผาไขกระดูก เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังไปทั่วห้องพัก เย่เฉินคำรามก้องอยู่ในใจ เขาไม่ได้เพียงแค่รักษาอาการบาดเจ็บ แต่เขากำลังใช้ความรู้จากอดีตชาติ 'โคจรลมปราณย้อนกระแส' เพื่อทะลวงขีดจำกัดของร่างมนุษย์ปุถุชน
ทว่าในจังหวะที่ลมปราณกำลังจะรวมตัวเป็นจุดเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนพัก
"ไอ้เศษสวะเย่เฉิน! ออกมาให้พวกข้ากระทืบซ้ำเดี๋ยวนี้! ข้าได้ยินมาว่าเจ้ายังไม่ตายงั้นรึ?"
ประตูไม้ถูกถีบจนกระเด็นออกไป เผยให้เห็นศิษย์สายนอกสามคนในชุดเครื่องแบบสำนักกิริยาถ่อยสถม คนนำหน้าถือกระบี่เหล็กในมือ ใบหน้าฉายแววเหี้ยมเกรียมเกินกว่าที่จะเป็นศิษย์ธรรมดา
เย่เฉินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนบนขาที่สั่นเทา พลังปราณที่เพิ่งตื่นขึ้นยังคงปั่นป่วนทว่าเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่น่าสะพรึงกลัว เขายืดหลังตรง มองไปที่ศิษย์ทั้งสามด้วยแววตาที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก
"พวกเจ้า... ก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว" เย่เฉินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจกดขี่จนศิษย์ทั้งสามถึงกับชะงักงัน "ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รู้ว่า การตายโดยที่ยังไม่ได้ล่ำลาโลกใบนี้ มันมีรสชาติเช่นไร"
เงากระบี่วูบไหวในความมืด เย่เฉินขยับนิ้วมือคล้ายกำลังตวัดกระบี่ในอากาศ ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลจากจิตวิญญาณของเขาก็พุ่งเข้าปะทะกับคนทั้งสามจนเข่าทรุดลงกับพื้น แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูเรือนพักกลับไม่ใช่ศิษย์เหล่านี้อีกต่อไป
เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาของ 'ศิษย์พี่ใหญ่' ผู้คุมกฎแห่งสำนักสายนอกก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่เล่มยาวที่เปล่งประกายสีคราม เขาจ้องมองเย่เฉินด้วยสายตาราวกับจะมองทะลุจิตวิญญาณ
"เย่เฉิน... เจ้าไปเอาวิชาปีศาจมาจากไหน?" ศิษย์พี่ใหญ่กล่าวพร้อมชักกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบฝักกระบี่ดังกังวานไปทั่วทิศ "การบำเพ็ญเพียรของเจ้ามันผิดวิถี... วันนี้ข้าจะขอเป็นคนจบตำนานอันโสมมของเจ้าเสียเอง!"
ค่ำคืนนี้... ชะตาชีวิตของเย่เฉินแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพเขาได้ทุกเมื่อ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพแห่งนี้ครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
ดาราสวรรค์ดับแสง กับวิถีกระบี่ที่ไร้สิ้นสุด•ตอนที่ 1
จิตวิญญาณที่หวนคืน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดาราสวรรค์ดับแสง กับวิถีกระบี่ที่ไร้สิ้นสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
