ทะลุมิติมาเป็นเมียตัวร้ายยุค 80: กุนซือสาววางแผนครองใจท่านอ๋องนอกเวลา•ตอนที่ 1

วิญญาณกุนซือในร่างหญิงเข็ญใจ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงกระแทกของไม้กวาดฟางเก่าครูดกับพื้นดินอัดแน่นดัง ‘แกรก... แกรก’ เป็นจังหวะที่สร้างความรำคาญใจให้แก่โสตประสาทอย่างยิ่ง ทว่าสิ่งที่บาดลึกลงในความรู้สึกยิ่งกว่าเสียงนั้น คือถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามที่สาดซัดเข้ามาไม่ขาดสายราวกับหิมะในฤดูหนาวแคว้นเป่ย “ตระกูลหลินหมดสิ้นอนาคตแล้ว! ลูกชายก็พิการ เมียก็ขี้โรค ส่วนลูกสาวอย่างเจ้า... หึ คิดหรือว่าจะเอาตัวรอดจากยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้ พรุ่งนี้ก่อนตะวันตรงหัว หากพวกเจ้ายังไม่ไสหัวออกไปจากบ้านดินหลังนี้ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเรื่องกฎหมู่ของหมู่บ้าน!” เสียงของ ‘จ้าวเฉียง’ ผู้ใหญ่บ้านร่างท้วมผู้มีใบมันเยิ้มจากมันหมูในยุคเจ็ดสิบปลายๆ ดังสะท้อนก้องอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ที่ผุพัง เขาถือกระดาษประกาศขับไล่สีเทาหม่นไว้ในมือ สายตากวาดมองสภาพความยากจนข้นแค้นตรงหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะพ่นน้ำลายลงพื้นแล้วสะบัดก้นเดินจากไป ภายในห้องโถงคับแคบ กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและยาจีนราคาถูกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นหนาเตอะ บนเตียงไม้แข็งกระด้าง ร่างบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าซอมซ่อสีครามเข้มที่ปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมค่อยๆ ขยับปลายนิ้ว หลินเฟยหลานลืมตาขึ้น ดวงตาคู่นั้น... หาใช่แววตาหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกของหญิงสาวชาวนาผู้ไร้ทางสู้ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมไม่ หากแต่เป็นนัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดที่ผ่านการอาบเลือดและกลศึกมานับร้อยสนาม ในห้วงความคิดของนางเวลานี้ ภาพความทรงจำของ ‘ยอดกุนซือหญิง’ แห่งแคว้นต้าโจวผู้พลิกแผ่นดินด้วยปลายพู่กันและกลยุทธ์ กำลังหลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเด็กสาวชาวจีนยุค 1978 ที่เพิ่งตรอมใจตายเพราะพิษไข้และการถูกกดขี่ “ช่างเป็นหมากกระดานที่อัปลักษณ์เสียจริง...” เสียงแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผากของนาง แต่น้ำเสียงและถ้อยคำนั้นกลับเปี่ยมด้วยอำนาจและเยือกเย็นจนคนฟังต้องสะท้าน หลินเฟยหลานค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง สัมผัสหยาบกระด้างของเนื้อผ้าฝ้ายหยาบทำให้ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางกวาดสายตาสำรวจรอบกายอย่างรวดเร็วและแม่นยำตามสัญชาตญาณของนักวางแผน หน้าต่างไม้ผุกرอน แสงแดดยามสายที่สาดส่องลอดรอยรั่วกระทบฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้าง สภาพความเป็นอยู่เช่นนี้ ต่ำต้อยยิ่งกว่าโรงม้าในจวนอ๋องเสียอีก ทว่า สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนางหาใช่ความยากจนข้นแค้นไม่ หากแต่เป็นเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง ชายหนุ่มผู้สวมเสื้อเชルต์สีเทาเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าด้านข้างคมคายราวกับสลักจากหินผา ทว่าแฝงไว้ด้วยความดุดันและเยือกเย็นจนน่ากลัว เขากำลังมองตามหลังผู้ใหญ่บ้านจ้าวด้วยสายตาที่ลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง แม้ในยามตกอับและร่างกายมีร่องรอยบาดแผลจากการใช้แรงงานหนัก แต่รัศมีกดดันรอบกายของเขากลับไม่อาจปิด The Aura of a Commander หรือกลิ่นอายของผู้บัญชาการกองทัพที่เคยสยบคนนับแสนได้เลยแม้แต่น้อย ‘ฉินมู่หยาง...’ ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความทรงจำของนาง ท่านอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพเขตเหนือผู้ดุดันและเยือกเย็น ที่โชคชะตาเล่นตลกให้ต้องมาตกระกำลำบากในร่างของชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘องค์ประกอบส่วนเกิน’ ของครอบครัวในยุคนี้ เคมีระหว่างนางและเขาในยามนี้ เปรียบประดุจพยัคฆ์ซ่อนเล็บที่ต้องมาอยู่ในกรงขังเดียวกัน ชายหนุ่มหันกลับมาสบตากับนางพอดี แววตาคู่นั้นทั้งคมปลาบ เยียบเย็น และระแวดระวัง ราวกับหมาป่าโดดเดี่ยวที่ไม่เชื่อใจใครหน้าไหนบนโลกใบนี้อีกต่อไป “เจ้าฟื้นแล้วก็ดี” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิทไร้ความห่วงใย แต่มั่นคงดั่งหินผา “พรุ่งนี้พวกมันจะมาขนของออกไป ถ้าไม่อยากตายข้างถนน ก็เตรียมตัวเก็บข้าวของเสีย ข้าจะพาเจ้ากับพี่ชายเจ้าหลบหนีไปชายแดนเหนือ” หลินเฟยหลานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันขึ้นบางเบา นางก้าวลงจากเตียง แม้ฝ่าเท้าจะสัมผัสพื้นเย็นเฉียบแต่วิถีการเดินของนางสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์กำลังย่างก้าวเข้าสู่ท้องพระโรง ไม่ใช่หญิงสาวชาวนาใกล้ตาย “หนี? ท่านอ๋อง... ทรงคิดว่าการหนีคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในยามที่ศัตรูถือไพ่เหนือกว่ากระนั้นหรือเพคะ?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าคำพูดกลับคมกริบทิ่มแทงใจดำ ฉินมู่หยางหรี่ตาลงอันตราย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตาเดียว กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง เขาก้มลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่ถูกท้าทาย “เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า? ในยุคนี้ กำลังวังชาและเงินตราคืออำนาจ พวกเราไม่มีทั้งสองอย่าง การไม่หนีเท่ากับรอความตาย” หลินเฟยหลานไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย นางเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ แววตาสุกสกาวเปี่ยมด้วยปัญญาและความมั่นใจที่เหนือล้ำกว่าสถานการณ์ตรงหน้าหลายร้อยเท่า “อำนาจไม่ได้มีแค่ปลายดาบเพคะ... และความยากจนในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ ก็คือโอกาสทองในการล้างกระดานทิ้งเสียใหม่” นางเอื้อมมือเรียวบางที่แม้จะผอมแห้งแต่กลับมั่นคง ไปแตะที่ปลายปกเสื้อเชิ้ตเก่าๆ ของเขาเบาๆ “พวกมันอยากขับไล่เรานักใช่ไหม? ได้... งั้นเรามาดูกันว่า พรุ่งนี้เมื่อพวกมันก้าวเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้อีกครั้ง ใครกันแน่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าขอร้องให้เราอยู่ต่อ” สิ้นคำพูดของนาง บรรยากาศภายในห้องก็เงียบงันลงทันที ฉินมู่หยางมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความดุดันในแววตาของเขาถูกแทนที่ด้วยความระคนแปลกใจและประกายความสนใจที่ลุกโชนขึ้นอย่างเงียบเชียบ ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังก่อตัวขึ้นถึงขีดสุดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนหยาบคายของผู้ใหญ่บ้านจ้าวที่ย้อนกลับมาเร็วกว่ากำหนด พร้อมด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ถือท่อนไม้และถ้วยยาปริศนาในมือขวา "เปิดประตู! พวกแกไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้หรอก... ดื่มเจ้านี่ซะ แล้วไสหัวไปให้พ้นเขตหมู่บ้านซะตอนนี้เลย!" ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นเมียตัวร้ายยุค 80: กุนซือสาววางแผนครองใจท่านอ๋องนอกเวลา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%