"ถ้าคุณรื้อคานปูนเดิมออกตามแบบร่างนี้ ตึกเก่าอายุเจ็ดสิบปีหลังนี้จะพับฐานกลายเป็นกองอิฐทับร่างคนงานภายในพริบตาเดียวครับ คุณลีลาวดี"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเยียบเย็นและเด็ดขาดดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ ตัดผ่านความเงียบงันชนิดที่ทำให้เศษฝุ่นละอองในอากาศราวกับหยุดลอย
ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ปลายเล็บเรียวที่จิกเข้าหากันแน่นจนขึ้นรอยแดงคือหลักฐานชิ้นเดียวที่ฟ้องว่าเธอกำลังพยายามสะกดกลั้นความโกรธขอดที่ตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ สถาปนิกสาวในชุดสูทผ้าลินินสีครีมตัดเย็บอย่างประณีตปรายตามองชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม แววตาคู่คมกริบสะท้อนความไม่พอใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
นี่คือการประชุมนัดแรกอย่างเป็นทางการสำหรับโปรเจกต์ 'รีโนเวทตึกโบราณย่านทรงวาด' โครงการใหญ่ที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงและอนาคตในวงการสถาปนิกของเธอ หลังจากที่เธอเคยล้มลุกคลุกคลานและถูกตราหน้าว่า 'ยึดติดกับความสวยงามจนละเลยความปลอดภัย' จากผลงานชิ้นโบแดงในอดีต ลีลาวดีจึงทุ่มเทหยาดเหงื่อและแรงกายทุกหยดเพื่อร่างแบบแปลนชิ้นนี้ขึ้นมาใหม่โดยหวังจะล้างตา
ทว่า อุปสรรคชิ้นใหญ่ของเธอกลับสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนสีขาวสะอาดตา ปราศจากรอยย่น นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางเย่อหยิ่งราวกับเจ้าชีวิต และดำรงตำแหน่งเป็นวิศวกรโครงสร้างประจำโปรเจกต์นามว่า 'คณิน'
"ดิฉันไม่ได้จะรื้อคานปูนออกทั้งหมดค่ะ คุณคณิน" ลีลาวดีเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นและเจือกระแสความท้าทาย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมไม้มะค่าตัวใหญ่ แล้ววางม้วนกระดาษพิมพ์เขียวลงตรงหน้าเขา "สิ่งที่เรากำลังทำคือการ 'เฉือน' ส่วนเกินออก เพื่อเปิดพื้นที่ให้แสงธรรมชาติส่องผ่านโครงสร้างเหล็กกล้าที่เราจะเสริมเข้าไปใหม่ต่างหาก มันคือการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลกับความร่วมสมัยที่ไร้รอยต่อ และที่สำคัญ... มันสวยงามอย่างไร้ที่ติ"
คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไว้เชิง เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม ดวงตาคมกราบกวาดมองแบบแปลนตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว ราวกับเครื่องสแกนเนอร์ที่กำลังประมวลผลลัพธ์นับพันรูปแบบในเสี้ยววินาที
"สถาปัตยกรรมที่ไร้รอยต่อ... แต่มีรอยร้าวขนาดมหึมาซ่อนอยู่ใต้พรม" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "คุณใช้หลักสุนทรียศาสตร์นำหน้าความจริงทางฟิสิกส์อีกแล้วสินะครับ ลีลาวดี คานตัวนี้รับน้ำหนักของผนังรับแรงแบก (Load-bearing wall) ทั้งด้านบน ถ้าคุณเฉือนมันออกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว แรงเค้น (Stress) จะพุ่งไปกระจายตัวตรงจุดอับทันที และผมรับรองได้เลยว่า ตึกนี้จะกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความงามที่พังทลายลงมาฝังกลบพวกเราก่อนที่งานเปิดตัวจะเริ่มต้นเสียอีก"
คำพูดแทงใจดำนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของลีลาวดีอย่างแม่นยำ คำว่า 'สุนทรียศาสตร์นำหน้าความจริง' และ 'ความผิดพลาดในอดีต' เป็นแผลเป็นที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด แต่วิศวกรหนุ่มคนนี้กลับหยิบมันขึ้นมาขยี้อย่างไร้ความปรานี
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก ธนัตถ์ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ทะเยอทะยานและเป็นผู้ร่วมผลักดันโปรเจกต์นี้ ซึ่งนั่งอยู่มุมห้องรีบกระแอมไอเบาๆ เพื่อทำลายความตึงเครียด ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประนีประนอมที่แฝงแววยุยง
"ใจเย็นๆ กันก่อนครับคุณคิน คุณลี... เราเพิ่งเริ่มต้นกันเองนะ งานระดับนี้ย่อมมีความเห็นไม่ตรงกันเป็นธรรมดา เอาเป็นว่าเราลองมาปรับแก้ทีละจุดดีไหมครับ"
"ไม่มีอะไรต้องปรับแก้ในส่วนของดีไซน์หลักค่ะ" ลีลาวดีหันไปตอบธนัตถ์ด้วยรอยยิ้มเจื่อนแต่ดื้อรั้น ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าคณินเขม็ง "ดิฉันยืนยันว่าแบบแปลนนี้ผ่านการคำนวณด้วยโปรแกรมจำลองมาตรฐานสากลแล้ว ไม่มีทางที่โครงสร้างจะวิกฤตอย่างที่คุณกล่าวหาอย่างไร้เหตุผลแน่นอน"
"โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่ได้กลิ่นอับของอิฐเก่า และมันไม่รู้ว่าเหล็กเส้นข้างในตึกนี้ขึ้นสนิมไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" คณินลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเขาทำให้ลีลาวดีต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แรงกดดันจากตัวตนของชายหนุ่มแผ่ซ่านจนเธอรู้สึกราวกับพื้นที่รอบตัวแคบลง "ถ้าคุณอยากพิสูจน์นักว่าแปลนสวยหรูของคุณมันใช้งานได้จริง..."
คณินก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าที่รั้นจนสุดขั้วของเธออย่างลึกซึ้ง
"...พรุ่งนี้เช้า เจอกันที่หน้าไซต์งานจริง ตึกร้างเบอร์ 40 ถนนทรงวาด ผมจะพาคุณไปดู 'ความจริง' ที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของคุณมองไม่เห็น แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่ว่า คุณยังจะกล้าใช้คำว่า 'เฉือน' กับตึกที่กำลังจะตายหลังนี้อยู่ไหม"
พูดจบ คณินก็คว้าแฟ้มเอกสารของตนเองขึ้นมาพาดบ่า หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ลีลาวดีกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ
ธนัตถ์เดินเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจแต่แฝงความสะใจลึกๆ ให้เธอ "ไหวไหมครับลี? ดูท่าทางคุณคินเขาจะเคี่ยวไม่ใช่เล่นเลยนะ สงสัยงานนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว"
ลีลาวดีสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อดึงสติ ความทิฐิและศักดิ์ศรีในฐานะสถาปนิกค้ำคอเธออยู่ เธอไม่มีวันยอมถอยให้ผู้ชายปากร้ายคนนั้นเด็ดขาด
"ไค่ะ... ฉันไหว" ลีลาวดีตอบเสียงลอดไรฟัน แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นระคนดื้อรั้น "พรุ่งนี้รู้กันค่ะว่าใครกันแน่ที่มองโลกตามความเป็นจริง"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนข้อความอิเล็กทรอนิกส์จากระบบบริหารจัดการโปรเจกต์กลางของบริษัทก็ดังขึ้น *'ติ๊ด!'*
ลีลาวดีก้มลงมองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะ เอกสารแจ้งเตือนสถานะความคืบหน้าของโครงการถูกอัปเดตใหม่โดยวิศวกรควบคุมงาน (คณิน) ทว่าสิ่งที่ปรากฏเด่นหร่าอยู่บรรทัดสุดท้ายกลับไม่ใช่กำหนดการประชุมทั่วไป แต่เป็นบันทึกข้อตกลงลับที่แนบมาพร้อมกับลิงก์วิดีโอวงจรปิดจากภายในตึกร้างเบอร์ 40 พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามายังหน้าจอของเธอ
*[ระบบตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤต: โครงสร้างชั้น 3 ของตึกโบราณ กำลังเกิดการทรุดตัวเร็วกว่ากำหนด 14.7% และมีบุคคลปริศนาลอบเข้าไปในเขตหวงห้ามเมื่อ 3นาทีที่แล้ว — โปรดตรวจสอบไฟล์แนบด่วน]*
หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ ภาพวิดีโอความละเอียดต่ำปรากฏเงาร่างของใครบางคนกำลังใช้ค้อนทุบทำลายเสาหลักต้นสำคัญที่เธอเพิ่งยืนยันว่าจะ 'เฉือน' ไปเมื่อครู่!
ฝากติดตามและให้กำลังใจนักเขียน "น้ำผึ้งหยดแรก" คนนี้ด้วยนะคะ
สถาปนิกซ่อมรัก นักวิศวกรซ่อมร้าว•ตอนที่ 1
รอยร้าวแรกพบ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกซ่อมรัก นักวิศวกรซ่อมร้าว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
