แปลนรักฉบับร้าย...นายสถาปนิกขี้กวน•ตอนที่ 1

โปรเจกต์มหาประลัยกับคุณชายสถาปนิก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวราคาแพงลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องประชุมใหญ่ของ ‘Atelier Kin’ สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมชื่อดังใจกลางเมือง แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิของเครื่องชงกาแฟ ก็คือบรรยากาศความตึงเครียดที่ลอยเคว้งอยู่ระหว่างคนสองคนในเวลานี้ “ถ้ากราฟิกดีไซเนอร์ระดับพระกาฬที่คุณสมบัติในเรซuméเขียนไว้ซะดิบดี มีปัญญาคิดงานได้แค่มเอาท์หน้าตาเชย ๆ แบบนี้... ผมว่าเราคงร่วมงานกันได้ไม่เกินสามวันหรอกครับ คุณรวินท์” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับแฟ้มผลงานออกแบบเล่มหนาที่ถูกผลักไสมาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเจ้าของบริษัท รวินท์สะบัดหน้าขวับ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำดูถูกนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันเหมือนเชื้อเพลิงชั้นดีที่เข้าไปจุดประกายไฟในตัวกราฟิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร “เชยเหรอคะ? อ้อ... ขอโทษทีนะคะที่สไตล์ของฉันมันไม่โมเดิร์นจัดจนไร้จิตวิญญาณแบบโปรเจกต์เก่า ๆ ของคุณ ที่สำคัญ... รบกวนถอดแว่นแล้วกวาดสายตาดูเรซuméให้รอบคอบอีกสักรอบนะคะคุณอคิน ฉันไม่ใช่เด็กฝึกงานเพิ่งจบใหม่ที่จะมานั่งรองรับอารมณ์ขันแป้ก ๆ ของสถาปนิกสมองตายหรอกค่ะ” รวินท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มีดคมกริบซ่อนอยู่ทุกพยางค์ อคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงคมปลาทูหลุบมองคนตรงหน้า นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เมื่อเจอเหยื่อที่ไม่ยอมให้ขย้ำฝ่ายเดียวแบบที่ผ่านมา นี่แหละคือรสชาติใหม่ที่เขาไม่ได้ลิ้มลองมานาน... คนปากเก่งที่กล้าต่อปากต่อคำกับ ‘อคิน’ สถาปนิกผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วเอเชีย “ปากดีจังนะ... หวังว่าฝีมือจะคมคายได้สักครึ่งของฝีปากเถอะ” อคินพ่นลมหายใจออกทางจมูก “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฝีมือฉันคมพอที่จะเชือดโปรเจกต์มหาประลัยนี่ให้รอดพ้นจากรสนิยมพัง ๆ ของคุณได้แน่นอน!” รวินท์ตอกกลับอย่างไม่ลดละ มือเรียวกระชากแฟ้มผลงานของตัวเองกลับมาแนบอกอย่างฮึดฮัด การปะทะคารมตั้งแต่เช้าวันแรกของการร่วมงาน ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่าน รวินท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่กำลังพุ่งพล่านไปทั่วร่าง เขาไม่อยากตกหลุมพรางของผู้ชายหน้าหล่อแต่ปากร้ายคนนี้ตั้งแต่วันแรก แต่ดูเหมือนว่าอคินจะจงใจยั่วโมโหเขาทุกวิถีทาง เพื่อทดสอบความอดทนหรือเพื่อความสะใจส่วนตัวกันแน่ก็ไม่รู้ได้ “เอาล่ะ ถ้าหมดเรื่องจะพ่นน้ำลายใส่กันแล้ว เชิญไปเคลียร์พื้นที่หน้าโต๊ะทำงานของคุณซะ โปรเจกต์ ‘The Glass Sanctuary’ มีเวลาเดดไลน์แค่สามสัปดาห์ ถ้างานไม่ออกมาสมบูรณ์แบบอย่างที่ผมต้องการ... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกไปได้เลย” อคินทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานฝั่งกระจกใสของตัวเองอย่างไร้เยื่อใย รวินท์กัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เขาอยากจะปาแฟ้มงานใส่หลังกว้าง ๆ นั่นนัก แต่ติดที่ว่านี่คือที่ทำงานใหม่ และเขามีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่ลดตัวลงไปตบตีกับสถาปนิกโรคจิต “ไอ้คุณชายน้ำแข็ง... คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้คุณกลืนคำพูดตัวเองแทบไม่ทันเลยคอยดู!” รวินท์พึมพำลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดก้นเดินปึงปังออกมายังโซนโต๊ะทำงานด้านนอกที่ถูกจัดเตรียมไว้ พื้นที่ทำงานของเขาอยู่ติดกับกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองฝั่งกรุงเทพฯ ยามสาย แสงแดดสะท้อนกระจกส่องกระทบให้เห็นบรรยากาศโดยรอบชัดเจน รวินท์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สำนักงานอย่างแรงจนล้อเลื่อนไถลไปข้างหลังเล็กน้อย เขาเปิดคอมพิวเตอร์พกพาส่วนตัวขึ้นมา พร้อมกับเปิดไฟล์ข้อมูลดิบของโปรเจกต์ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกับอคิน ทว่า... ยิ่งเปิดดูกลับยิ่งพบความซับซ้อนและข้อจำกัดมากมายที่อีกฝ่ายทิ้งระเบิดไว้ให้แก้ต่าง งานดีไซน์โครงสร้างอาคารมีความเนี้ยบและยากจนแทบจะไม่มีพื้นที่เหลือให้กราฟิกได้หายใจหายคอ แต่นั่นแหละคือความท้าทายที่รวินท์โปรดปราน ตลอดทั้งช่วงเช้า รวินท์จมดิ่งอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์และใช้ปากกาไอแพดสเก็ตช์ไอเดียกราฟิกที่ผสมผสานความดิบของคอนกรีตเข้ากับความอ่อนโยนของโทนสีธรรมชาติได้อย่างลงตัว ความสามารถระดับมืออาชีพทำให้เขาลืมรอบข้างไปเสียสนิท จนกระทั่งเงาสูงใหญ่ของใครบางคนทาบทับลงมาบนโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ที่คุ้นจมูกทำให้รวินท์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง อคินยืนกอดอกมองหน้าจอไอแพดของเขาอยู่เงียบ ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองลายเส้นกราฟิกบนหน้าจออย่างพิจารณา ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จนรวินท์เริ่มรู้สึกอึดอัดและต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน “มีปัญหาอะไรอีกคะคุณอคิน งานส่วนของฉันยังไม่ถึงกำหนดส่งซะหน่อย หรือว่าคุณกลัวว่าฉันจะทำออกมาดีเกินหน้าเกินตาจนคุณไม่มีที่ยืน?” อคินไม่ตอบทันที เขายังคงจ้องมองภาพบนหน้าจอนั้นด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากที่มักจะปรากฏเพื่อกวนประสาทหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าจริงจังที่คาดเดาความคิดไม่ได้ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของรวินท์มากขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย รวินท์เผลอผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังชนเข้ากับพนักพิงเก้าอี้เต็มแรง ขณะที่อคินโน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งย้ำขอบโต๊ะเอาไว้ ราวกับกรงขม่อมที่ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด “ผมไม่ได้กลัวว่าคุณจะทำได้ดี...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันเจือด้วยความแหบพร่าและจริงจังจนรวินท์รู้สึกร้อนวูบวาบที่ต้นคออย่างประหลาด “...แต่ผมกำลังคิดว่า ถ้าเราเอาลายเส้นบ้าบิ่นของคุณ มาผสานกับโครงสร้างบ้าคลั่งของผม... มันจะพังคามือเรา หรือจะทำให้คนทั้งวงการสั่นสะเทือนกันแน่” หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ จังหวะการหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายนั้นอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ออกมาจากตัวอคินมันทรงพลังเสียจนเขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปากที่เคยเก่งกาจและทันคนกลับหนักอึ้งขึ้นมาเฉียบพลัน สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาสองคู่สบประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางความเงียบงันของสำนักงานที่ราวกับเวลาถูกหยุดหมุน เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะความใกล้ชิดนั้นทันที พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูททำงานเป๊ะปังที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คุณอคินคะ! แย่แล้วค่ะ! ลูกค้าฝั่งโปรเจกต์ ‘The Glass Sanctuary’ โทรมาแจ้งยกเลิกสัญญาด่วนแบบกะทันหัน... พวกเขาบอกว่าต้องการเปลี่ยนไปใช้บริการสตูดิโอคู่แข่งแทนแล้วค่ะ!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของพุดดิ้งคาราเมลนะคะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้าย...นายสถาปนิกขี้กวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%