เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ทรงเตี้ยลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานสลัว คีย์ ธันวา ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา สายตาของเขาจับจ้องไปยังรอยคราบสีอำพันที่ไหลย้อนกลับลงก้นแก้วราวกับต้องการอ่านอนาคตจากที่นั่น ขณะที่ ดร.รินรดา กำลังกวาดสายตาผ่านหน้าจอแท็บเล็ตเครื่องบาง แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนแววตาที่นิ่งสงบจนน่ากลัวของเธอ
“พวกมันไม่ได้ฉลาดอย่างที่เราประเมินไว้ตั้งแต่แรกหรอกครับ ธันวา” รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มั่น
“หมายความว่ายังไง ริน” คีย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวังตามสัญชาตญาณของอดีตสายลับ “หลักฐานชุดนั้นในบัญชีม้าของบริษัทลูก มันถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนจนตำรวจกองปราบยังส่ายหน้า”
“แต่ความแนบเนียนนั้นแหละคือรอยนิ้วมือของมัน” รินรดาลากปลายนิ้วเรียวยาวบนหน้าจอ เลื่อนกราฟความเชื่อมโยงทางการเงินให้คีย์ดู “ลองวิเคราะห์โครงสร้างพฤติกรรมดูสิครับ คนที่พยายามปกปิดร่องรอยการยักยอกเงินระดับพันล้านด้วยการซอยย่อยธุรกรรมเป็นก้อนเล็กๆ ทุกๆ เที่ยงคืนตรง ไม่ได้ทำเพราะเขามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม... แต่เขาทำเพราะเขามี ‘ภาวะย้ำคิดย้ำทำ’ (Obsessive-Compulsive Tendency)”
คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เอนหลังพิงพนักโซฟาหนัง “โรคจิตเหรอ? ไอ้เสี่ยภากรเนี่ยนะ?”
“ไม่ใช่ภากรครับ” รินรดาปิดหน้าจอดังฉับ สายตาคมกราบมองตรงมายังคู่คิด “ภากรเป็นแค่ฉากหน้า หุ่นเชิดที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เซ็นชื่อตามคำสั่ง สิ่งที่เรากำลังไล่ล่าอยู่... คือคนที่อยู่เบื้องหลังความเนี๊ยบระดับโรคจิตต่างหาก คนที่ต้องการควบคุมทุกตารางนิ้วขององค์กรจนหลงลืมไปว่า ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุด มักเกิดจากความสมบูรณ์แบบที่มากเกินไป”
ห้องทำงานสลัวพลانเย็นเยียบลงถนัดตา บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา รินรดารู้ดีว่าการก้าวเข้ามาสู่เกมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความยุติธรรมแบบที่ตำราเรียนกฎหมายสอน แต่มันคือการชำระแค้นด้วยสติปัญญาที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีด
คีย์จ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดี รินรดาซ่อนความเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัวไว้ภายใต้เกราะกำบังของตรรกะอันเย็นชา และในวินาทีนี้ แววตาของเธอกำลังบอกว่าเธออ่านเกมของศัตรูทะลุปรุโปร่งจนแทบจะเห็นจังหวะหายใจของมันแล้ว
“ไต๋มันหลุดแล้วเหรอ?” คีย์ถามเสียงต่ำ
“หมดเปลือกเลยครับ” รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปยืนชิดกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนเงาของเธอและเมืองเบื้องล่าง “มันคิดว่าการใช้ระบบอัตโนมัติจะทำให้รอดพ้นจากการตรวจสอบ แต่มันลืมไปว่า... ทุกคำสั่งโค้ดที่มันเขียนขึ้นเพื่ออำพรางความผิด มีลายเซ็นทางความคิดของมันฝังอยู่เสมอ”
รินรดาหันกลับมา มุมปากหยักยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น “เรารู้แล้วว่ามันประชุมกันที่ไหน เรารู้ว่าทำไมมันถึงต้องเก็บเสี่ยภากรไว้เป็นแพะ และที่สำคัญที่สุด...”
เธอเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบสร้างน้ำหนักให้กับคำพูดประโยคถัดไป
“เรารู้ว่าใครคือคนอนุมัติคำสั่งเก็บครอบครัวคุณ เมื่อห้าปีที่แล้วครับ ธันวา”
ชื่อนั้นหลุดออกมาเบาหวิว แต่กลับมีอานุภาพรุนแรงราวกับกระสุนปืนที่เจาะทะลุกระโหลก คีย์ผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างกายเกร็งเครียด กล้ามเนื้อทุกมัดพร้อมปะทะ แววตาที่เคยดิบเถื่อนบัดนี้แดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว
“แกพูดว่าอะไรนะ... ใคร?” เสียงของคีย์แหบพร่า มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยชื่อนั้น เสียงเคาะประตูก็จงใจดังขึ้นสามครั้งจากภายนอก เป็นจังหวะจะโคน—เนิบนาบ แต่มั่นคง และเต็มไปด้วยการคุกคาม
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ทั้งห้องตกอยู่ในความนิ่งงันอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม แต่มันคือความเงียบที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย รินรดาหันขวับไปมองบานประตูไม้สักที่ปิดสนิท ขณะที่คีย์ชักมือไปแตะปืนสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้แจ็กเก็ตโดยสัญชาตญาณ
ลูกบิดประตูด้านนอกค่อยๆ หมุนช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของพวกเขา โดยไม่ได้รับอนุญาต และรอยยิ้มเยือกเย็นจากบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด ก็ปรากฏขึ้นตรงกรอบประตูท่ามกลางความมืดมิดของทางเดิน
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์สีเทานี้ไปกับเรานะครับ
ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา•ตอนที่ 20
กระจกสะท้อนเงา
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนบาป: จ้างเธอมาเพื่อทำลายเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!