วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9•ตอนที่ 21

ศัตรูที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แสงไฟสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบหน้าด้านซ้ายของเอเลียส วอล์คเกอร์ มันขับเน้นให้รอยแผลเป็นจางๆ บริเวณโหนกแก้มของเขาดูเด่นชัดขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องควบคุมย่อยชั้น B เสียงฮัมต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชั่นดังสะท้อนผ่านโครงสร้างโลหะเข้ามาถึงโสตประสาท ราวกับเสียงเต้นของหัวใจจักรกลที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มเคาะลงบนแผงควบคุมเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ สายตาคมกริบกวาดมองชุดข้อมูลโทรเมตริกที่ถูกถอดรหัสออกมาจากกล่องดำของสถานีอวกาศรหัส 9 ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคตามที่สมาพันธ์ดวงดาวพยายามกลบเกลื่อน แต่มันคือบันทึกการกระทำ—ร่องรอยดิจิทัลที่ถูกจงใจลบครึ่งๆ กลางๆ เพื่อปกปิดอาชญากรรมระดับจักรวาล "คุณใช้เวลาสามชั่วโมงกับไฟล์ขยะพวกนั้น เพื่อจะพบว่ามันเป็นแค่เศษซากข้อมูลที่ถูกเขียนทับงั้นหรือครับ, คุณวอล์คเกอร์?" เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ร้อยเอกคาเรน วาลอส ก้าวออกมาจากเงาสลัว มือข้างหนึ่งไขว้หลังตามระเบียบวินัยทหาร แต่อีกข้างซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุม ดวงตาคมกราบของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองเขาด้วยความสงสัยระคนประเมิน เธอไม่ได้สวมหมวกเครื่องแบบ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย ทว่ามีเหงื่อบางๆ เกาะอยู่ตามไรผม บ่งบอกว่าเธอเองก็เผชิญกับความกดดันไม่แพ้กันตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา เอเลียสไม่หันไปมอง เธอ เขายังคงจ้องมองเส้นกราฟที่บิดเบี้ยวบนหน้าจอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น "ขยะจะไม่มีค่าก็ต่อเมื่อคุณมองมันด้วยสายตาของคนเก็บขยะ, ร้อยเอกวาลอส... แต่ถ้าคุณมองมันด้วยหลักฟิสิกส์การไหลของพลังงาน ขยะชิ้นนี้กำลังบอกเราว่า ใครบางคนจงใจปิดวาล์วระบายความร้อนในเขตที่พักอาศัยระดับสามเมื่อหเดือนก่อน เพื่อฆ่าคนห้าร้อยชีวิตให้ตายอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องใชกระสุนสักนัดเดียว" บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที ความหนืดหน่วงของออกซิเจนราวกับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว คาเรนหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้นชัดเจนจนสัมผัสได้ เธอไม่ตกใจกับตัวเลขที่เขาเอ่ย—นั่นคือสิ่งที่เอเลียสสังเกตเห็นผ่านมุมสายตา *เธอกำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว... หรือไม่เธอก็รู้อยู่เต็มอก* "คุณกำลังกล่าวหาระบบโครงสร้างความมั่นคงของสมาพันธ์นะ, วอล์คเกอร์" คาเรนกดเสียงต่ำลง น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "การทุจริตระดับนั้นต้องใช้รหัสผ่านระดับผู้บัญชาการสูงสุด... ซึ่งมีเพียงคนเดียวในสถานีนี้ที่มีสิทธิ์เข้าถึง" "ถูกต้องครับ" เอเลียสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาสสีเทาเข้มของเขาจดจ้องลึกลงไปในดวงตานิ่งสนิทของหญิงสาว "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ผมถึงไม่ได้แปลกใจเลยที่ระบบความปลอดภัยทั้งหมดถึงถูกล็อก ไม่ให้เราติดต่อขอความช่วยเหลือจากภายนอกได้ตั้งแต่แรก... เพราะคนที่ขังเราไว้กับความตาย ไม่ใช่ระบบ AI ที่รวนเร แต่มันคือ 'ผู้บัญชาการอาร์เธอร์ มอร์แกน' ผู้นำสูงสุดแห่งสถานีนี้เอง" คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนพื้นห้องราวกับก้อนตะกั่ว คาเรนเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง กล้ามเนื้อกรามของเธอขยับไหวเล็กน้อยจากการขบฟันเข้าหากัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมรับความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที "ฉันพยายามสืบเรื่องนี้มาสามเดือนเต็ม..." คาเรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แววตาดุดันถูกแทนที่ด้วยความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณ "ก่อนที่ฉันจะถูกส่งตัวมาที่นี่ในฐานะเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ฉันพบความผิดปกติของงบประมาณซ่อมบำรุง แต่คำสั่งเบื้องบนบอกให้ฉันหุบปากแล้วทำหน้าที่แค่รักษาความสงบเรียบร้อย... ฉันคิดว่าตัวเองมาเพื่อแก้ไขระบบ แต่กลายเป็นว่าฉันกำลังเป็นหุ่นเชิดให้คนพวกนั้นใช้บังหน้า" เอเลียสพินิจพิเคราะห์ปฏิกิริยาของเธอ เขามองเห็นรอยร้าวภายใต้เกราะเหล็กของร้อยเอกสาว ความหยิ่งทะนงในหน้าที่ที่เคยมี บัดนี้ถูกกัดกร่อนด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว เคมีที่ขับเคลื่อนคนทั้งสองในตอนนี้ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างวิศวกรผู้ไร้กฎเกณฑ์กับทหารผู้เคร่งครัดอีกต่อไป แต่มันคือพันธะอันเปราะบางของคนที่ยืนอยู่บนปากเหวแห่งความตายร่วมกัน "คุณไม่ได้เป็นหุ่นเชิดหรอกครับ, ร้อยเอก" เอเลียสพูดเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เป็นน้ำเสียงที่หายากยิ่งจากปากของเขา "ถ้าคุณเป็นหุ่นเชิด คุณคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ และคงไม่พกปืนพกเลเซอร์ที่ปลดเซฟไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้หรอ" คาเรนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะมุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ถึงดวงตา "คุณตานี่ไวเสียจริงนะ, วอล์คเกอร์... สมกับที่เป็นวิศวกรผู้รอดชีวิตจากนรก" "เราไม่ได้มีเวลามาชมกันเองหรอกครับ..." ทว่า ก่อนที่เอเลียสจะได้พูดอะไรต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังลั่นขึ้น *กริ๊ง-กริ๊ง-กริ๊ง* แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดวาบไปทั่วห้องควบคุม รหัสข้อความบนหน้าจอดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยตราสัญลักษณ์ของกองบัญชาการสูงสุดแห่งสถานี—รูปกางเขนดาวเคราะห์ที่ล้อมรอบด้วยโซ่ตรวน หน้าจอหลักทั้งหมดดีดตัวเปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ภาพใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดเครื่องแบบเต็มยศ ดวงตาสสีฟ้าเย็นชาและหนวดเคราที่ตัดแต่งอย่างประณีตปรากฏขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาจากห้องบัญชาการหลัก *"อรุณสวัสดิ์ วิศวกรวอล์คเกอร์ และร้อยเอกวาลอส..."* เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของ **ผู้บัญชาการอาร์เธอร์ มอร์แกน** ดังผ่านระบบกระจายเสียงทั่วทั้งชั้น B อย่างก้องกังวาน *"ฉันน่าจะเฉลียวใจตั้งแต่แรกว่าพวกแมลงสาบอย่างพวกแก ไม่มีวันตายง่ายๆ ในอุบัติเหตุระบายอากาศ... น่าเสียดายจริงๆ ที่ความพยายามของพวกแกมันช่างสูญเปล่า เพราะในอีกสามนาทีข้างหน้า ออกซิเจนในเขตที่คุณยืนอยู่ทั้งหมดจะถูกดูดออกจนหมดสิ้น... และชื่อของพวกแก จะถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่พยายามทำลายสถานีอวกาศแห่งนี้ ลาก่อนนะ... สหายร่วมอุดมการณ์"* เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นก่อนที่หน้าจอจะตัดภาพเป็นสีดำสนิท ตามด้วยเสียงกลไกหนักอึ้งของประตูนิรภัยด้านนอกที่กำลังเลื่อนปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงสูบอากาศที่เริ่มดังขึ้นจนหูอื้อ! คาเรนพุ่งตัวไปยังแผงควบคุมประตูทันที นิ้วของเธอกดรหัสปลดล็อกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หน้าจอกลับปรากฏตัวอักษรสีแดงฉาน: *ACCESS DENIED - SYSTEM OVERRIDDEN BY COMMANDER* "บ้าเอ๊ย! มันล็อกรหัสผ่านรูทหลักแล้ว เราออกไปไม่ได้!" คาเรนหันมาตะโกนแข่งกับเสียงลมที่เริ่มดูดออกไปทางท่อระบายอากาศแรงดันต่ำ แรงลมเริ่มดึงร่างของพวกเขากลับไปด้านหลัง เอเลียสไม่ลนลาน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความเร็วแสง สมองคำนวณฟิสิกส์การไหลของมวลอากาศและโครงสร้างเหล็กกล้าในเสี้ยววินาที เขากระชากกล่องเครื่องมือช่างออกจากเอว คว้าประแจโลหะผสมไทเทเนียมหนักสิบกิโลกรัมขึ้นมา แล้วพุ่งเข้าไปกระแทกใส่แผงกระจกนิรภัยของช่องระบายอากาศสำรองที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องทันที! "ถอยหลังไป, ร้อยเอก!" เอเลียสคำรามลั่น เสียงของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงลมที่คำรามก้อง เศษกระจกแตกกระจายพร้อมกับแรงดันอากาศที่ตีกลับจนร่างของเขากระเด็น แต่ก่อนที่เขาจะหมดสติและถูกดูดกลืนออกไปในสูญญากาศ มือของคาเรนก็พุ่งเข้ามาคว้าปกเสื้อของเขาไว้แน่น เธอใช้แรงทั้งหมดดึงเขากลิ้งหลบเข้าไปในช่องระบายอากาศแคบๆ ได้ทันก่อนที่ฝาปิดโลหะจะดีดล็อกปิดลงด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ความมืดมิดและกลิ่นอายอับชื้นของท่อระบายอากาศคือสิ่งเดียวที่โอบ 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลกไว้ ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของหน่วยรักษาความปลอดภัยนับสิบชีวิตกำลังวิ่งใกล้เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูลับที่พวกเขาเพิ่งหนีออกมา... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดนี้มาด้วยกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิถีโค้งกับผู้คุมกฎแห่งดาวร้าง: รหัสลับจักรวาลที่ 9 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%