กระบี่ทะยานฟ้า ท้าทายลิขิตสวรรค์•ตอนที่ 1

หุบเหวมรณะและการฟื้นคืน

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ความเจ็บปวดมิได้กรีดแทศเนื้อหนัง หากแต่กำลังกัดกินวิญญาณทีละน้อย... กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายความตายจากก้น "หุบเหวอสูร" ดินแดนแห่งซากศพที่แม้แต่ลมหายใจยังถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันไร้ก้นบึง หลี่เฟิงลืมตาโพรงขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เบื้องบนคือปากเหวลึกที่มองเห็นเป็นเพียงเส้นด้ายสีเทาอันเลือนราง ราวกับเส้นแบ่งแยกระหว่างแดนมนุษย์และขุมนรก ร่างทั้งร่างของเขาแหลกสลาย กระดูกซี่โครงหักสะบั้นไม่ต่ำกว่าครึ่ง เส้นชีพจรปราณทั่วร่างถูกตัดขาดจนสิ้นเชิง ภาพเหตุการณ์บนยอดเขาเมฆาเมื่อสามวันก่อนยังคงฉายชัดในห้วงสำนึก... เสียงหัวسเราะเย้ยหยันของผู้อาวุโสหมิง ผู้ที่เขาเคารพดั่งบิดาบังเกิดเกล้า คมดาบอาบยาพิษที่เสียบทะลุกระดูกสันหลัง และสายตาอันเย็นชาไร้กะจิตกะใจของคนสำนักเดียวกัน นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่แลกมาด้วยลมหายใจของตระกูลหลี่ทั้งตระกูล "ข้า... หลี่เฟิง ยังไม่ตายหรือนี่?" เสียงแหบพร่าเล็ดลอดจากลำคอที่แห้งผาก ร่างกายของเขานอนจมอยู่กองโลหิตสีดำคล้ำที่ขับพิษร้ายออกมาเองโดยสัญชาตญาณ ทว่า ในความมืดมิดอันเวิ้งว้างนั้น กลับมีบางสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างบ้าคลั่งภายในตันtian (จุดตันแทียน) ที่ควรจะพิการไปแล้ว ตูม! คลื่นพลังปราณสีม่วงเข้มสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาจากจุดศูนย์กลางกาย ราวกับมังกรเพลิงที่ถูกจองจำมานับหมื่นปีแล้วเพิ่งได้รับการปลดปล่อย พลังสายนี้ไม่ใช่ปราณยุทธ์ทั่วไปที่เขาเคยฝึกฝน หากแต่มันคือ "ปราณโลหิตบรรพกาล" ปราณต้องห้ามที่สูญหายไปพร้อมกับยุคสมัยแห่งสงครามเทพมาร ผิวหนังของหลี่เฟิงเริ่มเปล่งแสงเรืองรอง เส้นเลือดปูดโปนจนมองเห็นเป็นลวดลายอักขระโบราณที่น่าสะพรึงกลัว ความเจ็บปวดระดับฉีกกระชากวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย จนเขากัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลทะลักมุมปาก วิชากระบี่เมฆาที่เคยเย่อหยิ่งและบริสุทธิ์ผุดผ่อง บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยไอมารสีเลือด ทั่วทั้งหุบเหวอสูรเริ่มสั่นสะเทือน ฝูงอสูรโบราณที่หลับใหลต่างพากันส่งเสียงคำรามกึกก้องด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีผู้นี้ ในวินาทีนั้นเอง ภาพของสตรีผู้หนึ่งก็ลอยเด่นขึ้นมาในห้วงความคิด... ไป๋จินชิง องค์หญิงวังเซียนวารี ผู้มีเรือนผมดุจหิมะโปรยปรายและแววตาดุจน้ำแข็งพันปี นางผู้ยอมขัดราชโองการสวรรค์ ยอมสละตบะนับร้อยปีเพื่อส่งกระบี่วิเศษเล่มนี้มาให้เขาในวาระสุดท้ายก่อนที่เขาจะร่วงหล่นลงสู่เหว "จินชิง... เจ้าโง่เขลานัก เหตุใดจึงต้องเอาอนาคตของเจ้ามาเดิมพันกับคนไร้ค่าเช่นข้า..." หลี่เฟิงพึมพำ น้ำตาที่ปะปนด้วยหยาดโลหิตไหลรินลงข้างแก้ม ความเสียใจและความแค้นหลอมรวมเป็นจิตสังหารอันไร้ขอบเขต แผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาแสงค้ำยันฟ้าดิน ทว่า ท่ามกลางพายุพลังปราณที่กำลังทะלוวทะลวงผ่านจุดชีพจรที่สามสิบหกและสามสิบเจ็ดอย่างดุดัน ร่างกายของเขาก็กระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในกระดูกหัวไหล่ซ้าย รอยประทับปราณของผู้อาวุโสหมิงยังคงหลงเหลืออยู่ มันกำลังกัดกินและพยายามสะกดพลังใหม่ของเขาไว้ไม่ให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ "คิดจะใช้ค่ายกลสะกดวิญญาณมาฝังรากลึกในตัวข้าอย่างนั้นหรือ... ฝันไปเถอะ!" หลี่เฟิงคำรามลั่นในลำคอ ดวงตาคู่นคมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานไร้ซึ่งความรู้สึก มือข้างขวาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นค่อยๆ ยกขึ้นอย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวจี้เข้าที่จุดชีพจรหัวใจของตนเองเพื่อบังคับดึง "ปราณโลหิต" ออกมาเผาผลาญเส้นชีพจรส่วนที่ถูกควบคุม นี่คือการกระทำที่ระห่ำและใกล้เคียงกับการฆ่าตัวตายยิ่งนัก หากพลาดพลั้งแม้แต่น้อย ร่างของเขาจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา ฉั๊ว! เสียงเนื้อเยื่อฉีกขาดดังขึ้นพร้อมกับควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากหัวไหล่ซ้าย รอยประทับของผู้อาวุโสหมิงถูกทำลายลงอย่างไม่ใยดี ความเจ็บปวดระดับที่ทำให้วิญญาณแทบแตกดับทำให้หลี่เฟิงสำลักเลือดคำโตออกมาอีกครั้ง ทว่า ในความมืดมิดนั้น ขอบเขตพลังยุทธของเขาก็ก้าวกระโดดผ่าน "ขอบเขตหลอมรวมลมปราณ" ขั้นที่เก้า ทะลุผ่านกำแพงไร้รูปเข้าสู่ "ขอบเขตแก่นแท้ปราณ" ขั้นที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ! คลื่นกระแทกสีครามและสีเลือดแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ แรงระเบิดนี้ทำให้หินผาถล่มลงมาปิดปากทางเข้าหุบเหวอสูรสนิท ทิ้งไว้เพียงเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังยืนหยัดขึ้นมาท่ามกลางซากศพด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งและคมกริบดุจคมกระบี่ หลี่เฟิงก้มมองฝ่ามือตนเองที่เต็มไปด้วยพละกำลังมหาศาลที่เหนือกว่าชาติก่อนนับสิบเท่า เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดินและโชคชะตา "ผู้อาวุโสหมิง... สำนักกระบี่เมฆา... จงรักษากระบี่ของพวกเจ้าไว้ให้ดี เพราะเมื่อข้ากลับไปเยือนยอดเขาอีกครั้ง วันนั้นคือวันล้างบางที่จะไม่มีแม้แต่สุนัขสักตัวเดียวที่รอดชีวิต" ในขณะที่เสียงคำรามของเขายังคงก้องกังวานอยู่ในหุบเหวอันเวิ้งว้างนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกเหยียบย่างลงบนพื้นหินก็ดังขึ้นที่เบื้องหลัง... พร้อมกับเสียงกระบี่หลุดออกจากฝักดัง "กริ๊บ" ที่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังต้องเสียววาบ และน้ำเสียงอันคุ้นเคยที่เอ่ยขึ้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "เจ้าแน่ใจหรือว่า... จะรอให้ถึงวันนั้น... หลี่เฟิง?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะยานฟ้า ท้าทายลิขิตสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%