เสียงนาฬิกาเรือนหรูที่ติดอยู่บนผนังห้องรับแขกทำงานเงียบเชียบ ราวกับจะประชดประชันความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วคฤหาสน์หลังโต กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ในแจกันที่รินรดาจัดไว้เมื่อเช้ายังคงอบอวล แต่มันกลับทำให้บรรยากาศดูน่าอึดอัดมากกว่าจะรู้สึกถึงการเฉลิมฉลองครบรอบวันแต่งงานปีที่สี่
อธิปวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนด้วยจังหวะที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเสียง แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึก เขานั่งไขว่ห้าง ปลายนิ้วเคาะขอบโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความเบื่อหน่ายในสิ่งที่เขามองว่า ‘เสียเวลา’ สายตาของเขายังคงจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงกราฟตัวเลขการเติบโตของบริษัท มากกว่าจะหันมามองภรรยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ริน ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือว่าคืนนี้ผมมีประชุมออนไลน์กับทางสิงคโปร์ เรื่องงบประมาณไตรมาสสุดท้ายมันรอไม่ได้” เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า “คุณควรจะเข้านอนได้แล้ว ไม่ต้องรอผมหรอก”
รินรดานั่งนิ่ง มือทั้งสองข้างวางประสานกันบนตัก เธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเหมือนปีก่อนๆ หรือหลายเดือนที่ผ่านมา ความเจ็บปวดจากการถูกมองข้ามจนชินชาได้กลายเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้เธอเยือกเย็นได้อย่างน่าประหลาด เธอเฝ้ามองชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเชื่อว่าคือ ‘โลกทั้งใบ’ ของเธอ แต่ในวันนี้... เขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่ในพื้นที่ว่างข้างกายเธอเท่านั้น
“ค่ะ... ฉันเข้าใจ” เสียงของเธอราบเรียบ ต่างจากหัวใจที่กำลังตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
เธอค่อยๆ เลื่อนซองเอกสารสีขาวสะอาดตาที่วางไว้ข้างตัวไปบนโต๊ะ มันเลื่อนผ่านคราบหยดไวน์จางๆ ไปหยุดลงตรงหน้าอธิปพอดี
อธิปขมวดคิ้ว เขาหยุดการทำงานและเงยหน้าขึ้นมองเอกสารนั้นด้วยความฉงน “อะไรอีกริน? เรื่องบ้านพักตากอากาศที่ภูเก็ตหรือเปล่า ผมบอกไปแล้วว่าให้คุณจัดการผ่านเลขาส่วนตัว...”
“ไม่ใช่เรื่องบ้านค่ะ” รินรดาขัดขึ้นเบาๆ แต่หนักแน่น “และไม่ใช่เรื่องงบประมาณในบ้าน... เปิดดูเถอะค่ะ”
อธิปวางแท็บเล็ตลงอย่างไม่สบอารมณ์ เขาหยิบซองนั้นขึ้นมาดู ทันทีที่เห็นหัวกระดาษและข้อความที่พิมพ์ไว้ชัดเจน ดวงตาคมกริบของนักบริหารหนุ่มก็วูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เต็มไปด้วยโทสะ
“ใบหย่า?” เขาแค่นหัวเราะ “ริน คุณกำลังเล่นเกมอะไร? วันครบรอบแต่งงาน คุณเอาของขวัญแบบนี้มาให้ผมเนี่ยนะ?”
“มันไม่ใช่เกมค่ะอธิป” รินรดาลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็ควบคุมมันได้อย่างมั่นคง “ฉันแค่คิดว่า... ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เราต่างคนต่างทำหน้าที่ในส่วนที่คิดว่าถูกต้องจนลืมมองไปว่า พื้นที่ว่างข้างๆ เรามันไม่เคยมีใครอยู่จริงๆ คุณยุ่งกับงาน และฉันก็ยุ่งกับการพยายามเป็นภรรยาที่คุณไม่ได้ต้องการ”
“คุณพูดเหมือนกำลังจะบอกว่าผมทอดทิ้งคุณ” อธิปลุกขึ้นยืนเช่นกัน ความสูงของเขาทำให้อีกฝ่ายดูเล็กลงถนัดตา “ผมหาเงินเลี้ยงดูคุณ ให้ชีวิตที่คุณต้องการ ให้ความมั่นคงที่คุณไม่เคยต้องดิ้นรนอะไร... แล้วคุณจะเอาอะไรอีก? ผู้หญิงแบบคุณนี่มันน่าเบื่อจริงๆ ที่พอมีชีวิตสุขสบายเข้าหน่อย ก็เริ่มหาเรื่องเรียกร้องความสนใจ”
คำพูดของเขาคมเหมือนใบมีด แต่มันไม่สามารถกรีดลึกไปถึงข้างในได้อีกต่อไป รินรดาเม้มริมฝีปาก เธอเกือบจะหลุดขำให้กับตรรกะที่วนเวียนอยู่ในกรงขังของเขา
“ชีวิตที่ต้องการงั้นหรือคะ?” เธอย้อนถาม สายตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับไร้ซึ่งแววแห่งความอาลัยอาวรณ์ “คุณให้ทุกอย่างที่ซื้อได้ด้วยเงินค่ะอธิป แต่คุณไม่เคยให้พื้นที่ในใจของคุณกับใครเลย แม้แต่กับฉัน... ภรรยาที่แต่งงานด้วยอย่างถูกต้อง”
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกไปจากห้องนี้ แต่ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตู เธอหยุดชะงักและหันกลับมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย
“เซ็นให้ฉันเถอะค่ะ แล้วฉันจะไปจากที่นี่เงียบๆ โดยไม่เรียกร้องอะไรสักบาท”
“ไม่มีทาง” อธิปกระชากเสียง “ผมไม่หย่าให้คุณเล่นๆ แค่เพราะคุณอยากเรียกร้องความสนใจ ถ้าคุณอยากไปนัก ก็ไปแค่ตัวเปล่า แต่อย่าหวังว่าผมจะยอมให้คุณทำลายชื่อเสียงของผมด้วยการประกาศว่าเราเลิกกัน!”
รินรดาเพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มที่ทำให้หัวใจของอธิปกระตุกโดยไม่ทราบสาเหตุ—ก่อนเธอจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนชั้นบนที่เธอแยกออกมานอนอยู่ลำพังนานหลายเดือนแล้ว เธอไม่พูดอะไรอีก ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมบ้านหลังนี้อีกครั้ง
ผ่านไปเกือบชั่วโมง อธิปยังคงนั่งอยู่หน้าเอกสารใบเดิม ความเงียบในบ้านดูจะอึดอัดกว่าปกติ เขารู้สึกหงุดหงิดที่ภรรยาผู้แสนเรียบร้อยไม่ยอมก้มหัวขอโทษเหมือนทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ในหัวเขามีแต่ตรรกะที่บอกว่ารินรดาแค่ทำตัวงี่เง่า
เขาตัดสินใจเดินขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อจะจัดการเรื่องนี้ให้จบ เขาต้องการจะพังกำแพงความเงียบนี้ทิ้งเสียที มือหนาผลักประตูห้องนอนของเธอเข้าไปโดยไม่เคาะ
ภาพที่เห็นทำเอาลมหายใจเขาชะงักกึก
รินรดากำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขาไม่ใช่สัมภาระเหล่านั้น หากเป็นร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสี่ขวบคนหนึ่งที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนเตียงภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าของเด็กน้อยยามหลับใหลนั้นช่างดูคุ้นตาอย่างประหลาด... คิ้วเข้มได้รูป จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่มีเค้าลางของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดาชะงักมือที่กำลังพับผ้า เธอค่อยๆ หันมามองเขา สายตาที่เคยราบเรียบเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนเร้นเอาไว้
อธิปก้าวเข้าไปหาเตียงด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงอย่างไม่เป็นจังหวะ เขาจ้องมองเด็กหญิงคนนั้น ก่อนจะก้มลงหยิบตุ๊กตาหมีที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาดู และในจังหวะนั้นเอง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารอีกซองที่วางอยู่ใต้หมอนที่เด็กน้อยหนุนอยู่...
มันคือซองเอกสารผลตรวจจากโรงพยาบาลชั้นนำ หัวข้อหน้าซองเขียนไว้ชัดเจนว่า ‘รายงานผลการตรวจ DNA’ โดยที่ชื่อของผู้รับคือ ‘รินรดา’ และชื่อของเด็กหญิง ‘ลินดา’ ซึ่งอธิปไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้
ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังของนักบริหารหนุ่ม เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกระเป๋าเดินทาง ความลับที่ซ่อนเร้นมาตลอดสี่ปีดูเหมือนจะกำลังปริแตกออกในวินาทีนี้เอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้ และเตรียมพบกับความพลิกผันที่จะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาลในตอนถัดไปนะครับ
พื้นที่ว่างข้างกายใครบางคน•ตอนที่ 1
ใบหย่าไร้คำอธิบาย
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พื้นที่ว่างข้างกายใครบางคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
