บำเรอรักอดีตสามีผู้เย็นชา•ตอนที่ 1

หวนคืนด้วยความแปลกหน้า

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกุหลาบป่าราคาแพงระยับ ลอยอบอวลอยู่ภายใต้โคมระย้าคริสตัลระยิบระยับนับพันดวงในห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมระดับหกดาว รินรดายืนอยู่เบื้องหน้ากระจกเงาบานใหญ่ ทอดมองเงาสะท้อนของตนเองในชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีดำสนิท ดีไซน์เว้าหลังลึกเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดราวกับไข่มุก และรอยแผลเป็นจางๆ ที่ซ่อนอยู่ตรงมุมสะบัก—ร่องรอยแห่งความทรงจำอันเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับจากอุบัติเหตุในอดีต วันคืนที่เธอเคยร้องไห้ฟูมฟายและอ้อนวอนขอความรักจากผู้ชายใจร้ายคนนั้น ได้ตายสนิทไปพร้อมกับคราบน้ำตาในวันหย่าร้างแล้ว สามปี... สามปีเต็มที่รินรดาคนเก่าผู้แสนอ่อนแอถูกฝังกลบเอาไว้ใต้ผืนดินที่แห้งแล้ง บัดนี้ สิ่งที่ยืนหยัดอยู่ตรงนี้คือ "รินรดา" ผู้บริหารสาวมือฉกาจและเจ้าของแบรนด์จิวเวลรี่หรู "L’Aura" ที่มีมูลค่าบริษัททะยานแตะหลักพันล้าน การกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดครั้งนี้ เธอไม่ได้กลับมาเพื่อก้มหัวให้ใคร แต่กลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม และทำให้คนที่เคยเหยียบย่ำเธอต้องลิ้มรสความทรมานชนิดที่เรียกว่า "ตายทั้งเป็น" "ชุดนี้ขับเน้นออร่าความทรงพลังของคุณรินได้สมบูรณ์แบบมากครับ..." เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นของเมฆา ดังขึ้นเบื้องหลัง พร้อมกับมือใหญ่ที่วางลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าอย่างให้เกียรติและทะนุถนอม เมฆาในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษส่งยิ้มบางๆ ให้เธอผ่านเงากระจก ดวงตาคมกริบ couched เต็มไปด้วยความปรารถนาดีที่ปิดไม่มิด คู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญของภาคินผู้นี้ คือคนที่คอยดึงเธอขึ้นมาจากเหวลึกในวันที่เธอย่อยยับ เป็นทั้งพันธมิตรทางธุรกิจและผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลับมายิ้มได้อีกครั้ง "ขอบคุณนะคะคุณเมฆา สำหรับทุกอย่าง... ถ้าไม่ได้คุณ รินคงไม่มีวันนี้" รินรดาหันไปสบตาเขา รอยยิ้มที่มอบให้มีความอ่อนโยนและจริงใจอย่างที่เธอไม่เคยมีให้ใครในรอบหลายปี "ผมเต็มใจครับริน... โดยเฉพาะการได้เห็นคุณเดินกลับมาเหยียบหน้าคนที่เคยทิ้งคุณไปอย่างไม่ใยดีในคืนนี้ มันคือกำไรชีวิตของผม" เมฆาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาวาววับด้วยความสะใจลึกๆ ประตูบานใหญ่ของห้องรับรองพิเศษถูกเปิดออก เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ จากด้านนอกลอดผ่านเข้ามา พร้อมกับสัญญาณเตือนว่าพิธีเปิดงานกาล่าการกุศลประจำปีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศกำลังจะเริ่มต้นขึ้น รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นคงเข้าสู่ทรวงอก เธอเกี่ยวแขนเรียวเข้ากับท่อนแขนแข็งแกร่งของเมฆา ก้าวเดินออกไปด้วยจังหวะมั่นคง สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนที่สะกดทุกสายตาให้หันมามองเป็นตาเดียวทันทีที่เธอก้าวเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ และในวินาทีนั้นเอง... สายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาจากมุมมืดของงาน ก็แทบจะหยุดหายใจไปเสียดื้อๆ ภาคินยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ในมือ ข้อนิ้วเรียวยาวกำก้านแก้วแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—อาการตกตะลึงที่ชายผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจอย่างเขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นมาก่อนตลอดชีวิตการเป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อผู้หญิงที่เขาตามหา พยายามติดต่อ และแทบพลิกแผ่นดินหามาตลอดสามปี ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า... ในฐานะ "แขกคนสำคัญ" และควงแขนมากับเมฆา—คู่ปรับทางธุรกิจที่เขาเกลียดเข้าไส้ รินรดา... นั่นคือรินรดาจริงๆ หรือ? ผู้หญิงที่เคยสวมเสื้อผ้าเรียบๆ ไร้ราคา เคยร้องไห้ฟูมฟายและเกาะขาเขาเพื่อขอร้องไม่ให้หย่า... ผู้หญิงคนที่เขารังเกียจความอ่อนแอและผลักไสออกไปอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้เธอกลับกลายเป็นราชنيผู้สูงศักดิ์ รัศมีแห่งความเย่อหยิ่ง ทรงพลัง และเฉิดฉายจนเจิดจ้าบาดตา บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจที่ด้านชาของเขาจนมันเริ่มปวดหนึบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ภาคินก้าวเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว ขายาวๆ พาเขาแหวกฝูงชนไฮโซและนักธุรกิจชื่อดังมุ่งตรงไปยังทิศทางนั้น สายตาของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกไฟแผดเผา ความรู้สึกโหยหาที่ถูกกดทับไว้ด้วยความอีโก้พังทลายลงในพริบตา เขากวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างอรชรในชุดซาตินสีดำสนิทนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน รอยยิ้มที่เธอมอบให้เมฆาเมื่อครู่... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความมั่นใจแบบนั้น มันไม่เคยถูกส่งมาให้เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวในยามที่เธอยังเป็นภรรยา "ริน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดลอดออกจากริมฝีปากของภาคิน เมื่อเขาเดินมาขวางทางเดินของทั้งคู่เอาไว้ ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าร่างบาง แววตาไหวระริกด้วยอารมณ์หลากหลายที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ทั้งความตกใจ ความคิดถึง และความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรกในชีวิต รินรดาหยุดเดิน ชายหางตากวาดมองอดีตสามีด้วยความรู้สึกราวกับกำลังมองสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่มสวยเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือน ไม่ได้มีน้ำตาเอ่อคลออย่างที่เขาเคยคุ้นชิน ดวงตากลมโตคู่นั้นเย็นชาและว่างเปล่า จนภาคินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดด้วยมือที่มองไม่เห็น "อ้าว... คุณภาคิน" รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้น ราวกับกำลังทักทายคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินสวนกันตามท้องถนน "ไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่นี่นะคะ นึกว่าคุณจะสนใจแต่เรื่องงานเอกสารหย่าร้างซะอีก... อ้อ หรือว่าตอนนี้ธุรกิจของคุณมีปัญหา จนต้องมาร่วมงานการกุศลเพื่อสร้างภาพลักษณ์กันแน่คะ?" ประโยคเชือดเฉือนที่พ่นออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้ภาคินถึงกับพูดไม่ออก มือที่ถือแก้วแชมเปญสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยยอมจำนนต่อเขาในทุกเรื่อง จะกล้าใช้คำพูดที่คมกริบเหล่านี้แทงเข้าที่กลางใจเขาอย่างไม่ไว้หน้า "ริน... เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ภาคินพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าข้างในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวเร็วจนเจ็บแปลบ เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวของเธอเอาไว้เพื่อดึงตัวออกมาจากตรงนั้น แต่เมฆากลับก้าวเท้ามาขวางไว้ทันที มือของเมฆายกขึ้นปัดข้อมือของภาคินออกอย่างไม่ไว้หน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ระวังมารยาทหน่อยครับคุณภาคิน... คุณรินรดาในตอนนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณจะมาแตะเนื้อต้องตัวได้ตามอำเภอใจเหมือนในอดีตอีกแล้ว เธอเป็นแขกคนสำคัญของผม และถ้าคุณยังมีจิตสำนึกหลงเหลืออยู่บ้าง ผมว่าคุณควรถอยไปให้พ้นทางดีกว่าครับ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตึงเครียด ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองความผิดปกติของกลุ่มคนระดับท็อปของประเทศทั้งสามคน สายตานับสิบคู่จับจ้องมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่รินรดากลับไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือน เธอยกมุมปากยิ้มหยันให้ภาคินอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาลมหายใจของอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ต้องสะดุดกึก "คุณคินคะ... เสียเวลาเปล่าๆ ค่ะ คนอย่างคุณ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องเสียเวลาสนทนาด้วยหรอกนะคะ ไปเถอะค่ะคุณเมฆา ตรงนี้อากาศมันแย่เกินกว่าที่รินจะยืนหายใจต่อนานๆ" รินรดากล่าวจบก็เบนสายตาหนีอย่างไร้เยื่อใย เธอควงแขนเมฆาเดินผ่านร่างสูงของภาคินไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ภาคินยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม ปลายนิ้วชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก ความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยและตอกหน้าด้วยความเย็นชาแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องช็อกค้างจนแทบยืนไม่อยู่ คือภาพเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สองขวบเศษ ที่เดินจูงมือพี่เลี้ยงอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น... เด็กผู้ชายที่มีโครงหน้า ดวงตาคมกริบ และริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดแบบมาจากตัวเขาเองทุกกระเบียดนิ้ว และที่สำคัญที่สุดคือ สร้อยข้อมือเพชรดีไซน์รูปกุหลาบที่ข้อมือเล็กๆ นั้น... เป็นลายเดียวกับเครื่องประดับคอลเลกชันพิเศษที่รินรดาเคยออกแบบให้เขาด้วยมือของเธอเองเมื่อหลายปีก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ รسورينกลิ่นกำมะหยี่
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บำเรอรักอดีตสามีผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%