กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลที่ลาออกไปปลูกผัก•ตอนที่ 1

มรดกที่เป็นคำสาป

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"เซ็นชื่อซะ รินรดา แล้วไสหัวไปให้พ้นจากตระกูลอัครวรกุล อย่าได้เอาเสนียดจัญไรอย่างเธอมาเหยียบเรือนหลังนี้อีก!" กระดาษแผ่นบางถูกปาอัดเข้ากับใบหน้าคมคายอย่างไม่ไยดี แรงปะทะแม้จะไม่มาก แต่ความหยามเหยียดที่เคลือบมากับน้ำเสียงของ 'คุณหญิงมณฑา' แม่สามีผู้ให้กำเนิดบุตรชายที่นอนป่วยติดเตียงนั้น ช่างบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด รินรดายกมือขึ้นปัดเศษกระดาษสีขาวที่ร่วงหล่นลงบนตักอย่างไม่รีบร้อน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนโยน บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัวหรือความเสียใจอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวัง หญิงสาวกวาดตามองเอกสารหย่าร้างและหนังสือสละสิทธิ์มรดกทุกประการในตระกูล รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด สมบัติมูลค่าหลายร้อยล้านที่พวกเขากลัวว่าเธอจะแย่งชิงไป แท้จริงแล้วมันคือกองขยะมีพิษที่เจือด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของเธต่างหาก สามปีที่เธอทุ่มเททั้งแรงกายและมันสมองระดับดอกเตอร์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ พลิกฟื้นธุรกิจเกษตรแปรรูปของตระกูลจนกลับมาผงาด ทว่าสิ่งที่เธอได้รับตอบแทนกลับเป็นการถูกตราหน้าว่าเป็น 'กาลกิณี' หลังจากสามีผู้เป็นเสาหลักประสบอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา และพวกเขากลัวว่าเธอจะเข้ามาฮุบสมบัติ "เซ็นสิ! หรือว่ายังอาลัยอาวรณ์สมบัติของลูกชายฉันอยู่? ฝันไปเถอะ! แกมันก็แค่ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า ที่หลอกลวงแต่งงานเข้ามาเพื่อเกาะตระกูลเรากิน!" เสียงแหลมสูงของน้องสามีอย่าง 'รุ้งلاดา' แผดขึ้นเสริมทัพ หล่อนกอดอกมองรินรดาด้วยสายตาสมเพชเวทนา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางราคาแพง รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย มือเรียวบางหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ไม่มีความลังเล ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ ลายมือชื่อบรรจงถูกเขียนลงไปอย่างหนักแน่น ชัดเจนทุกตัวอักษร "เรียบร้อยค่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนผู้ประกาศชัยชนะเมื่อครู่ถึงกับชะงัก "ดิฉันเซ็นสละสิทธิ์ทุกอย่าง ทรัพย์สินเงินทองของพวกคุณ... ดิฉันไม่เคยอยากได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนสามีที่พวกคุณบอกว่าเป็นภาระ... ดิฉันขอรับเขากลับไปด้วยตามสิทธิ์ของภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายค่ะ" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่คุณหญิงมณฑาจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นด้วยความสมเพช "เอาไปสิ! อยากได้นักก็แบกไอ้เจ้าศil เจ้าชายผักนั่นออกไปเป็นภาระให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย! รถกระบะเก่าๆ คันเดียวกับกระเป๋าเดินทางสองใบ คือสมบัติทั้งหมดที่แกจะได้จากตระกูลนี้ ไสหัวไปซะ!" รินรดาไม่ได้โต้เถียงหรือแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างสง่างาม ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรให้คนตาบอดและโลภมากเหล่านี้ฟังอีกต่อไป ในมิติลับห้องแล็บพฤกษาพรรณที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณของเธอนั้น มีองค์ความรู้และเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษนับหมื่นชนิดที่สามารถเนรมิตความมั่งคั่งขึ้นมาได้ด้วยสองมือ การถูกเนรเทศมาตัวเปล่าจึงไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการปลดแอกต่างหาก รถกระบะเก่าคร่ำคร่าเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านอัครวรกุล มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ ลึกเข้าไปในเขตหุบเขาอันห่างไกลและทุรกันดารตามคำสั่งเนรเทศ ภายในกระบะหลัง ร่างสูงใหญ่ของ 'ศิลา' อดีตนายทหารหนุ่มผู้เคยทรงเกียรติและเปี่ยมด้วยพละกำลัง บัดนี้ทำได้เพียงนอนนิ่งสนิทบนเปลสนามพับได้ ดวงตาคมกริบปิดสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอแต่ไร้การตอบสนองต่อโลกภายนอก มีเพียงแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะชีวิตเท่านั้นที่บอกว่าเขายังคงหายใจอยู่ เส้นทางขรุขระและคดเคี้ยวทำให้รถกระบะสั่นสะเทือนไปตลอดทาง จนกระทั่งล่วงเข้าสู่เขตป่าดงดิบทึบ ไร้ซึ่งแสงไฟจากบ้านเรือนผู้คน มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงสายลมที่พัดผ่านยอดไม้สูงตระหง่าน บรรยากาศรอบกายวังเวงและกดดันจนน่าขนลุก รินรดาจอดรถสนิทหน้ากระท่อมไม้เก่าคร่ำคร่าหลังหนึ่ง ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางหุบเขา รอบด้านรกเรื้อไปด้วยวัชพืชและเถาวัลย์หนาทึบ หน้าต่างไม้ผุกร่อนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ถูกสายลมพัดกระหน่ำ นี่คือ 'มรดก' ชิ้นเดียวที่ตระกูลอัครวรกุลเมตตา (หรือต้องการให้มาตายผ่อนส่ง) มอบให้อดีตนายทหารผู้พิการและอดีตภรรยาที่ถูกขับไล่ หญิงสาวก้าวลงจากรถสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เจือกลิ่นไอฝนและดินชื้นเข้าไปเต็มปอด แม้ภายนอกจะดูเหมือนบ้านร้างกลางป่าช้า แต่สำหรับเธอกลับมองเห็นศักยภาพอันมหาศาล ดินแถบนี้อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติที่ไร้สารเคมีเจือปน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูกพืชหายากจากมิติลับ เธอจัดการกางเตียงสนามและย้ายร่างของศิลาเข้ามาไว้ภายในกระท่อมอย่างทุลักทุเล แม้เขาจะผอมลงไปมากจากการป่วยติดเตียงเป็นเวลานาน แต่มวลกระดูกและสัดส่วนความเป็นชายชาติทหารก็ยังคงหนักหนาเอาการ กว่าจะจัดแจงที่หลับที่นอนให้เขาและเคลียร์พื้นที่รกเรื้อภายในห้องได้สำเร็จ หยาดเหงื่อก็ผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน รินรดานั่งลงข้างเตียงของสามี แสงตะเกียงเจ้าพายุสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ยังมีเค้าความหล่อเหลาบาดใจ แม้ดวงตาคู่นั้นจะปิดสนิท แต่สันจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยก็ยังคงแสดงออกถึงความดื้อรั้นและทรนงในตัว "ตื่นขึ้นมาดูหน้าภรรยาที่ถูกเนรเทศมาพร้อมกับคุณหน่อยสิคะ... คุณสามี" รินรดากระซิบเสียงเบา นึกขันในชะตากรรมที่พลิกผัน ทว่าจู่ๆ นิ้วมือหยาบกร้านที่ควรจะไร้เรี่ยวแรง กลับกระตุกเกร็งขึ้นอย่างกะทันหัน! ศิลาที่นอนเป็นเจ้าชายนิทรามานับปี ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่าหรือไร้สติ แต่มันกลับคมกริบ ดุดัน และเต็มไปด้วยประกายความตื่นตัวราวกับเสือร้ายที่เพิ่งฟื้นจากภวังค์! เขากวาดสายตามองไปรอบกระท่อมด้วยความระแวก ก่อนที่สายตาคมกลาจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของรินรดา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธออย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน แรงบีบนั้นหนักหน่วงและทรงพลังจนเธออุทานออกมาเบาๆ "ที่นี่... ที่ไหน? แล้วเธอ... เป็นใคร?" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถามลอดไรฟัน แววตาดุดันจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง รินรดานิ่งงด แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณความนิ่งสงบก็ทำให้เธอไม่แสดงอาการตื่นกลัวออกมา เธอจ้องตอบดวงตานั้นด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก "ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ... อดีตจอมพล" รินรดากล่าวเสียงเรียบ "ส่วนฉันคือภรรยาที่เพิ่งถูกเตะโด่งมาพร้อมกับคุณ... และในเมื่อคุณตื่นแล้ว หนี้บุญคุณที่ฉันอุ้มคุณหนีตายมาถึงนี่... คุณต้องช่วยฉันถางหญ้าปลูกผักใช้หนี้ด้วยนะคะ!" ทันทีที่พูดจบ เสียงท้องร้องโครกครากดังสนั่นขึ้นมาจากร่างของอดีตนายทหารผู้ยิ่งใหญ่ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดลงในพริบตา ศิลาชะงักกึก สีหน้าคมเข้มปรากฏร่องรอยความกระอักกระอ่วนอย่างหาได้ยากยิ่ง รินรดากลั้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังมุมห้องเพื่อเตรียมตั้งเตาไฟประกอบอาหารมื้อแรกในดินแดนลี้ลับแห่งนี้ ทว่าในวินาทีที่เธอเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อหยิบวัตถุดิบ กลิ่นหอมฉุนรุนแรงและแปลกประหลาดราวกับสมุนไพรโบราณนับร้อยชนิดก็พวยพุ่งทะลักออกมาจากก้นกระเป๋า ห่อผ้าไหมสีดำสนิทที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในมิติลับ ค่อยๆ คลายตัวออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็น... เมล็ดพันธุ์เรืองแสงสีทองอร่ามที่กำลังส่งเสียงกระซิบเบาๆ คล้ายเสียงลมหายใจของมนุษย์!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลที่ลาออกไปปลูกผัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%