"เจ้าต้องปิดหน้าต่างบานนั้นให้สนิท และอย่าให้ไอน้ำจากหม้อต้มสมุนไพรหลุดรอดออกไปเด็ดขาด รินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำของอาหลางตวัดขึ้นอย่างเร่งรีบ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองหน้าผม แต่กลับจ้องเขม็งไปที่ก้อนเมฆสีเทาหม่นที่กำลังเคลื่อนตัวบิดเบี้ยวอยู่เหนือยอดเขาเมฆาคล้อย แรงกดอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้หูของผมอื้ออึง ชาที่เพิ่งคั่วเสร็จในกระทะเหล็กส่งกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ เพราะผมเผลอปล่อยให้ไฟแรงเกินไปในช่วงเสี้ยววินาทีที่ความกังวลเข้าจู่โจม
"มันไม่ใช่แค่หมอกธรรมดาใช่ไหม อาหลาง?" ผมถามพลางรีบปิดหน้าต่างไม้สักจนสนิท เสียงลมหวีดหวิวจากรอยแยกของวงกบฟังดูคล้ายเสียงครวญครางของสัตว์ร้ายที่หิวโหย
อาหลางไม่ตอบ เขาเดินไปที่มุมห้อง คว้าเอาขวดโหลแก้วบรรจุยอดชาเกรดสูงสุดที่เราเก็บเกี่ยวมาเมื่อเช้าขึ้นมาตรวจสอบ เขาสัมผัสใบชาด้วยความทะนุถนอมราวกับมันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของชีวิต ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา "ลมพายุในฤดูเปลี่ยนผ่านแบบนี้ไม่ได้มาเพื่อพัดพาฝุ่นละออง แต่มันมาเพื่อพัดพาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเงาหมอก... รินรดา ฟังผมนะ คืนนี้ไม่ว่าเจ้าจะได้ยินเสียงอะไรหน้าประตูบ้าน หรือเห็นเงาของใครที่คุ้นเคย อย่าเปิดออกไปเป็นอันขาด"
ผมชะงักมือที่กำลังจัดวางถ้วยชา สายตาประสานกับเขาผ่านความสลัวของห้องโถง "คุณกำลังบอกว่า... เรื่องเล่าของคนเฝ้าเขาเกี่ยวกับผู้มาเยือนในพายุเป็นเรื่องจริง?"
อาหลางไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงแค่หยิบกาน้ำชาขึ้นมา เทน้ำร้อนจัดลงไปในกาน้ำดินเผา กลิ่นของชาอู่หลงก้านอ่อนโชยขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด มันเป็นกลิ่นที่ผมรัก แต่ในค่ำคืนนี้ กลิ่นหอมนั้นกลับดูเจือจางและไร้ทางสู้ต่อกลิ่นอับชื้นของพายุที่กำลังถาโถมเข้าใส่ตัวบ้าน
เรานั่งลงบนเสื่อทาทามิ ความเงียบปกคลุมห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงลมที่กระแทกเข้ากับผนังไม้จนตัวบ้านสั่นสะเทือนเบาๆ ในฐานะคนที่หนีจากชีวิตเมืองที่วุ่นวายมาสู่ความสงบ ผมพยายามบอกตัวเองว่านี่เป็นเพียงปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่สายตาที่อาหลางมองออกไปนอกหน้าต่างนั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวังเกินกว่าที่จะเป็นเรื่องปกติ
"คนในเมืองมักมองว่าธรรมชาติคือการพักผ่อน" อาหลางเปรยขึ้นทำลายความเงียบ มือหยาบกร้านของเขาลูบไปตามขอบถ้วยชา "แต่บนยอดเขาเมฆาคล้อย ธรรมชาติคือผู้ปกครองที่เข้มงวดที่สุด เราอาศัยอยู่ในบ้านของเขา เราทำตามกฎของเขา และเมื่อเขาไม่พอใจ... เขาจะไล่เราออกไปแบบไม่ให้ตั้งตัว"
"แล้วถ้าเราต้องออกไปล่ะครับ?" ผมถามขึ้น ลึกๆ ในใจผมกังวลถึงแปลงผักสมุนไพรที่เพิ่งลงเมล็ดพันธุ์ไปเมื่อวาน ถ้าพายุลูกนี้รุนแรงอย่างที่เขากลัว ทุกอย่างที่ผมเพียรพยายามทำมาตลอดเดือนคงมลายหายไปในชั่วข้ามคืน
"เจ้าต้องเลือกระหว่างต้นไม้กับชีวิตของเจ้าเอง รินรดา" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้ผมมากขึ้น เสียงฝนเริ่มเทลงมาเป็นห่าใหญ่ราวกับคนเทน้ำลงมาจากสวรรค์ มันไม่ใช่เสียงฝนที่แสนสบายเหมือนที่ผมเคยชอบ แต่มันคือเสียงของการทำลายล้าง
ทว่า ในขณะที่พายุโหมกระหน่ำจนดูเหมือนบ้านทั้งหลังจะทนไม่ไหว จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิว... เสียงเคาะประตูสามครั้งติดกันอย่างเป็นจังหวะ จะโคน และหนักแน่น
รินรดา ผมลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ อาหลางรีบลุกขึ้นคว้าตะเกียงน้ำมันทันที สีหน้าของเขาที่เคยเรียบเฉยกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
"อย่าขยับ" อาหลางกระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือเพียงน้อยนิด แต่กลับดังก้องในความรู้สึกของผม
"ใครมาเคาะประตูในเวลาแบบนี้ครับ บนยอดเขานี้ไม่มีใครนอกจากเรา..." ผมถามพลางขยับตัวตามเขาไปที่โถงหน้าบ้าน
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง... ครั้งนี้รัวเร็วกว่าเดิม และตามด้วยเสียงเรียกที่แหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เปิด... เปิดให้ฉันที... ข้างนอกนี่... ฉันมองไม่เห็นทาง... ฉันมองไม่เห็นบ้านของตัวเองแล้ว..."
น้ำเสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงคนแปลกหน้า แต่มันคือเสียงของ 'ผม' เสียงที่คุ้นเคย เสียงที่เหมือนกับเสียงของผมเองทุกประการที่กำลังเอ่ยขึ้นในคืนที่ผมเพิ่งมาถึงภูเขานี้ครั้งแรก
อาหลางเบิกตากว้าง เขารีบดับไฟในตะเกียงจนห้องทั้งห้องจมลงสู่ความมืดมิดทันที เสียงลมพัดกรรโชกแรงขึ้นจนผนังบ้านเหมือนจะแยกออกจากกัน และในจังหวะที่ผมกำลังจะตะโกนถาม มือของอาหลางก็ปิดปากผมไว้แน่น เขากระซิบที่ข้างหูด้วยเสียงที่แทบจะเป็นเพียงลมหายใจ
"นั่นไม่ใช่คน และนั่นไม่ใช่เจ้า... อย่าขานรับเด็ดขาด ถ้าเจ้าตอบมันไปแม้แต่คำเดียว ร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูนั้นจะก้าวเข้ามา และคนที่ต้องออกไปตากพายุข้างนอกแทนที่มัน... จะกลายเป็นเจ้าเอง"
ทว่าในวินาทีนั้นเอง บานประตูไม้สักที่ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนากลับค่อยๆ แง้มออกช้าๆ โดยไม่มีใครแตะต้อง ท่ามกลางความมืดมิดของพายุที่กำลังกลืนกินทุกอย่าง ร่างเงาที่รูปร่างหน้าตาเหมือนผมทุกประการค่อยๆ ก้าวเข้ามาในบ้าน พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกชาหอมหมื่นลี้ที่อบอวลไปทั่วทั้งห้อง... กลิ่นที่บ่งบอกว่า ตัวตนที่กำลังก้าวเข้ามานั้น รู้จักวิถีแห่งชาดีกว่าตัวผมเองเสียอีก
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกหนามากับผมในตอนนี้นะครับ
ใบชาหอมหมื่นลี้ครับ
กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย•ตอนที่ 24
เงาหมอกที่หนาทึบ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นชาหอมหมื่นลี้ ณ ยอดเขาเมฆาคล้อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!