"ผมให้เวลาคุณแก้งานนี้อีกแค่รอบเดียว... คุณรินรดา ถ้าเสาโครงสร้างหลักตรงจุดนี้ยังถูกดีไซน์ให้ดูเหมือนงานศิลปะไร้แก่นสารแบบนี้อีก โปรเจกต์พันล้านนี่คงต้องพับฐานก่อนที่มันจะได้ตอกเสาเข็มต้นแรกเสียด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ ปลายนิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มเคาะลงบนแผ่นพิมพ์เขียวสถาปัตยกรรมอย่างเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วนั้นกระทบกระดาษ มันเหมือนเสียงนาฬิกาเคาท์ดาวน์ที่กำลังระเบิดความหงุดหงิดในอกของคนฟัง
รินรดากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ผู้ชายอะไร... หน้าตาดีราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่ติดตรงที่ปากคอเราะร้ายและหัวสมองแข็งกระด้างเหมือนคอนกรีตเสริมเหล็กที่เขาคอยควบคุมนั่นแหละ!
"คุณธันวาคะ ช่วยกรุณาถอดแว่นตาคณิตศาสตร์แล้วเปิดใจมองความงามในเชิงสถาปัตยกรรมบ้างเถอะค่ะ" รินรดายิ้มหวานหยด แต่แววตากลับซ่อนประกายไฟประลัยกัลป์ "ตึกคราฟต์ไอคอนิกหลังนี้ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม หรือไซด์งานก่อสร้างที่คุณจะเอาแต่คำนวณแรงเฉือนแรงอัดอย่างไร้จิตวิญญาณ ความโค้งเว้าของโครงสร้างเหล็กตรงนั้น มันถูกคำนวณมาอย่างประณีตเพื่อให้ตึกนี้มีชีวิต!"
"ชีวิต?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกยิ่งทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังคุยกับหุ่นยนต์ AI รุ่นทดลอง "สถาปัตยกรรมที่มีชีวิตจะไม่มีความหมายอะไรเลยครับ ถ้ามันถล่มลงมาทับหัวคนตายห้าพันคนในวันแผ่นดินไหว หน้าที่ของผมคือการทำให้เส้นเพ้อฝันบนกระดาษของคุณ มันกลายเป็นความจริงที่ปลอดภัย ไม่ใช่การสร้างอนุสาวรีย์แห่งความหายนะเพื่อสนองตัณหาทางศิลปะของคุณ"
"นี่คุณว่าฉันเพ้อฝันเหรอ!" รินรดาตบโต๊ะเบาๆ แต่เสียงนั้นดังสะท้อนก้องห้องประชุมจนเลขาหน้าห้องถึงกับสะดุ้ง เธอโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าไม่มีไอเดียเพ้อฝันของฉัน โลกใบนี้ก็คงมีแต่อาคารสี่เหลี่ยมทึบตันน่าเบื่อเหมือนกะลาที่คุณใช้ครอบหัวอยู่ทุกวันนี้แหละค่ะ!"
ธันวาเงียบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะเขาจนมุม แต่สายตาคมกริบคู่นั้นกำลังไล่ระดับมองตั้งแต่เส้นผมลอนสลวยที่สะท้อนแสงไฟ ไปจนถึงริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาขมลงเล็กน้อย ความเงียบระหว่างพวกเขายืดเยื้อออกไปจนบรรยากาศในห้องเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกของวิศวกรหนุ่ม รินรดาก้าวล้ำเข้ามาใกล้เกินระยะปลอดภัยของโต๊ะประชุม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนรินรดาเริ่มสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย
ธันวาไม่ได้ถอยหลังหนี เขากลับโน้มตัวเข้าหาช้าๆ แววตานิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มไหววับราวกับเปลวเพลิงที่ถูกสุมด้วยเชื้อเพลิง
"ถ้าคุณคิดว่าผมหัวโบราณ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะอย่างไม่รักดี "คืนนี้เราคงต้องไป 'คุยงาน' กันต่อแบบตัวต่อตัวที่ออฟฟิศของคุณ เพื่อพิสูจน์ว่าเส้นสายเพ้อฝันของคุณ มันจะรับน้ำหนักความจริงไหวไหม..."
รินรดานิ่งค้าง เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเผ็ดร้อนที่สุดในชีวิต แต่ทว่า...
*แกร๊ก!*
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังดังขึ้นขัดจังหวะวิกฤتหัวใจ ร่างของประธานกรรมการบริหารบริษัทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง โดยมีบุคคลที่สามเดินตามหลังมาด้วย... บุคคลที่ทำให้รินรดาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"อ้าว ธันวา รินรดา ประชุมกันถึงไหนแล้ว? พอดีเลย... ผมมีคนที่จะมาแนะนำให้รู้จัก..."
ประธานบริษัทผายมือไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาดีอีกคนที่ก้าวตามเข้ามา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาราวกับหยุดหมุน
"นี่คือ 'ภาคิน' สถาปนิกมือหนึ่งจากนิวยอร์ก ที่จะมาร่วมโปรเจกต์กับเราในฐานะ 'หัวหน้าทีม' คนใหม่ครับ"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลคมกริบเหลือบมองหน้าภาคินแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า สายตาของวิศวกรหนุ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและยากจะคาดเดาในเสี้ยววินาที
...โปรเจกต์นี้ ดูท่าว่าจะไม่ได้มีแค่เรื่องแปลกตึกเสียแล้วกระมัง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์เปลี่ยนโลกของนายวิศวกร•ตอนที่ 1
ยินดีที่ได้รู้จัก...ยัยสถาปนิกเพ้อฝัน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์เปลี่ยนโลกของนายวิศวกร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
