"เก็บกล่องใบนี้ไว้ข้างล่างสุดนะครับกานต์... เราไม่จำเป็นต้องหยิบมันออกมาดูอีกแล้ว"
เสียงของกวินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในระดับที่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ เขาปิดฝากล่องกระดาษสีน้ำตาลด้วยความระมัดระวัง ภายในนั้นเต็มไปด้วยรูปถ่ายที่ขอบเริ่มเหลืองกรอบและนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่หยุดเดินไปนานแล้ว ทุกอย่างคือหลักฐานของชีวิตที่เขาเคยพยายามสร้างด้วยความศรัทธา ก่อนที่มันจะพังทลายลงด้วยคมมีดแห่งความเย็นชาจากชายที่เขาเคยเรียกว่า 'สามี'
"คุณแม่ครับ... แล้วบ้านหลังนี้จะไม่มีใครมาหาเราอีกแล้วใช่ไหมครับ?"
เด็กน้อยวัยสี่ขวบเอ่ยถามพลางกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดแน่น กวินชะงักมือที่กำลังจัดวางของลงในกระเป๋าเดินทาง เขาหันไปมองลูกชาย ดวงตาของกานต์ถอดแบบมาจากใครบางคนที่กวินอยากลบเลือนไปให้พ้นจากความทรงจำ ทั้งคิ้วเข้มได้รูปและนัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งที่ดูเหมือนจะมองทะลุปรุโปร่งไปถึงส่วนที่เปราะบางที่สุดในใจ
"ไม่มีใครหาเราเจอหรอกครับ... พ่อสัญญาว่าเราจะเริ่มใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเราอีก"
กวินโกหก... ไม่ใช่เพียงแค่ลูกชาย แต่เขากำลังโกหกตัวเองด้วย การย้ายบ้านครั้งนี้ไม่ใช่การท่องเที่ยว แต่คือการหนีทัพจากการล้อมกรอบของอดีตที่ตามหลอกหลอนมาตลอดห้าปี บ้านหลังใหม่ในย่านชานเมืองที่เงียบเชียบแห่งนี้คือป้อมปราการเพียงหนึ่งเดียวที่เขาหวังว่าจะป้องกันลูกชายจาก 'ความจริง' ที่โหดร้ายเกินกว่าเด็กวัยสี่ขวบจะรับไหว
กวินลากกระเป๋าใบสุดท้ายออกมาวางที่หน้าบ้าน รถบรรทุกขนส่งขนาดเล็กเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด เขาถอนหายใจยาว พลางกวาดสายตามองบ้านไม้สองชั้นที่ดูทรุดโทรมเล็กน้อยแต่มอบความเป็นส่วนตัวได้ดีกว่าคอนโดหรูใจกลางเมืองที่เขาเคยอาศัยอยู่
ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะไขกุญแจประตูบ้าน สัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลมานานก็ตื่นขึ้น กวินสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ซ่านมาจากความมืดมิดในซอกตึกฝั่งตรงข้าม ราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกย่างก้าวของเขาอยู่ สายตาที่เย็นเยียบและวิเคราะห์ทุกรายละเอียดราวกับเขากำลังถูกวางแผนซ้อนแผนอยู่ในสมการที่มองไม่เห็น
"กานต์... เข้าไปในบ้านก่อนลูก เร็วเข้า" กวินสั่งเสียงเข้ม เขาผลักลูกชายเข้าไปในตัวบ้านแล้วปิดประตูลงกลอนทันที หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นความหวาดหวั่นที่คล้ายกับการถูกล่า
ห้าปีที่ปราศจากรอยเท้า... ห้าปีที่เขาคิดว่าเขาลบตัวตนออกไปจากชีวิตของภาคินได้สนิทใจ แต่ทำไมกลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นยาสูบผสมกับกลิ่นโลหะสะอาดๆ ของวิศวกรคนนั้น ถึงยังคงวนเวียนอยู่ในจินตนาการของเขาได้รุนแรงขนาดนี้
กวินเดินไปที่หน้าต่าง บานม่านหนาถูกแง้มออกเพียงเล็กน้อย เขาเห็นรถยุโรปสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่ห่างออกไปหนึ่งช่วงตึก ไฟหน้ารถปิดสนิท ทว่าเงาร่างของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยนั้นดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด ภาคิน... วิศวกรผู้ใช้ชีวิตทุกอย่างด้วยตรรกะและเหตุผล คนที่เคยบอกว่าความรักคือสมการที่ผิดพลาดและเขาไม่ต้องการมัน
กวินกัดริมฝีปากแน่น ความโกรธแค้นในอดีตปะทุขึ้นมาแทนที่ความกลัว เขารู้ดีว่าภาคินไม่มีทางยอมปล่อยให้สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาหายไปโดยไม่ตามหา หากชายคนนั้นพบว่า 'ของเล่น' ที่เขาเคยละทิ้งไปมีค่ามหาศาลกว่าที่คิด ชีวิตที่สงบสุขของกานต์ก็อาจจบลง
เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดดูข้อความเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้รอบบ้าน ก่อนจะชะงักค้างเมื่อหน้าจอแสดงผลกล้องวงจรปิดตัวที่สี่หน้าประตูบ้าน... มีร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มยืนนิ่งอยู่หน้าประตู เขากำลังยกมือขึ้น... ไม่ใช่เพื่อกดกริ่ง แต่เพื่อวางบางสิ่งบางอย่างไว้ที่ธรณีประตู
กวินรีบวิ่งออกไปเปิดประตูอย่างลืมตัว เขาไม่ต้องการให้คนคนนั้นเข้าใกล้ลูกของเขาอีกต่อไป เขาเปิดประตูผลักบานประตูออกไปกว้างสุดแรง
"คุณต้องการอะไรอีก ภาคิน! ห้าปีมันยังไม่พอหรือไง!"
กวินตะโกนออกไปในความมืด แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า ชายคนนั้นหายไปแล้ว ราวกับเป็นเพียงวิญญาณร้ายที่ถูกเรียกออกมาจากความทรงจำ แต่ที่พื้นตรงธรณีประตู มีกล่องกำมะหยี่สีดำวางอยู่หนึ่งใบ และข้างๆ กันนั้นคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา... มันคือสำเนาใบทะเบียนบ้านที่มีชื่อของเขาและกานต์อยู่ข้างใน
กวินหยิบซองเอกสารขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเปิดออกดู สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ มันไม่ใช่แค่เอกสาร... แต่มันคือผลตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมที่มีชื่อของเด็กชายกานต์อยู่ใต้หัวกระดาษของแล็บเอกชนชื่อดังระดับประเทศ พร้อมกับลายเซ็นกำกับในช่องของ 'บิดา' ที่ถูกเซ็นด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินเข้มอย่างหนักแน่น
'กวิน... เธอคิดจริงๆ หรือว่าวิศวกรอย่างฉันจะปล่อยให้สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต หลุดมือไปได้นานถึงห้าปี?'
ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงร่วงหล่นลงมาจากซองเอกสาร กวินทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้ข้างบ้านดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะปรากฏร่างของภาคินที่เดินก้าวออกมาจากเงามืดด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก... สายตาที่เหมือนกับผู้ล่าที่เพิ่งพบเหยื่ออันโอชะที่พยายามหนีมาตลอดห้าปี
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ - ดาร์กไนท์
วิศวกรหัวใจเย็นกับนายแบบหนุ่มสายสตอล์กเกอร์•ตอนที่ 1
ห้าปีที่ปราศจากรอยเท้า
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจเย็นกับนายแบบหนุ่มสายสตอล์กเกอร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
