“ทนายรินรดาคะ... รบกวนช่วยหา ‘คน’ ที่ไม่มีตัวตนให้ดิฉันที”
เสียงของหญิงวัยกลางคนสั่นเครือ แต่มั่นคงในความสิ้นหวัง เธอวางแฟ้มเอกสารสีเทาลงบนโต๊ะไม้โอ๊คขัดเงา รินรดาเลื่อนสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยเส้นกราฟคดีฉ้อโกงบริษัทข้ามชาติ ขึ้นมามองแขกผู้มาเยือนด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่าคมกริบดุจใบมีด
รินรดาไม่ชอบความคลุมเครือ เธอชอบตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ลายเซ็นที่ระบุตัวตน และคำให้การที่หักล้างไม่ได้ด้วยตรรกะ
“คุณกำลังขอให้ฉันทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ค่ะ คุณปาริฉัตร” รินรดาตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ในทางกฎหมาย คนที่ไม่มีศพ ไม่มีหลักฐานการตาย และไม่มีร่องรอยการมีอยู่จริงในฐานข้อมูลรัฐ เราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความว่างเปล่า’ ไม่ใช่คดีความ”
“แต่เขามี ‘รหัส’ ค่ะ” ปาริฉัตรเคาะนิ้วลงบนแฟ้ม “รหัสที่ถูกเขียนทับด้วยความทรงจำที่หายไป”
รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง มือเรียวบางภายใต้สูทคัตติ้งเนี้ยบเอื้อมไปเปิดแฟ้ม ในนั้นไม่มีใบมรณบัตร ไม่มีภาพถ่ายที่เกิดเหตุ มีเพียงไดร์ฟจัดเก็บข้อมูลขนาดจิ๋วหนึ่งอัน และบันทึกย่อที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *‘อาคเนย์’*
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน รินรดารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เธอเป็นคนประเภทที่เชื่อในสิ่งที่สัมผัสได้เท่านั้น แต่ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับไดร์ฟเหล็กเย็นเฉียบนั้น สัญชาตญาณบางอย่างก็ร้องเตือน
...ความผิดปกติที่สมบูรณ์แบบกำลังรอเธออยู่
สองชั่วโมงต่อมา รินรดายืนอยู่หน้าห้องพักหรูในคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่เงียบเชียบจนน่าอึดอัด นี่คือจุดหมายปลายทางเดียวที่บันทึกนั้นระบุไว้ เธอใช้คีย์การ์ดสำรองที่ได้รับมาจากปาริฉัตรเปิดประตูเข้าไป
ห้องมืดสลัว กลิ่นของโอโซนและไอเย็นจากเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานหนักอบอวลอยู่ในอากาศ กลางห้องนั่งเล่น ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หนัง เขาไม่ได้หันมามองรินรดาแม้แต่น้อย สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายรหัสอัลกอริทึมสีเขียวสลับดำวิ่งผ่านไปมาด้วยความเร็วที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถอ่านทัน
“คุณมาสายไปสิบสี่วินาทีครับ ทนาย”
เสียงนั้นแหบพร่าและราบเรียบพอๆ กับรินรดา เธอเดินเข้าไปใกล้ กวาดสายตามองความโกลาหลที่ดูมีระเบียบตรงหน้า
“คุณคืออาคเนย์?”
ชายหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์แต่แววตากลับว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่กลืนกินแสงสว่าง เขามีรอยแผลเป็นจางๆ ที่ขมับซ้าย ดูเหมือนรอยเย็บจากการผ่าตัดที่ซับซ้อน
“อาคเนย์เป็นแค่ชื่อที่คนอื่นตั้งให้” เขาเอ่ย พลางหยิบแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบ “ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร หรือทำไมอัลกอริทึมในหัวผมถึงกำลังนับถอยหลังสู่การลบเลือนข้อมูลชุดสุดท้ายของผมเอง”
รินรดาย่อตัวลงนั่งในระดับสายตาเดียวกับเขา ความเย็นชาในแววตาของเธอสั่นคลอนเล็กน้อย “บันทึกนั่นบอกว่าคุณคือพยานปากเอกของคดีการหายตัวไปของวิศวกรซอฟต์แวร์สามคนเมื่อเดือนก่อน แต่ระบบทะเบียนราษฎร์บอกว่าคุณตายไปแล้วตั้งแต่วันที่คดีนั้นเกิดขึ้น”
อาคเนย์แค่นหัวเราะ “ถ้าผมตาย แล้วใครคือคนที่นั่งคุยกับคุณอยู่ตอนนี้? ผีงั้นหรือ? หรือว่า... ผมเป็นเพียงโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อปิดบังความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นกันแน่?”
รินรดาสูดลมหายใจลึก เธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา เธอหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาและเริ่มเปิดหน้าโปรแกรมถอดรหัสที่เธอพัฒนาขึ้นเอง “ถ้าคุณเป็นรหัส ฉันก็จะ ‘ดีโค้ด’ คุณเอง แต่บอกไว้ก่อนนะอาคเนย์ ฉันไม่ชอบความผิดพลาด”
“ความผิดพลาดคือความสวยงามเพียงอย่างเดียวของมนุษย์ครับ ทนาย” อาคเนย์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นโลหะ “แต่ดูเหมือนว่า... ในขณะที่เรากำลังหาทางเข้าถึงรหัสของผม มีใครบางคนกำลังลบข้อมูลในตัวผมออกไปทีละวินาที”
ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจกเตอร์ทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังสนั่นไปทั่วห้อง รินรดาชะงัก เธอรีบคว้าข้อมือของอาคเนย์เพื่อจะดึงเขาออกห่างจากระบบ แต่สัมผัสนั้นกลับทำให้เธอต้องเบิกตากว้าง
ใต้ผิวหนังที่ข้อมือของเขา... มันไม่ใช่ชีพจรที่เต้นเป็นจังหวะ แต่เป็นแสงไฟสัญญาณที่กะพริบถี่ๆ ตามจังหวะของระบบที่กำลังพังทลาย
อาคเนย์มองรอยแผลเป็นที่ข้อมือตัวเองด้วยสายตาสงบนิ่งราวกับมองดูความตายของคนอื่น “รินรดา ดูที่กำแพงข้างหลังคุณสิครับ”
รินรดาหันขวับไปมอง รอยแยกบนผนังคอนกรีตค่อยๆ ปริออก เผยให้เห็นกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ติดตั้งไว้ซ่อนตัวอยู่หลังวอลเปเปอร์ที่ถูกกรีดออกอย่างประณีต ไม่ใช่แค่หนึ่งตัว แต่เป็นสิบ!
มันหมายความว่าทุกคำพูด ทุกการขยับตัวของเธอตั้งแต่ก้าวเข้าห้องนี้ ถูกถ่ายทอดสดไปยังใครบางคนที่เฝ้ามองอยู่ และนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
รินรดาหยิบเครื่องสแกนสัญญาณออกมา แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เช็กความถี่ เสียงเคาะประตูห้องอย่างหนักหน่วงก็ดังขึ้น... *ปัง! ปัง! ปัง!* ตามด้วยเสียงปลดล็อกประตูอัตโนมัติจากภายนอก
“พวกเขามารับ ‘ข้อมูล’ คืนแล้วครับ” อาคเนย์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก “จำไว้นะทนาย... อย่าไว้ใจสิ่งที่ตาเห็น เพราะตัวจริงของผม ไม่เคยอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันแรกแล้ว”
ประตูห้องเปิดออกกว้าง เงาร่างสามร่างในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ รินรดารู้สึกได้ถึงปลายกระบอกปืนที่จ่อมาทางเธอ ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจไม่ใช่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นรอยยิ้มสุดท้ายของอาคเนย์ที่ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศราวกับโฮโลแกรมที่ถูกตัดไฟ
รินรดาหันกลับไปมองเก้าอี้ตัวเดิม... อาคเนย์หายไปแล้ว! เหลือทิ้งไว้เพียงสร้อยคอเงินที่มีจี้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสวางอยู่บนเบาะ ซึ่งเมื่อเธอหยิบมันขึ้นมา หน้าจอในห้องทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระซิบเบาๆ จากเครื่องส่งสัญญาณที่เธอเพิ่งได้รับมา
*‘รหัสที่หายไป... อยู่ที่คอของคุณแล้ว’*
หวังว่าเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นในความมืดมิดนี้ จะตรึงใจรี้ดเดอร์ทุกท่านให้ร่วมออกเดินทางไปพร้อมกับรินรดานะคะ ขอบคุณที่ร่วมเปิดรหัสลับไปพร้อมกับกระจกเงาต้องสาปค่ะ
ดีโค้ดรอยจำ: ปริศนาคดีอัลกอริทึมมรณะ•ตอนที่ 1
รหัสที่หายไป
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดรอยจำ: ปริศนาคดีอัลกอริทึมมรณะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
