"อย่าขยับ... ปล่อยให้มันดูดซับไอเย็นจากนิ้วมือคุณไปก่อน ถ้าใจร้อนกระชากออกมาตอนนี้ เส้นใยกระดาษที่กรอบเป็นเถ้าถ่านนี่จะกลายเป็นผุยผงทันทีค่ะ"
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่กังวานด้วยอำนาจสั่งการของศิรินทร์ดังขึ้นข้างใบหู รวินทร์ชะงักมือที่กำลังสั่นน้อยๆ ค้างไว้เหนือปกสมุดบันทึกหนังแกะที่ถูกผนึกด้วยหยาดเลือดแห้งกรัง ซอกหลืบมืดมิดใต้ชั้นเก็บเอกสารสำรองของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้มีแค่กลิ่นอับชื้น แต่มันตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของ 'กาลเวลาที่ถูกกักขัง'
เขาสูดลมหายใจลึก พยายามคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึก ความร้อนจากปลายนิ้วค่อยๆ ถ่ายเทลงสู่ตัวเล่ม สมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ใช่แค่สมุดธรรมดา แต่มันคือจดหมายเหตุของบรรพบุรุษตระกูล 'อคราเวทย์' ที่หายสาบสูญไปนานกว่าห้าทศวรรษ
"ทำไมมันถึงมาอยู่ในห้องเก็บของชั้นใต้ดินที่ถูกปิดตายล่ะครับ... เอ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณศิรินทร์คิดว่ามันคือกับดักไหม" รวินทร์เอ่ยถามขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลคู่คมยังคงจ้องมองอักขระสีทองที่เริ่มเปล่งแสงริบหรี่ราวกับมีชีวิต
ศิรินทร์ในชุดสีขาวนวลลอยตัวอยู่เคียงข้างเธอ ดวงตาสีฟ้าใสราวน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง "กับดักหรือของขวัญ เส้นแบ่งมันบางยิ่งกว่าใบมีดโกนค่ะรวินทร์ ดูลายเซ็นบนปกนั่นสิ... ลายเส้นแบบนี้ มันไม่ได้ถูกทิ้งไว้ให้ใครมาพบเจอ แต่มันถูก 'ซ่อน' ไว้เพื่อรอให้คนที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับผู้เขียนมาพบต่างหาก"
รวินทร์ใช้อุปกรณ์คีบปลายแหลมค่อยๆ แงะสลักโลหะที่ล็อกเล่มสมุดออก แรงสั่นสะเทือนเบาๆ สะท้อนผ่านผิวหนังของเขา มันไม่ใช่แรงสั่นของแผ่นดินไหว แต่เป็นเสียงกระซิบจากวิญญาณที่สถิตอยู่ในหน้ากระดาษเหล่านั้น เมื่อสมุดเล่มนั้นเผยอออก กลิ่นอายโบราณที่ทรงพลังก็ถาโถมเข้าใส่จนรวินทร์ต้องหลับตาแน่น
ภาพเหตุการณ์ประหลาดนับร้อยฉายชัดขึ้นในห้วงความคิด—ภาพของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในยุคที่ยังเป็นเพียงคฤหาสน์ไม้สักทอง, ภาพพิธีกรรมเบิกเนตรโบราณวัตถุ, และภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายรวินทร์ราวกับแกะ กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนบันทึกด้วยมือที่เปื้อนเลือด
*‘แด่ผู้มาเยือนหลังความตาย... หากเจ้าอ่านข้อความนี้ จงรู้ไว้ว่าข้าไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่ข้าถูกพรากไปเพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังกระจกเงาชั้นที่สามของอาคารทิศใต้’*
รวินทร์ลืมตาขึ้นทันที หัวใจเต้นผิดจังหวะ "กระจกเงาชั้นที่สาม... นั่นมันโถงจัดแสดงนิทรรศการถาวรนี่ครับ! คุณศิรินทร์ เราต้องไปเดี๋ยวนี้"
"เดี๋ยวค่ะ!" ศิรินทร์รีบดึงแขนเขาไว้ แรงมหาศาลจากวิญญาณสาวทำให้รวินทร์ชะงัก "ดูที่หน้าสุดท้ายก่อน... อย่าเพิ่งใจร้อน"
รวินทร์พลิกไปหน้าสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง เมื่อเห็นภาพสเก็ตช์ที่วาดขึ้นด้วยลายเส้นมือนิ่งสนิท เป็นภาพของเขาเอง... รวินทร์ที่ยืนถือบันทึกเล่มนี้อยู่ตรงจุดที่เขายืนอยู่ตอนนี้เป๊ะๆ พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพว่า *'หลานชายข้าได้กลับมาทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิงไปแล้ว'*
ทว่าทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่ควรจะปิดตาย เสียงขูดขีดของโลหะกับพื้นปูนลากยาวเข้ามาใกล้ บรรยากาศภายในห้องที่เคยนิ่งสนิทเริ่มบิดเบี้ยว อากาศรอบตัวกลายเป็นหนืดข้นจนแทบหายใจไม่ออก
"รวินทร์... ดูที่สมุดนั่นสิ" เสียงของศิรินทร์สั่นพร่าเป็นครั้งแรก
ตัวอักษรในสมุดบันทึกเริ่มขยับเขยื้อน ราวกับมดนับหมื่นตัวที่กำลังคลานหนีตาย มันมารวมตัวกันจนกลายเป็นประโยคใหม่ที่อ่านได้ชัดเจนว่า: *'พวกมันรู้แล้วว่าเจ้ามาถึง'*
เสียงประตูเหล็กหนาหนักที่ถูกล็อกด้วยกุญแจกลไกห้าระดับถูกกระชากจนบิดเบี้ยวเสียงดัง 'โครม!' ร่างเงาดำทมิฬที่ไม่มีเค้าโครงของมนุษย์ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา ดวงตาสีแดงฉานหลายสิบคู่จ้องมองมาที่รวินทร์ มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บยาวแหลมขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ในขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมสีน้ำเงินเข้มที่เป็นระบบภารกิจลึกลับในสายตาของรวินทร์ก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ SSS - 'การล้างมลทินของตระกูลอคราเวทย์' เริ่มต้นขึ้นแล้ว]
[เงื่อนไข: ห้ามทิ้งสมุดบันทึกเล่มนี้ และห้ามให้สิ่งที่อยู่ในกระจกเงาชั้นที่สามหลุดออกมาจากเขตแดนพิพิธภัณฑ์]
[สถานะวิกฤต: บอสลับ 'ผู้พิทักษ์แห่งความลับที่ถูกลืม' ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว!]
รวินทร์กำสมุดบันทึกแน่นจนสันปกบาดฝ่ามือ เลือดสีแดงสดหยดลงบนหน้ากระดาษ ทันใดนั้นเงาร่างตรงหน้าก็หยุดนิ่ง มันไม่ใช่แค่การจ้องมอง แต่มันกำลัง 'สูดดม' กลิ่นเลือดของเขาด้วยความหิวกระหาย ก่อนที่มันจะแสยะยิ้มที่กว้างเกินกว่าใบหน้ามนุษย์จะทำได้
"คุณศิรินทร์... ดูเหมือนว่าของขวัญจากบรรพบุรุษชิ้นนี้ จะแถมความตายมาให้เราด้วยนะ" รวินทร์พึมพำพร้อมกับหยิบเหรียญอาคมขึ้นมาเตรียมพร้อม สัญชาตญาณนักล่าวิญญาณบอกเขาว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้จบแค่การไขปริศนา แต่มันคือการเดิมพันด้วยวิญญาณของเขาเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้การเติบโตของรวินทร์และศิรินทร์ในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ นภากระซิบผีสัญญาว่าจะพาไปพบกับความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ
คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ•ตอนที่ 30
สมุดบันทึกที่สาบสูญ
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีลับหลังชั้นหนังสือ: บันทึกคนเป็นล่าวิญญาณคืนชีพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!