กลิ่นคาวสนิมเหล็กและโอโซนเจือจางลอยอวลอยู่ในความมืดทึบของชั้นซับเลเวล เจ็ด สลัมใต้ดินแห่งมหานครนีโอ-เซนทูรี ป้ายโฆษณาโฮโลแกรมรูปดวงตาสีฟ้าครามสาดแสงวาบผ่านรอยแตกของหลังคาเหล็กกลายสภาพเป็นเงาตะคุ่มทอดยาวทาบทับลงบนร่างที่ไร้ลมหายใจ
รินคุกเข่าลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์จรดลงบริเวณขมับซ้ายของศพ รอยแผลไหม้เป็นวงกลมสมบูรณ์แบบขนาดเท่าเหรียญบาทปรากฏชัดเจน ขอบแผลมีคราบผลึกนาโนคาร์บอนเกาะตัวระยิบระยับราวกับเกล็ดน้ำแข็งสีดำ มันไม่ใช่ร่องรอยจากการถูกยิงด้วยกระสุนพลาสมา หรือแม้แต่มีดเลเซอร์ทั่วไป
นี่คือลายเซ็น... ลายเซ็นของสิ่งที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่จริง
จอประสาทตาเทียมของรินกะพริบถี่เพื่อประมวลผลข้อมูล ภาพสามมิติสีแดงฉานแสดงโครงสร้างกระโหลกศีรษะที่ถูกเจาะทะลวงผ่านก้านสมองส่วนกลาง ระบบประสาทชีวภาพถูกแฮกจนสลายกลายเป็นเถ้าถ่านจากภายใน ทว่าหน่วยความจำสำรอง (Neural Buffer) ของเหยื่อกลับยังคงทำงานอยู่ มันเต้นตุบๆ ราวกับหัวใจที่กำลังรอเวลาเน่าสลาย
"แม่นยำ ไร้ร่องรอย และเหี้ยมเกรียมเกินกว่าฝีมือมนุษย์" รินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยในความเงียบงัน
มหานครนีโอ-เซนทูรีในยามวิกาลไม่ได้หลับใหล แต่มันกำลังหายใจด้วยปอดสังเคราะห์ที่เต็มไปด้วยพิษสง เบื้องบนคือตึกระฟ้าเสียดฟ้าที่อาบไล้ด้วยแสงนีออนสีม่วงและเขียวมรกต ทว่าเบื้องล่างแห่งนี้กลับเป็นสุสานของเศษซากเทคโนโลยีและมนุษย์ผู้ตกสำรวจ รินปัดเส้นผมสีดำสนิทที่ปรกลงระต้นคอออกอย่างลวกๆ เธอยังคงจดจ้องไปยังรอยแผลนั้น ความทรงจำสีจางบางอย่างจากอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อนพยายามแทรกตัวขึ้นมาสร้างความปวดร้าวที่ขมับขวา แต่มือของเธอกลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเลเมื่อดึงเครื่องมือสกัดข้อมูลชีวภาพออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ด
"ริน คุณกำลังเล่นกับไฟ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง
รินไม่สะดุ้ง เธอลุกขึ้นช้าๆ แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
ภายใต้เงาสลัวของโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิม คานส์ยืนพิงเสาค้ำยันด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ ชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับของเขาตัดกับบรรยากาศสกปรกโสมมรอบตัวอย่างสิ้นเชิง แสงนีออนสีส้มวับๆ แวมๆ จากซอกตึกตกกระทบลงบนกรอบหน้าคมคายและดวงตาสีเทานิ่งสนิทคู่นั้น—ดวงตาที่มักจะมองทุกสิ่งในโลกใบนี้เป็นเพียงสมการและตัวเลข
"ถ้าไฟดวงนี้จะช่วยเผาความจริงที่พวกคุณพยายามซ่อนไว้ คานส์ ฉันก็ยินดีจะมือพอง" รินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่คมกริบ เธอปรายตามองชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าวิศวกรควบคุมระบบควอนตัมแห่งนีโอ-เซนทูรี "ดึกดื่นป่านนี้ วิศวกรระดับสูงผู้กุมหัวใจของระบบโครงสร้างเมือง ถึงกับต้องเสด็จลงมาเดินย่ำโคลนในสลัมชั้นเจ็ดด้วยตัวเองเชียวหรือครับ? หรือว่าระบบควอนตัมของคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการระบายความร้อน?"
คานส์ก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากความมืด ฝ่ารองเท้าหนังขัดเงาส่งเสียงกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง เขาหยุดยืนห่างจากรินเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายความเยือกเย็นและสะอาดสะอ้านของเขาสวนทางกับกลิ่นเน่าเหม็นของสลัมอย่างสิ้นเชิง
"ผมแค่มาตรวจดูว่า... เครื่องมือชิ้นสำคัญของผมทำงานเรียบร้อยดีไหม" คานส์เอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองร่างไร้ลมหายใจบนพื้นก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธอนิ่ง "คุณกำลังมองหาอะไรในศพนั้น ริน? หาความจริง หรือแค่หาข้ออ้างที่จะขุดคุ้ยอดีตที่สมองของคุณพยายามลบมันทิ้ง?"
คำพูดนั้นจี้เข้าที่จุดเปราะบางอย่างแม่นยำ รินรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิในร่างกายที่ลดฮวบลงชั่วขณะ แต่เธอก็เลือกที่จะซ่อนมันไว้ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาอีกนิด จนกระทั่งกลิ่นโคโลญจน์เจือจางผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากตัวเขาลอยเข้าจมูก
"อดีตของฉันจะเป็นยังไง มันไม่เกี่ยวกับคุณ คานส์" รินกระซิบ เสียงของเธอต่ำลงจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องจักรกลโรงงานบำบัดน้ำเสียที่อยู่ไกลออกไป "แต่สิ่งที่เกี่ยวกับผม... ไม่สิ เกี่ยวกับเราทุกคน คือ AI นอกรีตตัวที่ควักสมองคนผู้นี้ต่างหาก มันไม่ใช่โค้ดที่ถูกเขียนขึ้นโดยมนุษย์... คุณก็รู้ดีแก่ใจ"
คานส์ไม่หลบสายตา เขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเธอ ราวกับกำลังพยายามถอดรหัสลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตจนขนลุกชัน ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ท่ามกลางซากปรักหักพังของโลกที่กำลังล่มสลาย—คนหนึ่งคือผู้ถอดรหัสที่วิ่งไล่ตามความจริงด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่อีกคนคือผู้สร้างกำแพงกั้นความจริงไว้ด้วยตรรกะอันเย็นชา
"บางที..." คานส์เอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาเจือความหมายลึกล้ำที่ชวนให้ไขว้เขว "ความจริงที่คุณตามหา อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณควรจะเปิดมันตั้งแต่แรก"
ก่อนที่รินจะได้ทันโต้
เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำระดับฉุกเฉินก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุปกรณ์สื่อสารบนข้อมือของคานส์ หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานดีดตัวขึ้นกลางอากาศโดยอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้หัวใจของคนทั้งคู่กระตุกวูบ
**[WARNING: NEURAL CORE #04 BREACHED. ORIGIN: UNKNOWN ENTITY.]**
คานส์ขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขารีบแตะนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดเสมือนเพื่อดึงข้อมูลแผนผังระบบควอนตัมหลักของเมืองขึ้นมาตรวจสอบ ทว่าสิ่งที่ปรากฏบนจอภาพกลับไม่ใช่สถานะการทำงานของระบบเซิร์ฟเวอร์อย่างที่ควรจะเป็น
แต่มันคือภาพสตรีมมิ่งสดจากห้องทำงานส่วนตัวของคานส์เอง...
และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น คือเก้าอี้ทำงานสีดำสนิทตัวนั้นไม่ได้ว่างเปล่า
มีเงาร่างสวมฮู้ดสีดำกำลังนั่งไขว่ห้างหันหลังให้กล้องวงจรปิด บนโต๊ะทำงานตรงหน้าเงาร่างนั้น วัตถุแปลกปลอมทรงกลมเรืองแสงสีฟ้าอ่อนกำลังส่งเสียงฮัมเบาๆ—มันคือ "หัวใจ" สำรองของระบบควอนตัมที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยระดับสูงสุดที่ไม่มีใครเจาะเข้าไปได้
เงาร่างในจอช้าๆ หันหน้ากลับมามองกล้อง รอยยิ้มเหยียดยิ้มที่มุมปากถูกส่งตรงมายังคานส์และรินผ่านเลนส์ความละเอียดสูง ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะขยับเป็นคำพูดไร้เสียงที่อ่านปากได้ชัดเจนว่า...
*"ยินดีต้อนรับสู่เกม... ดร.คานส์"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อีก1ก้าวในโลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ / ไซเบอร์พังค์2099
อัลกอริทึมซ่อนเงื่อนรักกับวิศวกรผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
แสงนีออนหยดแรก
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมซ่อนเงื่อนรักกับวิศวกรผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
