“หยุดมือซะ รินลดา... ถ้าไม่อยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเธอต้องกลายเป็นไฟล์ขยะที่ใครก็เปิดไม่ออก”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังก้องขึ้นในความมืดของห้องทำงานส่วนตัว กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมไม้กฤษณาผสมกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงลอยปะทะจมูกหญิงสาวทันทีที่เธอหยุดนิ้วที่กำลังรัวอยู่บนแป้นคีย์บอร์ด
รินลดาสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงปรากฏแถบสีเขียววิ่งวนอยู่เพียงน้อยนิด เธอพยายามรักษาจังหวะลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะค่อยๆ หันเก้าอี้ทำงานกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียง
ในเงามืดมุมห้อง 'คีริน' ยืนพิงผนังอยู่ตรงนั้น เขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มที่ขับให้รูปร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นน่าเกรงขาม ดวงตาสีครามเข้มคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับแฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้รินลดาแทบหยุดหายใจ
“คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่นไหวอย่างที่ใจคิด แต่มันแฝงความประชดประชันเอาไว้
คีรินก้าวออกมาจากเงามืด ช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอที่รินลดาพยายามจะปิดซ่อน “นานพอที่จะเห็นว่าเธอเก่งแค่ไหน... เก่งจนน่าหงุดหงิดที่ต้องมาเห็นเธอเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับไฟล์ข้อมูลผุๆ พังๆ พวกนี้”
“ไฟล์นี้ไม่ใช่ขยะ แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากคนโฉดที่คุณปกป้องอยู่ออกมาต่างหาก” รินลดาโต้กลับพลางเอื้อมมือไปคว้าแฟลชไดร์ฟที่เสียบคาอยู่ แต่คีรินกลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดพอที่จะตรึงเธอไว้กับที่
“หน้ากากเหรอ?” คีรินโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะกับข้างแก้มของเธอ “ริน... โลกใบนี้มันไม่มีสีขาวหรือดำหรอก มีแต่เฉดสีเทาที่พร้อมจะกลืนกินคนโง่ที่คิดจะทำตัวเป็นฮีโร่”
รินลดาสบตาเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มตระหนักว่าเธอกำลังเล่นกับไฟที่ร้อนแรงเกินกว่าจะควบคุม “ฉันไม่เคยอยากเป็นฮีโร่ ฉันแค่ต้องการความยุติธรรมให้ครอบครัวของฉัน... ซึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณไม่มีวันเข้าใจ”
คีรินนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาสีครามสั่นไหวก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่น่ากลัวกว่าเดิม มืออีกข้างของเขาไล้เบาๆ ไปตามแนวสันกรามของเธอ ก่อนจะเชยคางหญิงสาวให้เงยขึ้นรับสายตา “ฉันเข้าใจดีกว่าใคร... รินลดา เพราะถ้าฉันไม่เข้าใจ ฉันคงไม่ยืนมองเธอทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้มาตลอดสองปี”
ประโยคนั้นทำให้รินลดาชะงัก ลมหายใจของเธอติดขัด “คุณหมายความว่ายังไง?”
คีรินไม่ตอบ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขา หัวใจของรินลดาสั่นรัวยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความหวั่นไหวที่ปะทะเข้ามาในความเงียบงัน
ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเดือดพล่านด้วยเคมีอันตรายและคำถามที่ค้างคา เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้นเป็นจังหวะต่อเนื่อง—ข้อมูลถูกแฮ็กสำเร็จแล้ว แถบสีเขียวพุ่งถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แทนที่จะเป็นไฟล์หลักฐานที่เธอต้องการ หน้าจอกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมตัวอักษรสีขาวที่ขึ้นข้อความว่า *‘We see you’*
รินลดาเบิกตากว้าง เธอไม่ได้เป็นคนแฮ็กมันเพียงคนเดียว แต่มันมีการตอบโต้กลับจากบุคคลที่สามที่เธอไม่ทันสังเกตเห็น
คีรินผละออกจากตัวเธอทันที ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นในพริบตา เขารีบดึงแฟลชไดร์ฟออกจากเครื่องแล้วเก็บเข้ากระเป๋าสูทอย่างรวดเร็ว
“เราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน” คีรินกระซิบ เสียงของเขาเรียบเย็นแต่ทรงพลัง เขาส่งสายตาไปยังประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท “พวกมันรู้แล้วว่ารหัสผ่านถูกไข... และตอนนี้ พวกมันกำลังอยู่หน้าห้องนี้”
ก่อนที่รินลดาจะทันได้เอ่ยปากถาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงปลดล็อกประตูที่ดัง ‘กริ๊ก’ อย่างช้าๆ
คีรินคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ออกแรงดึงให้เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ “ถ้าไม่อยากตายวันนี้ ก็หุบปากแล้ววิ่งไปกับฉัน”
ประตูห้องถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของชายชุดดำหลายคนปรากฏขึ้นในกรอบประตู พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยต่อของความลับในตอนแรกนี้นะครับ "ประตูมิติที่แปด" จะพาทุกท่านไปต่อในตอนหน้าครับ
ดีลเลอร์นัยน์ตาสีครามกับเกมซ่อนกลิ่นอาชญากรรม•ตอนที่ 1
ไฟล์ที่ไม่มีวันถูกเปิด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลเลอร์นัยน์ตาสีครามกับเกมซ่อนกลิ่นอาชญากรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
