ความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากด้วยคลื่นพลาสมาความถี่สูงไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายมนุษย์จะจดจำด้วยความยินดี แต่สำหรับเรย์ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำควอนตัม
กลิ่นไหม้ของฉนวนกันความร้อนและเสียงเตือนระดับวิกฤตของระบบ *'Chronos-Engine'* ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ก่อนที่ทัศนียภาพรอบตัวจะถูกบดบังด้วยความมืดมิดอันว่างเปล่าชั่วขณะหนึ่ง
*ฟึบ.*
เปลือกตาของเด็กหนุ่มกระตุกไหว เรย์สูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก ร่างกายดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้คำนวณด้วยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาสสีนิลเบิกกว้างเพื่อปรับโฟกัสกับแสงเรืองรองสีฟ้าครามของหน้าจอโฮโลแกรมที่ลอยวนอยู่รอบตัว
"อัตราการซิงโครนัสยังคงเสถียร... แสดงว่าการรีเซ็ตลูปสมบูรณ์แบบ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องปฏิบัติการใต้ดิน ดร.ลีอาห์ยืนกอดอกอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก เสื้อกาวน์สีขาวของเธอยังคงไร้รอยยับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงมาที่เขาโดยไม่มีความประหลาดใจเจือปนแม้แต่น้อย เธอก็เช่นเดียวกับเขา—จดจำทุกความตายที่ผ่านมาได้ทั้งหมด
เรย์ยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อขับไล่อาการวิงเวียนจากการย้อนเวลา ความทรงจำของความล้มเหลวในลูปที่สิบเอ็ดไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำเชี่ยว
ในลูปก่อนหน้านี้ พวกเขาประเมินความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กในห้องทดลองภาคผนวกต่ำเกินไป เรย์เลือกที่จะใช้เส้นทางลัดผ่านท่อระบายความร้อนเพื่อประหยัดเวลาสามสิบวินาที แต่ผลลัพธ์คือการเดินเข้าไปติดกับดักพลังงานที่อัลกอริทึมป้องกันภัยอัตโนมัติสร้างขึ้น การตายครั้งนั้นรวดเร็ว ไร้ความปรานี และสอนให้เขารู้ว่า... ในดินแดนแห่งความน่าจะเป็นนี้ ความเร็วมักจะมีราคาค่างวดที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจเสมอ
"เราพลาดตรงตัวแปรการไหลของกระแสในเซกเตอร์ C ครับ ดร.ลีอาห์" เรย์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "อัลกอริทึมของป้อมปราการไม่ได้สุ่มเส้นทาง มันใช้ตรรกะแบบฟีโบนัตชีในการหมุนเวียนพลังงาน ถ้าเราเดินเร็วกว่ากำหนดครึ่งจังหวะ ระบบจะมองว่าเราเป็นสิ่งแปลกปลอมระดับวิกฤตและทำลายทิ้งทันที"
ดร.ลีอาห์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง เธอกดปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรม ภาพจำลองสามมิติของฐานทัพใต้ดินถูกฉายขึ้นกลางห้อง พร้อมกับเส้นสีแดงที่แสดงจุดตายในลูปก่อนหน้า
"นายฉลาดขึ้นทุกครั้งที่ตายนะ เรย์" อาจารย์สาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่วแฝงด้วยความชื่นชม "แต่มนุษย์เราไม่ใช่คอมพิวเตอร์ การตายสิบเอ็ดครั้งไม่ได้หมายความว่านายจะชินชาความเจ็บปวด ความผิดพลาดทางจิตวิทยาอาจเกิดขึ้นได้ถ้าจิตใจนายรับภาระมากเกินไป"
"ผมจัดการกับความรู้สึกได้ครับ ความสูญเสียในอดีตสอนผมว่า หากผมไม่รอบคอบให้มากกว่านี้ โอกาสที่จะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยจะมีมากกว่าความตายเสียอีก"
เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวหยิบแท็บเล็ตคำนวณขึ้นมาปลายนิ้วรัวลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแก้ไขโค้ดคำสั่งในระบบจำลองสถานการณ์ ความนิ่งสงบและระเบียบวินัยที่ถูกหล่อหลอมมาจากการสูญเสียครอบครัวในอุบัติเหตุครั้งเก่า กลายเป็นเกราะคุ้ม
การตายในลูปไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่มันคือ "ข้อมูลดิบ" ที่มีค่าที่สุดในการสร้างอัลกอริทึมสุดท้าย
บรรยากาศในห้องปฏิบัติการเต็มไปด้วยความตึงเครียดแต่น่าหลงใหล กลไกเฟืองควอนตัมส่งเสียงคลิกเบาๆ ทุกครั้งที่เรย์ปรับแก้ค่าความน่าจะเป็น ดร.ลีอาห์เดินเข้ามาใกล้ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเธอแตะลงบนไหล่ของเขาเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจแบบเงียบเชียบ สหายร่วมรบสองชีวิตที่ติดอยู่ในวังวนเวลา ต่างรู้ดีว่าเวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง การรีเซ็ตแต่ละครั้งใช้พลังงานแกนกลางมหาศาล และหากลูปนี้ล้มเหลวอีก ระบบอาจจะล็อกถาวรและกักขังพวกเขาสองคนไว้ในห้วงมิติที่แตกสลายไปตลอดกาล
"แผนการในลูปที่สิบสองนี้ เราจะไม่หลบเลี่ยงระบบป้องกัน" เรย์ชี้ไปยังจุดกึ่งกลางของแผนผังโฮโลแกรม ดวงตาเป็นประกายด้วยความมั่นใจ "เราจะใช้ช่องโหว่จากการคำนวณซ้ำของมันเอง แทรกแซงรหัสผ่านในเสี้ยววินาทีที่ระบบกำลังรีบูตตัวเอง"
"เสี่ยงมาก ถ้านายคำนวณองศาผิดพลาดแม้แต่นาโนวินาทีเดียว แรงระเบียบสะท้อนกลับจะหลอมละลายกระดูกสันหลังของนายทันที" ดร.ลีอาห์เตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายความกังวลลึกๆ
"ผมคำนวณไว้หมดแล้วครับ ความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จอยู่ที่ 94.7 เปอร์เซ็นต์" เรย์หันไปสบตาเธอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ผมไม่ยอมตายฟรีเป็นครั้งที่สิบสองหรอกครับ"
พวกเขาทั้งสองเริ่มลงมือปฏิบัติการทันที ความแม่นยำในทุกย่างก้าวถูกจำลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัวของเรย์ ทุกท่วงท่า ทุกจังหวะการหายใจ และทุกคำสั่งที่ป้อนลงในเครื่องมือถูกคิดคำนวณมาอย่างดีเยี่ยมราวกับบทเพลงซิมโฟนีแห่งความตายและการเกิดใหม่ เมื่อประตูห้องนิรภัยเบื้องหน้าเปิดออก เสียงกลไกโลหะหนักอึ้งดังกังวาน กลิ่นไอออนจากโลกภายนอกลอยเข้ามาปะทะใบหน้า
เรย์ก้าวเท้าออกไปเป็นคนแรก พร้อมกับดร.ลีอาห์ที่คุมเชิงอยู่ด้านหลัง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาวิเคราะห์ไว้จากความตายครั้งก่อน ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติยิงลำแสงพลาสมาพุ่งเฉียดไหล่ของเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แต่ด้วยการปรับองศาและการคำนวณเวลาที่แม่นยำ เรย์สามารถหลบหลีกและพุ่งตัวเข้าสู่ห้องควบคุมหลักได้สำเร็จ
มือของเรย์วางลงบนแผงควบคุมแม่ข่าย รหัสผ่านชุดสุดท้ายถูกป้อนลงไปอย่างรวดเร็ว หน้าจอหลักเปลี่ยนจากสีแดงฉานกลายเป็นสีเขียวมรกตที่สงบเยือกเย็น เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้นในหัวของเขา
*[ระบบรักษาความปลอดภัยเซกเตอร์ C ถูกปิดการใช้งานชั่วคราว]*
*[เงื่อนไขภารกิจเสร็จสิ้น: ปลดล็อกเส้นทางสู่ห้องสมุดควอนตัมโบราณ]*
เรย์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยที่สุด การตายในลูปก่อนหน้านี้ไม่ได้สูญเปล่า เขาสามารถก้าวข้ามกำแพงแห่งความตายมาได้อีกหนึ่งขั้น แต่ทว่า... ก่อนที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะจะจางหายไปจากมุมปาก เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดชนิดใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในระบบ ก็ดังขึ้นแทรกแซงเสียงของเครื่องจักร
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! — [คำเตือน: ตรวจพบร่อง 'การแทรกแซงภายนอก' ที่ไม่ได้บันทึกไว้ในลูปเวลา]*
หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดกะพริบเป็นสีแดงก่ำ ข้อมูลดิบที่ควรจะเป็นของพวกเขากลับถูกเขียนทับด้วยชุดคำสั่งปริศนาจากบุคคลที่สาม และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ... ประตูนิรภัยเหล็กกล้าด้านหลังที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ ถูกดันเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาลจากเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดมิด
"นั่น... ไม่ใช่กลไกของระบบที่เราคำนวณไว้นี่ครับ ดร.ลีอาห์" เรย์ชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกเมื่อมองเห็นโครงเงาของใครบางคนก้าวเข้ามาในแสงไฟ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาและบทเรียนแห่งความตายไปด้วยกันนะครับ
--- **[ควอนตัมคอร์]** ---
อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนอนาคต•ตอนที่ 11
การเรียนรู้จากความตาย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมสุดท้ายกับสถาปนิกผู้กู้คืนอนาคต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!